ปวดหลังช่วงเอวแบบไหนผิดปกติ เจาะลึกสัญญาณเตือนและวิธีรับมือ

ปวดหลังช่วงเอวแบบไหนผิดปกติ เจาะลึกสัญญาณเตือนและวิธีรับมือ

อาการ ปวดหลังช่วงเอว เป็นปัญหาที่หลายคนน่าจะเคยเจอ ไม่ว่าจะเป็นหลังจากนั่งทำงานนาน ๆ ยกของหนัก ออกกำลังกายผิดท่า หรือแม้แต่ตื่นนอนขึ้นมาแล้วรู้สึกเจ็บเอวโดยไม่รู้สาเหตุ 

อาการบางครั้งอาจเกิดจากกล้ามเนื้อหรือเอ็นบริเวณหลังถูกใช้งานมากเกินไป หรือที่หลายคนเรียกรวม ๆ ว่า กล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อได้พักและปรับพฤติกรรม แต่บางครั้งอาการปวดก็อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาอื่น เช่น เส้นประสาทบริเวณหลังถูกกดทับ หรือโรคของอวัยวะอื่นที่ทำให้รู้สึกปวดบริเวณหลังและเอวได้ 

ดยข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลกระบุว่า “อาการปวดหลังส่วนล่างพบได้ในคนทุกช่วงวัย และประมาณ 90% ของผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างไม่สามารถระบุโรคหรือความผิดปกติเฉพาะเจาะจงที่เป็นต้นเหตุได้” อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการสังเกตว่าอาการปวดของเรามีลักษณะผิดปกติหรือมีสัญญาณเตือนอื่นร่วมด้วยหรือไม่ 

บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับอาการ ปวดหลังช่วงเอวแบบไหนที่สามารถดูแลเบื้องต้นได้ และอาการแบบใดที่ควรรีบพบแพทย์ เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพร่างกายของเราให้ดียิ่งขึ้น มาฝากกัน 

 

อาการปวดหลังช่วงเอว คืออะไร? 

ปวดหลังช่วงเอว หรือปวดหลังส่วนล่าง หมายถึงอาการปวดบริเวณตั้งแต่ใต้ชายโครงลงมาจนถึงบริเวณก้น อาจรู้สึกปวดตรงกลางหลัง ปวดด้านซ้ายหรือขวา ปวดตึง ๆ หรือบางคนอาจรู้สึกปวดแปลบและร้าวไปบริเวณสะโพกหรือขา อาการของแต่ละคนจึงอาจแตกต่างกัน เช่น 

  • ปวดตึงหรือเมื่อยบริเวณเอว  
  • เจ็บหลังล่างเวลาเคลื่อนไหว  
  • ก้ม เงย หรือบิดตัวแล้วปวดมากขึ้น  
  • นั่งแล้วปวดหลัง  
  • ยืนนานปวดหลัง  
  • นอนแล้วปวดหลัง  
  • ปวดร้าวจากหลังลงสะโพกหรือขา  
  • มีอาการชา หรือรู้สึกเหมือนไฟช็อตบริเวณขาร่วมด้วย  

องค์การอนามัยโลกแบ่งอาการตามระยะเวลาอย่างง่าย ๆ เป็นอาการปวดระยะสั้นน้อยกว่า 6 สัปดาห์ ระยะ 6–12 สัปดาห์ และหากเป็นต่อเนื่องนานกว่า 12 สัปดาห์จะถือว่าเป็นอาการปวดเรื้อรัง  

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่ปวดไม่ใช่สิ่งเดียวที่ใช้บอกว่าอันตรายหรือไม่ ต้องดู ตำแหน่งปวด ลักษณะของความปวด และอาการอื่นที่เกิดร่วมกัน ด้วย 

 

5 อาการปวดหลังช่วงเอวแบบไหนผิดปกติ

 

ผู้ชายเอเชียมีอาการปวดหลังช่วงเอว ใช้มือจับบริเวณหลังส่วนล่าง

 

อาการปวดหลังส่วนใหญ่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีโรคร้ายแรงเสมอไป แต่อาการบางอย่างควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะถ้าอาการปวดเปลี่ยนไปจากเดิมหรือรุนแรงขึ้น เช่น 

 

อาการที่ 1: ปวดหลังร่วมกับขาชา หรือขาอ่อนแรง 

หากปวดหลังแล้วมีอาการร้าวลงสะโพกหรือขา รู้สึกชา เสียว หรือเหมือนไฟช็อต อาจหมายถึงเส้นประสาทบริเวณหลังถูกระคายเคืองหรือกดทับ 

โดยเฉพาะถ้าเริ่มมี ขาอ่อนแรง เดินลำบาก หรืออาการเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ควรรอดูอาการเองเป็นเวลานาน ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ  

อาการที่ 2: ปวดหลังร่วมกับการขับถ่ายผิดปกติ 

หากปวดหลังพร้อมกับมีอาการต่อไปนี้ เช่น 

  • ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะลำบากขึ้นอย่างกะทันหัน  
  • กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้  
  • ชาบริเวณก้น รอบอวัยวะเพศ หรือด้านในของต้นขา  
  • ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงหรือชามากขึ้น  

ควร ไปโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินโดยเร็ว เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการกดทับเส้นประสาทบริเวณปลายกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องได้รับการดูแลเร่งด่วน  

อาการที่ 3: ปวดหลังร่วมกับมีไข้หรือรู้สึกไม่สบายมาก 

ถ้ามีอาการปวดหลังร่วมกับไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกป่วยผิดปกติ ควรพบแพทย์ เพราะอาจมีการติดเชื้อหรือมีปัญหาจากอวัยวะอื่น ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงกล้ามเนื้ออักเสบ  

อาการที่ 4: ปวดหลังหลังได้รับอุบัติเหตุ 

หากเริ่มปวดหลังหลังหกล้ม ตกจากที่สูง หรือประสบอุบัติเหตุรุนแรง ควรได้รับการตรวจ โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงเรื่องกระดูกบาง เพราะอาจเกิดการบาดเจ็บของกระดูกหรือโครงสร้างบริเวณหลังได้  

อาการที่ 5: ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวดกลางคืนผิดปกติ 

การ นอนแล้วปวดหลัง ไม่ได้แปลว่าต้องมีโรคร้ายแรงเสมอไป เพราะบางคนอาจปวดจากท่านอนหรือจากกล้ามเนื้อตึง 

แต่หากอาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว พักแล้วไม่ดีขึ้น ปวดจนรบกวนการนอนเป็นประจำ หรือมีอาการอื่น เช่น ไข้ น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ หรืออ่อนแรงร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ  

 

สาเหตุของอาการปวดหลังช่วงเอว เกิดจากอะไรบ้าง? 

 

ผู้หญิงมีอาการปวดหลังช่วงเอว ใช้มือจับบริเวณหลังส่วนล่างที่มีอาการปวด

 

อาการ ปวดหลังช่วงเอว เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน กล้ามเนื้อและกระดูกสันหลัง ไปจนถึงปัญหาสุขภาพจากอวัยวะอื่น โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ 

 

1. กล้ามเนื้อและการใช้งานร่างกายมากเกินไป

การยกของหนัก ออกกำลังกายผิดท่า นั่งหรือยืนนาน รวมถึงอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหลังตึง เกร็ง หรือบาดเจ็บจากการใช้งาน ซึ่งหลายคนมักเรียกว่า กล้ามเนื้ออักเสบ 

อาการมักปวดมากขึ้นเมื่อก้ม ลุก นั่ง บิดตัว หรือเคลื่อนไหว และอาจพบได้ทั้งในคนที่ นั่งแล้วปวดหลัง หรือ ยืนนานปวดหลัง 

2.กระดูกสันหลังหมอนรองกระดูก และเส้นประสาท 

หากปวดหลังร่วมกับอาการปวดร้าวจากเอวหรือสะโพกลงขา มีอาการชา เสียว หรือขาอ่อนแรง อาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทบริเวณหลังที่ถูกกดหรือระคายเคือง 

นอกจากนี้ เมื่ออายุมากขึ้น กระดูก ข้อต่อ และหมอนรองกระดูกอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย ทำให้มีโอกาสเกิดอาการปวดหลังได้ง่ายขึ้น 

3. ไตและระบบทางเดินปัสสาวะ

าการ เจ็บหลังด้านซ้าย ปวดท้องข้างซ้าย หรือ ปวดบั้นเอวซ้าย ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคไตเสมอไป แต่หากปวดบริเวณหลังหรือ ด้านข้างลำตัวช่วงเอว ร่วมกับไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย หรือคลื่นไส้อาเจียน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ 

ดังนั้น ไม่ควรดูจาก ตำแหน่งปวดหลัง เพียงอย่างเดียว เพราะกล้ามเนื้อและอวัยวะอื่นก็สามารถทำให้ปวดบริเวณใกล้เคียงกันได้ 

4. สาเหตุอื่นๆ ที่พบได้ในผู้หญิง 

สำหรับผู้ที่ค้นหาเรื่อง ปวดหลังช่วงเอวผู้หญิง วิธีแก้ สาเหตุส่วนใหญ่อาจเหมือนกับคนทั่วไป เช่น กล้ามเนื้อใช้งานหนัก นั่งนาน หรือปัญหากระดูกสันหลัง แต่ในผู้หญิงอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การตั้งครรภ์หรือปัญหาบริเวณอุ้งเชิงกราน 

หากปวดหลังร่วมกับปวดท้องน้อย ประจำเดือนผิดปกติ หรือมีเลือดออกผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่เหมาะสม 

 

ตารางเช็กเบื้องต้น ปวดหลังช่วงเอวแบบนี้อาจเกี่ยวข้องกับอะไร? 

ลักษณะอาการ กล้ามเนื้อ/การใช้งาน เส้นประสาทบริเวณหลัง ไตหรือทางเดินปัสสาวะ
ปวดเมื่อยหรือตึง พบบ่อย อาจพบ อาจพบ
เริ่มหลังยกของหรือออกกำลังกาย พบบ่อย อาจพบ ไม่ใช่ลักษณะเด่น
เคลื่อนไหวบางท่าแล้วปวด พบบ่อย อาจพบ ไม่ใช่ลักษณะเด่น
ปวดร้าวลงขา อาจพบ พบได้ ไม่ใช่ลักษณะเด่น
ชาหรือขาอ่อนแรง ไม่ใช่อาการทั่วไป ควรประเมินเส้นประสาท ไม่ใช่ลักษณะเด่น
ไข้หรือหนาวสั่น ไม่ใช่อาการทั่วไป ไม่ใช่ลักษณะเด่น พบได้ในการติดเชื้อ
ปัสสาวะแสบหรือบ่อยผิดปกติ ไม่เกี่ยวโดยตรง ไม่ใช่ลักษณะทั่วไป พบได้

ตารางนี้ใช้สำหรับสังเกตอาการเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคแทนแพทย์ได้ 

 

ปวดหลังช่วงเอว ดูแลและบรรเทาอาการอย่างไร?

 

ผู้หญิงเอเชียนั่งบนเตียงใช้แผ่นประคบร้อนบรรเทาอาการปวดหลังช่วงเอวในห้องนอนเรียบอบอุ่น

 

หากเป็นอาการปวดหลังทั่วไปที่ไม่มีสัญญาณอันตราย หลายกรณีสามารถค่อย ๆ ดีขึ้นได้ โดยหัวใจสำคัญไม่ใช่การนอนพักตลอดเวลา แต่เป็นการปรับกิจกรรมและกลับมาเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสม 

 

1. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ปวดมากขึ้นชั่วคราว

ถ้าเริ่มปวดหลังจากยกของหนัก ออกกำลังกาย หรือทำงานบางอย่าง ควรลดกิจกรรมนั้นลงในช่วงที่อาการกำเริบ 

แต่ไม่จำเป็นต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดทั้งวัน เพราะการหยุดเคลื่อนไหวนานเกินไปอาจทำให้ร่างกายตึงและกล้ามเนื้ออ่อนแรงลงได้ โดยแนะนำให้ผู้ที่มีอาการปวดหลังทั่วไปยังคงเคลื่อนไหวและทำกิจวัตรประจำวันเท่าที่สามารถทำได้  

2. ประคบร้อนหรือเย็นตามความเหมาะสม

หากเพิ่งเกิดอาการหลังใช้งานหนักหรือมีความรู้สึกบวมเจ็บ อาจทดลองประคบเย็นโดยห่อถุงเย็นด้วยผ้าก่อนสัมผัสผิว ในคนที่รู้สึกกล้ามเนื้อตึงหรือเกร็ง การประคบอุ่นอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นได้เช่นกัน และไม่ควรวางของร้อนหรือเย็นจัดลงบนผิวโดยตรง เพราะอาจทำให้ผิวหนังบาดเจ็บได้ 

3. เปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ

าก นั่งแล้วปวดหลัง ไม่จำเป็นต้องพยายามหา “ท่านั่งที่สมบูรณ์แบบ” เพียงท่าเดียว แต่ควรลดการอยู่ในท่าเดิมต่อเนื่องนานเกินไป ลองลุกเดิน เปลี่ยนท่านั่ง หรือยืดตัวเป็นระยะ รวมถึงจัดโต๊ะทำงานให้สามารถนั่งได้สบาย ไม่ต้องก้มคอหรือโน้มตัวไปด้านหน้าตลอดเวลา 

การปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานและเพิ่มการเคลื่อนไหวเป็นหนึ่งในแนวทางดูแลตนเองที่ WHO แนะนำสำหรับอาการปวดหลังส่วนล่าง  

4. ถ้ายืนนานปวดหลังให้สลับท่าทาง 

คนที่ต้องยืนทำงานทั้งวันควรหลีกเลี่ยงการยืนท่าเดียวต่อเนื่องนาน ๆ ลองเปลี่ยนการลงน้ำหนัก เดินสั้น ๆ หรือนั่งพักเมื่อมีโอกาส 

ในระยะยาว การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง หลัง และสะโพก สามารถช่วยให้ร่างกายรับกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น 

5. นอนแล้วปวดหลังลองปรับท่านอน 

หาก นอนแล้วปวดหลัง หรือตื่นขึ้นมาแล้วปวดมากกว่าปกติ อาจทดลองเปลี่ยนท่านอนและหมอนรองรับร่างกาย 

 

สำหรับคนที่ ปวดหลังเวลานอนหงาย การเปลี่ยนเป็นท่าตะแคงอาจช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นในบางคน แต่ไม่มีท่านอนเดียวที่เหมาะกับทุกคน จึงควรเลือกท่าที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและไม่กระตุ้นอาการ ทั้งนี้ หากปรับท่านอนแล้วอาการยังปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวดกลางคืนต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ  

 

ปวดหลังซื้อยาใช้เองได้ไหม

หากอาการไม่รุนแรงและไม่มีสัญญาณอันตราย อาจมียาบางชนิดที่ช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ยาแก้ปวดไม่ได้เหมาะกับทุกคน 

ผู้ที่มีโรคไต โรคกระเพาะ โรคหัวใจ รับประทานยาละลายลิ่มเลือด กำลังตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัว ควร แจ้งเภสัชกรก่อนเลือกใช้ยา 

หากรับประทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย ไม่ควรใช้ยาแก้ปวดต่อเนื่องเพื่อกลบอาการ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ 

 

ปวดหลังช่วงเอว เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์? 

 

 แพทย์ให้คำปรึกษาผู้ป่วยเกี่ยวกับอาการปวดหลังช่วงเอวและแนวทางการรักษาเบื้องต้น

 

ควรปรึกษาแพทย์หากอาการปวดไม่ดีขึ้น รบกวนการทำงานหรือการนอนต่อเนื่อง หรือทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมตามปกติได้ และควรได้รับการประเมิน เร่งด่วน หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย เช่น 

  • ปวดหลังรุนแรงอย่างกะทันหันหรือรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว  
  • มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกป่วยมาก  
  • ขาชาหรืออ่อนแรงมากขึ้น  
  • ปวดหรือชาในขาทั้งสองข้าง  
  • ชาบริเวณก้น รอบอวัยวะเพศ หรือด้านในต้นขา  
  • ปัสสาวะไม่ออก หรือควบคุมปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้  
  • ปวดหลังหลังเกิดอุบัติเหตุรุนแรง  

โดยเฉพาะอาการเกี่ยวกับการควบคุมปัสสาวะ/อุจจาระร่วมกับชาในบริเวณก้นหรืออวัยวะเพศ ไม่ควรรอดูอาการเอง ควรไปโรงพยาบาลทันที  

 

การใช้สิทธิบัตรทอง สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังช่วงเอว 

สำหรับผู้ที่มีอาการ ปวดหลังช่วงเอว เช่น ปวดตึง เจ็บเอวจากการใช้งาน นั่งหรือยืนนาน และต้องการคำแนะนำเบื้องต้นว่าควรดูแลอย่างไรหรือควรพบแพทย์หรือไม่ สามารถใชสิทธิบัตรทองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านโครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ ซึ่งมีเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษาและจ่ายยาที่จำเป็นให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

อย่างไรก็ตาม หากมี สัญญาณอันตราย เช่น ปวดร้าวลงขาร่วมกับชา ขาอ่อนแรง ควบคุมปัสสาวะหรืออุจจาระผิดปกติ มีไข้ หรือปวดรุนแรงหลังเกิดอุบัติเหตุ ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เนื่องจากร้านยาไม่สามารถให้การรักษาภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ได้ 

ส่วนผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่ 

ทั้งนี้ หากต้องการปรึกษาอาการเจ็บป่วย เพื่อให้เภสัชกรประเมินสุขภาพก่อนการรับยา ก็สามารถใช้บริการ Telepharmacy ได้เลย ผ่านฟีเจอร์ ALL PharmaSee ปรึกษาเภสัชจัดส่งยา บนแอปพลิเคชัน 7-Eleven 

 

ใช้บริการ Telepharmacy คลิกเลย!

 

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับปวดหลังช่วงเอว 

Q: ปวดหลังช่วงเอวเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบได้ไหม? 

A: ได้ โดยเฉพาะหลังยกของ ใช้งานหนัก หรือออกกำลังกายมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ กล้ามเนื้ออักเสบ ตึง หรือเกร็ง ได้ หากปวดมาก ชา หรืออ่อนแรง ควรพบแพทย์ 

Q: เจ็บหลังด้านซ้ายหรือปวดบั้นเอวซ้าย เป็นโรคไตไหม? 

A: ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะอาจเกิดจากกล้ามเนื้อหรือกระดูกได้เช่นกัน แต่หาก เจ็บหลังด้านซ้าย ร่วมกับไข้ หนาวสั่น หรือปัสสาวะผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ 

Q: นั่งแล้วปวดหลังหรือยืนนานปวดหลัง เกิดจากอะไร? 

A: มักเกิดจากการอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อหลังล้าและตึง ควรเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะและปรับท่าทางให้เหมาะสม หากปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรง ควรปรึกษาแพทย์ 

Q: ปวดหลังเวลานอนหงายหรือนอนแล้วปวดหลัง ผิดปกติไหม? 

A: ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะอาจเกิดจากท่านอนหรือกล้ามเนื้อตึง แต่หาก นอนแล้วปวดหลัง ต่อเนื่อง พักแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีไข้ ชา หรืออ่อนแรงร่วมด้วย ควรพบแพทย์ 

Q: ปวดหลังช่วงเอวผู้หญิง วิธีแก้แตกต่างจากผู้ชายไหม? 

A: โดยทั่วไปวิธีดูแลขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการมากกว่าเพศ แต่ผู้หญิงอาจมีปัจจัยอื่น เช่น การตั้งครรภ์หรือปัญหาอุ้งเชิงกราน หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ 

*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ 

 

สรุป 

อาการ ปวดหลังช่วงเอว เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไป นั่งหรือยืนเป็นเวลานาน ไปจนถึงปัญหาของเส้นประสาทหรืออวัยวะอื่น 

หากเป็นอาการเจ็บหลังล่างทั่วไปหลังจากใช้งานร่างกาย และไม่มีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย อาจเริ่มจากการปรับกิจกรรม เคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสม และดูแลอาการเบื้องต้น 

แต่ไม่ควรตัดสินจาก ตำแหน่งปวดหลัง เพียงอย่างเดียวว่าเป็นกล้ามเนื้อ ไต หรือหมอนรองกระดูก เพราะอาการของแต่ละภาวะสามารถคล้ายกันได้ 

โดยเฉพาะถ้ามีอาการ ขาชา ขาอ่อนแรง ปวดร้าวมากขึ้น มีไข้ ปัสสาวะผิดปกติ ชารอบก้นหรืออวัยวะเพศ หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ควรได้รับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว แทนการใช้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการอย่างเดียว  

 

ที่มา 

Low back pain  จาก  World Health Organization (WHO) 

Back Pain Symptoms, Types, & Causes จาก National Institutes of Health (NIH)

Back pain จาก  National Health Service (NHS)  

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน ALL PharmaSee บน 7App พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก