ท้องอืด อาหารไม่ย่อย วิธีไล่ลมในท้อง ต้องทำอย่างไร

ท้องอืด วิธีแก้

ท้องอืด อาหารไม่ย่อย พะอืดพะอม วิธีแก้ เพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายตัวมีหลากหลายวิธีในการบรรเทา สาเหตุเกิดจากแก๊สในระบบย่อยอาหารซึ่งอาจทำให้มีอาการปวดท้องและท้องอืด จากการวิจัยพบว่าผู้คนมีอาการท้องอืดระหว่าง 13 ถึง 21 ครั้งต่อวัน อ้างอิงจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (The National Institutes of Health) โดยการปรับการทานอาหาร และการออกกำลังกายสามารถช่วยลดความรู้สึกไม่สบายตัว และเป็นวิธีไล่ลมในท้องได้

 

ท้องอืดมีลักษณะอย่างไร

อาการท้องอืด (Flatulence) ตามภาษาทางการแพทย์หมายถึง การปล่อยแก๊สออกจากระบบย่อยอาหารผ่านทางทวารหนัก หรือการผายลม โดยเกิดขึ้นเมื่อแก๊สสะสมภายในระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้หากมีอาการท้องอืดที่รุนแรงและต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิต เช่น ทำให้เกิดอาการปวด เป็นตะคริว และอาการไม่สบายอื่น ๆ  

 

สาเหตุที่ทำให้มีลมในท้อง หรือ ท้องอืด

ท้องอืด อาจเกิดจากการกลืนอากาศเข้าไปมากกว่าปกติ เมื่อกลืนอาหาร น้ำ หรือน้ำลาย ยังเป็นการกลืนอากาศบางส่วนเข้าไปด้วย ซึ่งลมเหล่านั้นจะสะสมอยู่ในระบบย่อยอาหาร รวมถึงการรับประทานอาหารที่ย่อยยาก นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการย่อยอาหาร เช่น โรคกระเพาะ โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) เป็นต้น โดยจะทำให้ร่างกายจำเป็นต้องขับลมนั้นโดยการผายลม หรือ เรอ 

 

บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส มีข้อมูลเกี่ยวกับ ท้องอืด วิธีแก้ เมื่อมีลมในท้อง อาหารไม่ย่อย ต้องทำอย่างไร มาแชร์กัน 

 

1. ท้องอืด วิธีไล่ลมในท้องแก้โดยการทานอาหารให้ช้าลง

 

ท้องอืด วิธีแก้โดยการทานอาหารให้ช้าลง

 

อากาศหรือลมส่วนใหญ่จากถูกกลืนผ่านปากเข้าไปยังร่างกาย อาจจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่สามารถลดปริมาณการกลืนลมเข้าไปได้ โดยการรับประทานอาหารให้ช้าลง และไม่ควรทานอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการทานอาหารระหว่างเดินทาง หรือขณะทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น เดิน ขับรถ เป็นต้น

 

2. เมื่อท้องอืด วิธีแก้คือลดอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส

 

เมื่อท้องอืด วิธีแก้คือลดอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส

 

อาหารบางชนิดผลิตแก๊สมากกว่าอาหารอื่น ๆ เช่น กลุ่มคาร์โบไฮเดรตบางประเภท ซึ่งคาร์โบไฮเดรตเหล่านี้ถูกสะสมอยู่ในลำไส้ใหญ่และมีเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาทางเดินอาหารได้ 

อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ผลิตแก๊สที่ควรเลี่ยง มีดังนี้ 

  • กลุ่มน้ำตาลเชิงซ้อน (Complex Sugars) เช่น ถั่ว กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง โฮลเกรน เป็นต้น 
  • กลุ่มฟรักโทส (Fructose) เช่น หัวหอม ลูกแพร์ อาร์ติโชค (Artichoke) น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เป็นต้น 
  • กลุ่มแแล็กโทส (Lactose) เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม รวมทั้ง ชีส ไอศกรีม เป็นต้น 
  • กลุ่มไฟเบอร์ที่ไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber) เช่น รำข้าวโอ๊ต ถั่วลันเตา และถั่วต่าง ๆ เป็นต้น
  • กลุ่มแป้ง (Starches) เช่น มันฝรั่ง พาสต้า ข้าวสาลี และข้าวโพด เป็นต้น 

 

3. วิธีแก้อาการท้องอืดด้วยโพรไบโอติกส์ (Probiotics)

 

วิธีแก้อาการท้องอืดด้วยโพรไบโอติกส์

 

ระบบทางเดินอาหารในร่างกายจะประกอบไปด้วยแบคทีเรียที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งโพรไบโอติกส์ จัดเป็นกลุ่มแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่มีคุณสมบัติทนต่อกรดและด่าง สามารถจับที่บริเวณผิวของเยื่อบุลำไส้แล้วผลิตสารต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ จึงสามารถช่วยในการย่อยอาหาร ปรับสมดุลลำไส้ ด้วยการเข้าไปลดปริมาณจุลินทรีย์ชนิดไม่ดี และกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร โดยการสร้างเอนไซม์หลากหลายชนิด ที่ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเสีย บรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน โดยอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ (Probiotics) เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ แตงกวาดอง มิโซะ ชาหมัก เป็นต้น 

 

4. อาการท้องอืด มีวิธีแก้โดยการเพิ่มการออกกำลังกาย

 

ท้องอืด มีวิธีแก้โดยการเพิ่มการออกกำลังกาย

 

การขยับร่างกายสามารถช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติได้ โดยอาจเดินช้า ๆ หลังจากการรับประทานอาหาร เพื่อลดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย หรือออกกำลังกายในระดับปานกลาง 4 5 วันต่อสัปดาห์ เช่น การออกกำลังกายแบบแอโรบิก จะทำให้กระเพาะ ลำไส้ เคลื่อนตัวได้ดี และลดอาการท้องอืด จุก เสียด แน่นท้อง ทั้งนี้ไม่ควรเดิน หรือ ออกกำลังกายหลังอาหารทันที เนื่องจากการออกกำลังกายจำเป็นต้องใช้พลังงานมาก หากเป็นช่วงเวลาที่กระเพาะยังทำการย่อยอาหารอยู่อาจส่งผลไม่ดีต่อร่างกายได้ ควรพักและออกกำลังกายหลังจากทานอาหาร มื้อเล็กประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง หรือ หลังอาหารว่าง 30 – 60 นาที 

 

5. การรักษาอาการท้องผูก เป็นวิธีแก้ ท้องอืด

 

การรักษาอาการท้องผูก เป็นวิธีการแก้ท้องอืด

 

หากมีอาการท้องผูก (Constipation) หรือ พบว่าตนเองถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ อาจส่งผลให้เกิดลมในท้องได้ เนื่องจากอุจจาระมีแบคทีเรียจำนวนมาก หากตกค้างอยู่ในลำไส้เป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการสะสมแก๊สจำนวนมาก และรู้สึกไม่สบายท้องอีกด้วย 

วิธีการรักษาอาการท้องผูกให้ดีขึ้น 

  • ดื่มน้ำปริมาณ 1.5 – 2 ลิตรทุกวัน จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำและช่วยแก้อาการท้องผูก เนื่องจากอุจจาระจะมีความชุ่มชื้นขึ้น 
  • ทานอาหารที่มีปริมาณเส้นใย (Fiber) ประมาณ 20 – 35 กรัมต่อวัน โดยเพิ่มเส้นใยอาหารประเภทที่ละลายน้ำได้ (Soluble Fiber) เช่น เส้นใยจากผัก ผลไม้ ซึ่งดีกว่าประเภทที่ไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber) ซึ่งเป็นเส้นใยจากเมล็ดธัญพืช 
  • การฝึกสุขนิสัยการขับถ่าย ควรถ่ายอุจจาระเมื่อเริ่มรู้สึกอยากขับถ่ายโดยไม่เมินเฉย เพราะหากรีรอ สัญญาณในการขับถ่ายนั้นจะอ่อนลงไปเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้เกิดการขับถ่ายที่ผิดปกติจากเดิมได้ 
  • การรักษาด้วยการใช้ยา สามารถใช้ยาระบายได้เป็นครั้งคราว ซึ่งยาระบายมีหลายชนิดตามกลไกการออกฤทธิ์ ทั้งนี้ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของยา ตามคำสั่งของแพทย์หรือเภสัชกร และไม่ควรใช้ยาระบายบ่อย ๆ เพื่อลดโอกาสในการติดยาระบาย (ดื้อยาระบาย) หากต้องใช้ยาระบายติดต่อกันมากกว่า 1 สัปดาห์ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ 

 

อาการท้องอืดแบบไหนที่พบควรแพทย์

หากมีอาการท้องอืดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือหากพบอาการต่อไปนี้ร่วมกับอาการท้องอืด แนะนำให้ไปพบแพทย์เนื่องจากอาการบางอย่างอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงอื่น ๆ  

  1. ท้องบวม 
  2. อาการปวดท้อง 
  3. มีลมในท้องตลอดเวลาและรุนแรง 
  4. อาเจียน 
  5. ท้องเสีย 
  6. ท้องผูก 
  7. การลดน้ำหนักโดยไม่ทราบสาเหตุ 
  8. ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด 

อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน ALL PharmaSee บน 7App พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก