โรคผิวหนัง ที่ใครๆ ก็ไม่อยากเป็น

ในช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นในอากาศสูง เมื่อฝนตกมีน้ำท่วมขังตามสถานที่ต่างๆ ทำให้เชื้อโรคแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น หากไม่รักษาความสะอาดให้ดี อาจจะทำให้เกิดโรคทางผิวหนังได้ง่ายๆ ซึ่งโรคผิวหนังที่มักพบบ่อยในช่วงฤดูฝน มีรายละเอียดดังนี้

1.โรคผื่นกุหลาบ (pityriasis rosea)

เป็นโรคผิวหนังที่มักพบในช่วงอายุ 10-35 ปี มีลักษณะเป็นผื่นสีชมพูอาจมีขอบยกขึ้นเล็กน้อย มีอาการคัน มักเกิดบริเวณลำตัว คอ หรือแขน บางรายมักมีอาการไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ก่อนการเป็นผื่น ซึ่งสาเหตุยังไม่แน่ชัด สันนิษฐานว่าเกิดจาก Picornavirus นอกจากนี้การรับประทานยาบางประเภทยังกระตุ้นทำให้เกิดผื่นได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น Bismuth, Barbiturates captopril, clonidine, gold, Methoxypromazine, Metronidazole, D-penicillamine, Isotretinoin, Tripelennamine hydrochloride, ketotifen, labetalol และ salvarsan อาการมักจะหายไปได้เองใน 1-2 เดือน คำแนะนำในช่วงที่เป็นคือ การใช้สบู่อ่อนหรือสบู่เด็กในการทำความสะอาดร่างกาย สามารถใช้ยาแก้แพ้ทั้งชนิดรับประทานและชนิดทา  และแนะนำให้ตากแดดในช่วง 10.00 น. เป็นเวลาวันละ 3-5 นาที เนื่องจากเป็นช่วงที่มีปริมาณแสง UV-B สูง จะช่วยทำให้อาการผื่นกุหลาบดีขึ้น

2.เชื้อราที่ผิวหนัง  

โรคเกลื้อน

ลักษณะเป็นผื่นวงกลมหลายวง มีขุยละเอียด ไม่มีอาการคัน พบบริเวณ คอ ลำตัว มักพบในคนที่เล่นกีฬา และมีเหงื่อมาก ใส่เสื้อผ้าที่อับชื้น

โรคกลาก

ลักษณะเป็นผื่นวงมีขอบเขตชัดเจน มีขุย และลามออกไปเรื่อยๆ มีอาการคัน เกิดจากการที่ไม่รักษาความสะอาดร่างกายให้ดี

การรักษา คือ ทายา หรือรับประทานยาฆ่าเชื้อรา และรักษาความสะอาดร่างกาย ไม่ใส่เสื้อผ้าอับชื้น และเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่หนา และรัดรูปจนเกิดไปเพราะจะทำให้อับชื้นได้ง่ายจนเกิดเป็นเชื้อรา

3.ภูมิแพ้ผิวหนัง  

เกิดจากการที่อุณหภูมิหรือความชื้นเปลี่ยนแปลงไปทำให้เกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้ ซึ่งมักพบในบริเวณข้อพับ แขน ขา ซอกคอ ซึ่งจะเป็นผื่น แห้ง แดง ลอกได้ วิธีการดูแลตนเองคือทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นอยู่เสมอเพื่อให้ผิวเกิดความสมดุล เมื่ออาบน้ำเสร็จให้ทาโลชั่นหรือครีมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย ปราศจากน้ำหอม และสารระคายเคือง

4.น้ำกัดเท้า

เกิดได้กับบุคคลที่ในชีวิตประจำวันต้องสัมผัส แช่น้ำ ลุยน้ำ เป็นระยะเวลานาน ทำให้เท้า เปื่อย ลอก มีแผล ติดเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย

วิธีป้องกัน คือ ควรทำความสะอาดเท้าเมื่อเหยียบน้ำสกปรกน้ำขังตามทาง ใช้ถุงเท้ารองเท้าที่ซักสะอาด ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น

 

การรักษา หากยังเป็นในระยะแรกที่ยังไม่มีการติดเชื้อใดๆ  ยังไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรา เนื่องจากยังไม่มีการติดเชื้อ สามารถใช้ยาขี้ผึ้งวิทฟิลด์ (Whitfield’s ointment) ทาบริเวณที่เป็น ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีแผลเปิด หากมีแผลเปิดควรรักษาความสะอาดแผลเปิดนั้นด้วยน้ำเกลือ และทายาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน หากติดเชื้อราแล้วสามารถใช้ยาทาฆ่าเชื้อราบริเวณที่เป็น  ซึ่งการใช้ยาควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง

Open this in UX Builder to add and edit content

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

สารอาหารที่จำเป็นต่อผิว ป้องกันสิวจากภายใน

การ ป้องกันสิว นั้น จริง ๆ แล้ว สามารถทำได้จากการได้รับสารอาหารที่จำเป็นในการช่วยป้องกันการเกิดสิว และช่วยให้ผิวแข็งแรง จากภายในร่างกาย 

น้ำตาลในเลือดสูง อาการ สาเหตุ และการป้องกันความเสี่ยงโรคเบาหวาน

น้ำตาลในเลือดสูง อาการที่มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และกลุ่มคนทั่วไป ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งเสียต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาวได้

ตาพร่ามัว: สาเหตุ อาการ วิธีรักษา

ตาพร่ามัว หรือ อาการตามัว ทำให้สายตาโฟกัสได้แย่ลง รวมถึงสภาวะบางอย่างทำให้เกิดความพร่ามัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน

บาดทะยัก โรคอันตรายที่ควรระวัง เมื่อเป็นแผลต้องทำอย่างไร ?

บาดทะยัก หรือ การติดเชื้อจากแบคทีเรีย ที่ทำให้ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหดเกร็งเมื่อเกิดบาดแผล หากปล่อยทิ้งไว้ อาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

ปวดท้องน้อยด้านซ้าย อันตรายไหม และเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ ?

ปวดท้องน้อยด้านซ้าย อาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น ถุงผนังลำไส้อักเสบ แก๊สจากกระบวนการย่อยอาหาร ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว ไม่ใช่เรื่องปกติ เช็กสัญญาณเสี่ยงของโรค

ใจสั่น สามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงวัย และหลายสาเหตุ ซึ่งหากเกิดขึ้นบ่อยครั้ง นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของการเกิดโรคบางชนิด

รวมสมุนไพรตัวช่วยบรรเทาอาการไอ แบบไทยๆ

วันนี้เอ็กซ์ต้า มีตัวช่วยดี ๆ จาก สมุนไพร ที่จะช่วย บรรเทาอาการไอ มาฝากทุกคนกันค่ะ ช่วงนี้หลาย ๆ คนอาจจะกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับอาการไอ ทั้งไอแห้งและไอแบบมีเสมหะ  ซึ่งสาเหตุของอาการไอมักจะมาจาก ฝุ่น ควัน

อาหารเป็นพิษ โรคฮิตของนักท่องเที่ยว

อาหารเป็นพิษ หนึ่งในอาการที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยในช่วงที่เดินทางท่องเที่ยว เนื่องจากการได้ทดลองทานอาหารใหม่ ๆ อาหารพื้นเมือง และการได้สัมผัสรสชาติอาหารที่แปลกใหม่ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทาง ซึ่งอาหารเหล่านั้น มักทำให้นักท่องเที่ยวเกิดโรคอุจจาระร่วงที่เกิดจากการเดินทาง (Traveler’s diarrhea) ได้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    Cookies Details

บันทึก