อ่านฉลาก ยาไม่เป็น เสี่ยงอันตราย เคล็ดลับการใช้ยาอย่างถูกต้อง

อ่านฉลาก ยาไม่เป็น เสี่ยงอันตราย เคล็ดลับการใช้ยาอย่างถูกต้อง

ในเวลาที่เราหรือคนในครอบครัวเกิดอาการเจ็บป่วย สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงก็คือการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการ แต่รู้หรือไม่ว่า การละเลยไม่อ่าน ฉลาก ยา ก่อนรับประทาน หรืออ่านแล้วแต่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอันตรายจากการใช้ยาผิดขนาด แพ้ยารุนแรง หรือเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ 

ดังนั้น ผู้ป่วยต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ยา คือ สารที่ใช้ในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค ซึ่งเปรียบเสมือนดาบสองคม หากใช้ถูกวิธีก็จะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าใช้ผิดวิธีก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  

ด้วยความห่วงใยจาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส บทความนี้ จึงได้รวบรวมข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ เจาะลึกวิธีการอ่านฉลากยา และข้อมูลสำคัญที่ผู้ใช้ยาห้ามมองข้าม เพื่อให้คุณใช้ยาดูแลตัวเองได้อย่างปลอดภัยสูงสุด มาฝากกัน 

 

ฉลากยา และ เอกสารกำกับยา คืออะไร? 

 

ภาพผู้ป่วยกำลังอ่าน ฉลากยา เพื่อดูวันหมดอายุก่อนบริโภค

 

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกถึงวิธีการอ่าน เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่าทั้งสองสิ่งนี้คืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง 

  • ฉลากยา (Drug Label): คือ ข้อความ ป้าย หรือรายละเอียดที่พิมพ์ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์ของยาโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นขวด แผง หรือซองยา ซึ่ง ฉลาก ยา จะสรุปข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถอ่าน ทำความเข้าใจ และนำยาไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย ในชีวิตประจำวัน 
  • เอกสารกำกับยา (Package Insert): คือ แผ่นพับหรือเอกสารที่มักจะถูกบรรจุแนบมาในกล่องยา (พบได้บ่อยในยาที่ผลิตจากโรงงานหรือซื้อแบบยกกล่อง) เอกสารนี้จะระบุข้อมูลเชิงลึกทางวิชาการที่ละเอียดกว่าฉลากยามาก เช่น กลไกการออกฤทธิ์ของยา ข้อมูลทางเภสัชวิทยา อาการข้างเคียงแบบละเอียด และข้อห้ามใช้หรืออันตรกิริยาต่อยาชนิดอื่นแบบเฉพาะเจาะจง 

อย่างไรก็ตาม ยาที่ได้รับเป็นซองจากสถานพยาบาลหรือร้านขายยาบางครั้งอาจไม่มีเอกสารกำกับยาแนบมาด้วย ซึ่งไม่ได้หมายความว่ายานั้นใช้ไม่ได้เสมอไป  

หากฉลากซองยาระบุชื่อยา วิธีใช้ และข้อมูลสำคัญอย่างครบถ้วน แต่หากอ่านฉลากไม่ชัด ไม่ทราบชื่อยา หรือไม่แน่ใจว่ายานั้นใช้ทำอะไร ควรปรึกษาเภสัชกรหรือสถานพยาบาลก่อนใช้ยา 

 

การอ่านฉลากยา และ เอกสารกำกับยาต้องดูอะไรบ้าง ?  

 

หญิงสาวกำลังใช้โทรศัพท์เพื่อเช็กดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ของฉลากยา

 

เพื่อให้การใช้ยาเป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด เมื่อได้รับยามาแล้ว ควรตรวจเช็กข้อมูลสำคัญบนหน้าฉลากดังต่อไปนี้ 

  1. ชื่อผู้ป่วย: หากเป็นยาที่ได้รับจากโรงพยาบาลหรือร้านขายยา ควรตรวจสอบชื่อ-นามสกุลบนซองยาให้ตรงกับผู้ที่จะใช้ยาเสมอ เพื่อป้องกันการหยิบยาผิดคน โดยเฉพาะในบ้านที่มีผู้สูงอายุ เด็ก หรือคนที่ใช้ยาหลายคน 
  2. ชื่อยา: บนฉลากมักจะแสดงทั้งชื่อการค้าและชื่อสามัญทางยา (Generic Name) ผู้ใช้ยาควรจดจำชื่อสามัญทางยาหรือ ชื่อย่อยา ไว้เสมอ เพื่อป้องกันการแพ้ยาในกลุ่มเดียวกัน และป้องกันการกินยาซ้ำซ้อน 
  3. วิธีใช้และขนาดการใช้: ต้องระบุปริมาณยาที่ต้องกิน ความถี่ และเวลาที่ชัดเจน เช่น ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารหรือหลังอาหาร 
  4. วันเดือนปีที่ผลิตและวันหมดอายุ: ตรวจสอบคำว่า Mfg. (วันที่ผลิต) และ Exp. (วันหมดอายุ) เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เผลอใช้ยาที่เสื่อมสภาพหรือยาหมดอายุ 
  5. สรรพคุณและข้อบ่งใช้: เป็นส่วนที่บอกให้รู้ว่ายานี้ใช้รักษาอาการหรือโรคอะไร เพื่อให้ใช้ยาได้ตรงกับอาการที่เป็น 
  6. คำเตือนและผลข้างเคียง: ข้อมูลส่วนนี้สำคัญมาก เช่น ยาแก้แพ้ นี้อาจทำให้ง่วงนอน ห้ามขับรถ หรือห้ามแกะเม็ดยาออกจากแผงก่อนเวลาทานเด็ดขาด เพราะยาอาจเสื่อมสภาพเมื่อโดนอากาศ 
  7. เลขทะเบียนตำรับยา: การสังเกต ทะเบียนยา เป็นการยืนยันว่ายาตัวนั้นผ่านการตรวจสอบมาตรฐานแล้ว หากลองดู ตัวอย่างฉลากยา ที่ถูกต้อง จะต้องมี สัญลักษณ์ อาหารและยา หรือมีจุดสังเกตคำว่า อย. ยา กำกับอยู่อย่างชัดเจน 

 

หากไม่เช็ก ฉลากยา ก่อนบริโภคจะส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร?

หลายคนมักละเลยการอ่านรายละเอียดบนฉลากยา เพราะคิดว่าเป็นเพียงอาการเจ็บป่วยทั่วไปหรือเคยใช้ยานั้นมาก่อนแล้ว แต่ความจริงแล้ว การไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนอาจเปลี่ยน ‘ยารักษาโรค’ ให้กลายเป็น ‘อันตราย’ ที่คาดไม่ถึงได้ โดยผลเสียร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพหากไม่อ่านฉลากยา มีดังนี้  

  1. ได้รับยาเกินขนาด (Overdose): การไม่อ่านวิธีใช้ให้ดี อาจทำให้เผลอทานยาเกินกว่าที่ร่างกายรับไหว ซึ่งส่งผลเสียโดยตรงต่อการทำงานของตับและไต 
  2. เสี่ยงต่อการแพ้ยาซ้ำ: หากไม่ตรวจสอบชื่อยาและส่วนประกอบ อาจทำให้คุณเผลอทานยาตัวที่คุณเคยมีประวัติแพ้ยา ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นช็อกหรือเสียชีวิตได้ 
  3. เผชิญผลข้างเคียงโดยไม่รู้ตัว: ยาบางชนิดมีข้อห้ามในการทานร่วมกับแอลกอฮอล์ หรือยาบางตัวทานแล้วทำให้ง่วงซึม หากไม่อ่านคำเตือนและไปขับรถ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ 

 

3 ประเภทของยาที่ควรรู้จักเพื่อความปลอดภัย 

 

ภาพแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกำลังเทชนิดยา แต่ละรูปแบบจากขวดแก้วสีน้ำตาล

 

การรู้จักประเภทของยาจะช่วยให้คุณประเมินความระมัดระวังในการใช้ยาได้ดีขึ้น 

ประเภทที่ 1: ยาสามัญประจำบ้าน

คือ ยาสามัญประจำบ้าน คือ ยาที่กำหนดให้ประชาชนสามารถใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยได้ตามฉลากและเงื่อนไขที่กำหนด ยากลุ่มนี้มีรายการ รูปแบบยา ความแรง และขนาดบรรจุที่กำหนดไว้ โดยตัวอย่างยาสามัญประจำบ้านที่พบได้ เช่น 

  • พาราเซตามอลบางรูปแบบและขนาดบรรจุ 
  • ผงน้ำตาลเกลือแร่ 
  • ยาแก้แพ้บางชนิด 
  • ยาแก้ไอหรือยาขับเสมหะบางรายการ 
  • ยาลดกรดหรือยาบรรเทาอาการท้องอืดบางชนิด 
  • ยาใช้ภายนอกสำหรับทำความสะอาดแผลบางชนิด 

แม้จะเป็นยาสามัญประจำบ้าน ก็ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยสำหรับทุกคนหรือใช้ได้โดยไม่ต้องอ่านฉลาก ผู้ใช้ควรใช้ตามคำแนะนำ ไม่ใช้เกินขนาด ไม่ใช้ต่อเนื่องนานเกินควร และปรึกษาเภสัชกรหากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีข้อสงสัย 

 

ประเภทที่ 2: ยาอันตราย

ยาที่ต้องจำหน่ายในร้านขายยาที่มีเภสัชกรปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้ใช้ยาได้รับการคัดกรองและคำแนะนำที่เหมาะสมก่อนใช้ ยาอันตรายไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์เสมอไป แต่ผู้ใช้ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนซื้อและใช้ยา  

โดยเฉพาะหากมีโรคประจำตัว ใช้ยาอื่นอยู่ ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือเป็นเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งตัวอย่างยาอันตรายมีอะไรบ้างนั้น ได้แก่  

  • ยาปฏิชีวนะจำนวนมาก  
  • ยาลดความดันโลหิต  
  • ยาเบาหวาน  
  • ยารักษาโรคประจำตัวบางชนิด  
  • ยาแก้ปวดบางกลุ่ม  
  • ยาที่มีผลต่อระบบประสาทบางชนิด 

 

ประเภทที่ 3: ยาควบคุมพิเศษ 

คือ ยาบางประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจ่ายตามใบสั่งแพทย์ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องประเมินโดยแพทย์และติดตามการใช้ยาอย่างใกล้ชิด 

หากได้รับยาควบคุมพิเศษ ไม่ควรซื้อ ใช้ต่อ แบ่งยา หรือให้ผู้อื่นใช้เอง ควรใช้ตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด และสอบถามเภสัชกรทันทีหากมีผลข้างเคียงหรือข้อสงสัย 

 

ตารางเปรียบเทียบ ยาสามัญประจำบ้าน ยาอันตราย และยาควบคุมพิเศษ 

หัวข้อเปรียบเทียบ ยาสามัญประจำบ้าน ยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ
การเข้าถึงยา บางรายการ บางรูปแบบ และบางขนาดบรรจุอาจจำหน่ายนอกสถานที่ขายยาได้ตามเงื่อนไขกฎหมาย ต้องจำหน่ายในร้านขายยาที่มีเภสัชกรปฏิบัติการ ต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์และรับจากสถานพยาบาลหรือร้านขายยาตามกฎหมาย
การใช้ยา ใช้ตามฉลากและข้อบ่งใช้ ไม่ควรใช้เกินขนาดหรือใช้ต่อเนื่องนานเกินคำแนะนำ ควรรับคำแนะนำและการคัดกรองจากเภสัชกรก่อนใช้ ใช้ตามคำสั่งแพทย์และคำแนะนำของเภสัชกรอย่างเคร่งครัด
ตัวอย่าง พาราเซตามอลบางรูปแบบและขนาดบรรจุ ผงน้ำตาลเกลือแร่ ยาแก้ไอบางรายการ ยาปฏิชีวนะจำนวนมาก ยารักษาโรคประจำตัวบางชนิด ยาแก้ปวดบางกลุ่ม เป็นยาบางกลุ่มที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีใบสั่งแพทย์
ข้อควรระวัง ไม่ได้หมายความว่าใช้ได้อย่างปลอดภัยสำหรับทุกคน ควรแจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาที่ใช้ประจำ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้เภสัชกรทราบ ห้ามหยุดยา ปรับขนาดยา หรือแบ่งยาให้ผู้อื่นเอง

 

5 ข้อต้องรู้! ตรวจฉลากยา เมื่อรับยาจากสถานพยาบาลหรือร้านขายยา 

 

ผู้ป่วยกำลังรับคำแนะนำในการใช้ยาจาก เภสัชกร

 

ทุกครั้งที่ไปรับยา ไม่ว่าจะจากโรงพยาบาลหรือร้านยา สิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจสอบชื่อ-นามสกุลบนซองยาให้ถูกต้อง และเช็กรายการยาที่ได้รับให้ตรงกับ ใบรับยา เสมอ โดยสามารถเช็กได้ ดังนี้ 

  1. ยานี้เป็นของใคร และใช้สำหรับอาการอะไร 
  2. ชื่อยา ตัวยาสำคัญ และความแรงของยาตรงกับที่ต้องใช้หรือไม่ 
  3. ต้องใช้ยาอย่างไร ใช้ครั้งละเท่าไร และใช้เวลาใด 
  4. มีคำเตือน ข้อห้ามใช้ หรือยาชนิดอื่นที่ไม่ควรใช้ร่วมกันหรือไม่ 
  5. วันหมดอายุและลักษณะของยายังปกติหรือไม่ 

หากได้รับยาแล้วอ่านฉลากไม่เข้าใจ ไม่แน่ใจว่าจะรับประทานก่อนหรือหลังอาหาร ไม่ทราบว่ายาตัวใดทำให้ง่วง หรือสงสัยว่าตัวยาซ้ำกับยาที่มีอยู่ที่บ้านหรือไม่ ควรถามเภสัชกรทันที ไม่ควรเดาหรือค้นหาคำตอบจากชื่อยาที่คล้ายกันเพียงอย่างเดียว 

 

การใช้สิทธิบัตรทองร้านขายยา เอ็กซ์ต้า พลัส ใกล้ฉัน    

สำหรับคนไทยที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) และมีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่สามารถใช้ สิทธิบัตรทองได้  

หากต้องการปรึกษาเภสัชกร เพื่อรับยาบรรเทาอาการได้อย่างตรงจุด ก็สามารถใช้สิทธิบัตรทอง เพื่อรับบริการที่ร้านยาในสาขาที่เข้าร่วม “โครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ” ได้ ซึ่งจะมีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษา และจ่ายยาที่จำเป็นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

โดยสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองเพื่อรักษาอาการที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่ 

ทั้งนี้ หากต้องการปรึกษาอาการเจ็บป่วย เพื่อให้เภสัชกรประเมินสุขภาพก่อนการรับยา ก็สามารถใช้บริการ Telepharmacy ได้เลย ผ่านฟีเจอร์ ALL PharmaSee ปรึกษาเภสัชจัดส่งยา บนแอปพลิเคชัน 7-Eleven 

 

ใช้บริการ Telepharmacy คลิกเลย!

 

คำถามพบบ่อย เกี่ยวกับ ฉลากยา 

Q: ฉลากยาที่เลือนลาง หรือยาที่หมดอายุแล้ว ควรทำอย่างไร? 

A: ไม่ควรใช้ยานั้นต่อ หากไม่สามารถตรวจสอบชื่อยา วิธีใช้ หรือวันหมดอายุได้ เพราะอาจเกิดความเสี่ยงจากการใช้ยาผิดชนิดหรือใช้ยาที่เสื่อมคุณภาพ ควรนำยาไปคืนที่จุดรับทิ้งยาของโรงพยาบาล หน่วยบริการสุขภาพ หรือร้านยาที่มีบริการรับคืนยา หากไม่แน่ใจ ให้สอบถามเภสัชกรก่อนกำจัดยา 

Q: หากได้รับยามาแต่ไม่มีเอกสารกำกับยา หรือฉลากยาไม่ชัดเจน ควรทานหรือไม่? 

A: การไม่มีเอกสารกำกับยาไม่ได้หมายความว่าใช้ยาไม่ได้เสมอไป เพราะยาที่จ่ายเป็นซองจากโรงพยาบาลหรือร้านขายยามักไม่มีเอกสารกำกับยาแนบมาด้วย หากซองยามีฉลากที่ชัดเจน ระบุชื่อยา วิธีใช้ และข้อมูลสำคัญครบถ้วน ก็สามารถใช้ตามคำแนะนำได้ 

แต่หากไม่มีฉลาก ระบุชื่อยาไม่ชัด อ่านวิธีใช้ไม่ออก หรือไม่แน่ใจว่ายาใช้รักษาอาการอะไร ไม่ควรรับประทานจนกว่าจะได้สอบถามเภสัชกรหรือสถานพยาบาลที่จ่ายยา 

Q: เราสามารถแบ่งยาใส่ตลับยาพกพา แล้วทิ้งบรรจุภัณฑ์ที่มีฉลากยาไปเลยได้ไหม? 

A: ไม่แนะนำให้ทิ้งบรรจุภัณฑ์เดิม เพราะบรรจุภัณฑ์และฉลากยามีข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อยา ความแรง วิธีใช้ วันหมดอายุ และคำเตือน ควรเก็บซองยา กล่องยา หรือแผงยาเดิมไว้เสมอ 

หากจำเป็นต้องแบ่งยาใส่ตลับยา ให้แบ่งในปริมาณที่พอใช้ระยะสั้น ติดชื่อยาและวิธีใช้กำกับไว้ และควรถามเภสัชกรก่อนว่ายาชนิดนั้นสามารถแบ่งออกจากบรรจุภัณฑ์เดิมได้หรือไม่ 

Q: ข้อมูลส่วนใดบนฉลากยาที่สำคัญที่สุด และต้องอ่านก่อนใช้ยาทุกครั้ง?  

A: สิ่งที่ต้องตรวจสอบทุกครั้งคือ 1. ชื่อผู้ป่วย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่หยิบยาผิดคน 2. ชื่อยาและสรรพคุณ เพื่อให้ใช้ตรงกับอาการ 3. วิธีใช้ ปริมาณและเวลาที่ต้องทาน และ 4. คำเตือนหรือข้อห้ามใช้ เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้ยาผิดวิธีหรือผิดขนาด 

 

สรุป 

การสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่ออ่าน ฉลาก ยา อย่างละเอียดทุกครั้งก่อนรับประทาน ไม่ใช่เรื่องน่ารำคาญหรือเสียเวลา แต่เป็นปราการด่านแรกที่จะช่วยปกป้องสุขภาพของคุณและคนในครอบครัวจากความเสี่ยงที่ไม่คาดฝัน  

เริ่มต้นสร้างนิสัยการอ่านฉลากยาให้ติดเป็นนิสัยตั้งแต่วันนี้ เพื่อการใช้ยาอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อร่างกายของคุณ 

 

ที่มา 

ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ยา จาก  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

สืบค้นยาสามัญประจำบ้าน จาก  กองยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 

อ่านฉลากให้เป็น กินยาให้ถูก จาก Mahidol Channel มหิดล แชนแนล 

มาฝึกอ่านฉลากยากันเถอะ จาก ORYOR 

ข้อมูลสำคัญที่ต้องมีบนฉลากยา ตามมาตรฐาน สคบ. และ อย. จาก Proclinic

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน ALL PharmaSee บน 7App พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก