อาการปวดท้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ลักษณะการปวดที่ชวนให้ทรมานที่สุดอย่างหนึ่งคือ อาการ ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ ซึ่งมักจะรู้สึกเหมือนลำไส้ถูกบิด หรือมีอาการปวดท้องจี๊ด ๆ จนสร้างความรำคาญใจและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลา
ด้วยความห่วงใยจากร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส บทความนี้จึงอยากจะพาทุกคนไปเจาะลึกว่าอาการเหล่านี้เกิดจากอะไร เสี่ยงโรคไหนบ้าง และมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรให้ดีขึ้น มาฝากกัน
ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ คืออะไร?
อาการ ปวดท้องเกร็ง เป็นพัก ๆ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Colicky Pain คือ ความรู้สึกปวดที่เกิดจากการบีบตัวอย่างรุนแรงของกล้ามเนื้อเรียบในระบบทางเดินอาหาร
โดยปกติแล้วลำไส้จะมีการบีบตัวเป็นจังหวะเพื่อเคลื่อนย้ายอาหารและของเสีย แต่เมื่อเกิดความผิดปกติ กล้ามเนื้อเหล่านี้จะหดตัวแรงและถี่ขึ้น ส่งผลให้เรารู้สึกว่ามีอาการลำไส้บิดข้างในท้อง และมักจะปวดรุนแรงขึ้นมาในช่วงสั้น ๆ แล้วทุเลาลง ก่อนจะกลับมาปวดใหม่อีกครั้ง
สาเหตุของอาการ ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ เกิดจากอะไร?

สำหรับอาการปวดในลักษณะนี้มักไม่ได้มีต้นตอมาจากสาเหตุเดียว แต่มีปัจจัยกระตุ้นที่หลากหลาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร ดังนี้
1. ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ
สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือภาวะ “อาหารไม่ย่อย” ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารในปริมาณมากเกินไป หรือทานอาหารที่ย่อยยาก ส่งผลให้ลำไส้ต้องทำงานหนักจนเกิดแก๊สสะสมในทางเดินอาหารปริมาณมาก แรงดันจากแก๊สเหล่านี้เองที่ไปกระตุ้นให้เกิดอาการ ปวดท้องเกร็งเป็นพัก ๆ อย่างต่อเนื่อง
2. อาหารเป็นพิษหรือลำไส้อักเสบเฉียบพลัน
หากคุณมีอาการ ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ ท้องเสีย ร่วมด้วย สันนิษฐานได้ว่าอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่ปนเปื้อนมากับอาหารที่ไม่สะอาด ในภาวะนี้ลำไส้จะพยายามเร่งบีบตัวอย่างรวดเร็วเพื่อขับของเสียและเชื้อโรคออกจากร่างกาย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกปวดมวนและปวดบิดอย่างรุนแรง
3. ภาวะลำไส้บีบตัวผิดจังหวะ
ในบางกรณี อาการมวนท้อง อาจเกิดจากการที่ระบบประสาทส่วนที่ควบคุมการทำงานของลำไส้มีความไวต่อสิ่งเร้ามากเกินไป (Hypersensitivity) ส่งผลให้ลำไส้เกิดการบีบตัวที่รุนแรงและผิดจังหวะแม้ในขณะที่ไม่มีอาหารอยู่จริง ภาวะนี้จึงมักทำให้เกิดความรู้สึกทรมานในลักษณะ ปวดท้องแต่ถ่ายไม่ออก นั่นเอง
| ลักษณะอาการ | ระบบย่อยอาหารผิดปกติ | อาหารเป็นพิษ | ลำไส้บีบตัวผิดจังหวะ |
|---|---|---|---|
| ความรู้สึก | ปวดท้องเกร็ง เป็นพักๆ ร่วมกับความรู้สึกแน่นท้อง | ปวดบิดรุนแรงเหมือนลำไส้ถูกบิด และบีบตัวถี่ขึ้นเรื่อย ๆ | ปวดท้อง จี๊ดๆ หรือปวดมวนแบบเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ |
| สาเหตุ | ทานอาหารมื้อใหญ่ ทานเร็ว หรืออาหารที่ย่อยยาก | เชื้อโรค แบคทีเรีย หรือไวรัสที่ปนเปื้อนมากับอาหาร | ความเครียดสะสม หรือระบบประสาทที่ลำไส้ไวต่อสิ่งเร้า |
| ตำแหน่ง | เจ็บท้องตรงกลาง หรือท้องส่วนบน | ปวดรอบสะดือ หรือปวดมวนทั่วท้อง | มักปวดท้องน้อยด้านซ้าย หรือทั่วทั้งท้อง |
ตารางเปรียบเทียบอาการปวดท้องบิดเกร็งจาก 3 สาเหตุหลัก
ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ เสี่ยงโรคอะไรบ้าง?
การสังเกตตำแหน่งและลักษณะอาการปวดที่เกิดขึ้นร่วมกัน จะช่วยให้เราจำแนกความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนี้
- ภาวะลำไส้แปรปรวน (IBS): โรคยอดฮิตของคนวัยทำงาน มักมีอาการ ปวดท้องบิดเวลาถ่าย หรือปวดท้องเรื้อรังติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน โดยลักษณะเด่นคืออาการปวดมักจะทุเลาลงหรือดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังจากการขับถ่ายเรียบร้อยแล้ว
- โรคกระเพาะอาหาร: หากคุณรู้สึก เจ็บท้องตรงกลาง โดยเฉพาะบริเวณใต้ลิ้นปี่ มีอาการปวดบิดเกร็งในขณะที่หิวจัดหรืออิ่มจัด อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคกระเพาะอาหารอักเสบหรือการมีแผลในกระเพาะอาหาร
- นิ่วในถุงน้ำดี: สังเกตได้จากอาการปวดบิดเกร็งอย่างรุนแรงบริเวณชายโครงขวาหรือท้องส่วนบน ตำแหน่งนี้มักเป็นการปวดที่ทรมานและอาจมีอาการปวดร้าวลามไปถึงบริเวณหลังหรือสะบักขวาร่วมด้วย
- ภาวะท้องผูกเรื้อรัง: เมื่อมีอุจจาระตกค้างในลำไส้เป็นจำนวนมากและมีความแข็ง ลำไส้จึงจำเป็นต้องออกแรงบีบตัวรุนแรงกว่าปกติเพื่อขับเคลื่อนของเสีย ส่งผลให้คุณรู้สึก ปวดท้องเหมือนจะถ่าย แต่ไม่ถ่าย หรือมีอาการอึดอัดแน่นท้องตลอดเวลาจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
พฤติกรรมที่ควรเลี่ยง เพื่อป้องกันการเกิดอาการปวดท้องบิดเกร็ง
หากไม่อยากเผชิญกับอาการ ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ จนเสียงานเสียการ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นดังต่อไปนี้
- การรับประทานอาหารเร็วเกินไป: การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดส่งผลให้ระบบย่อยอาหารต้องรับภาระหนัก กระเพาะอาหารจะหลั่งกรดออกมามากขึ้น และลำไส้ต้องออกแรงบีบตัวอย่างรุนแรงเพื่อเคลื่อนย้ายอาหารที่ยังเป็นก้อนใหญ่
- การทานอาหารรสจัดและอาหารไขมันสูง: อาหารที่เผ็ดร้อน จัดจ้าน หรือมีความมันจัดเกินไป จะเข้าไประคายเคืองผนังลำไส้โดยตรง กระตุ้นให้เกิดการบิดตัวจนปวดมวนท้องได้ง่าย
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน: ทั้งเหล้า เบียร์ รวมไปถึงกาแฟและน้ำอัดลม มีฤทธิ์กระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวผิดปกติ และยังเพิ่มปริมาณแก๊สในทางเดินอาหาร ทำให้ท้องอืดและปวดบิดตามมา
- สภาวะความเครียดสะสม: เนื่องจากสมองและลำไส้ทำงานสัมพันธ์กันผ่านระบบประสาท (Gut-Brain Axis) เมื่อเราเครียด ร่างกายจะส่งสัญญาณกระตุ้นให้ลำไส้เกิดการเกร็งตัว จนกลายเป็นอาการ ปวดท้องจี๊ด ๆ ที่สร้างความรำคาญใจให้เราอยู่บ่อยครั้ง
การใช้ยารักษาอาการ ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ

สำหรับการปวดที่มีต้นเหตุจากการบีบตัวผิดปกติของลำไส้ การทานยาแก้ปวดสามัญประจำบ้านอย่างพาราเซตามอลอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดนัก เนื่องจากพาราเซตามอลไม่ได้มีฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อโดยตรง
ดังนั้นการเลือกใช้ ยาแก้ปวดเกร็ง (Antispasmodics) จึงมีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะตัวยาจะเข้าไปออกฤทธิ์ช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบในระบบทางเดินอาหารที่เป็นต้นเหตุของความรู้สึกบิดเกร็ง ช่วยปรับจังหวะการบีบตัวของลำไส้ให้กลับมาเป็นปกติ และบรรเทาอาการปวดได้
คำแนะนำในการใช้ยาที่ถูกวิธีและปลอดภัย
- ควรทานยาตั้งแต่เริ่มมีอาการ: หากเริ่มรู้สึกว่ามีอาการปวดบิดเป็นระยะ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนปวดรุนแรงถึงขั้นตัวงอแล้วค่อยทานยา เพราะการเริ่มยาได้เร็วจะช่วยระงับวงจรการเกร็งของกล้ามเนื้อได้มีประสิทธิภาพกว่า
- ตรวจสอบข้อควรระวังและข้อห้ามใช้: เนื่องจากยาแก้ปวดเกร็งบางประเภทอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคต้อหิน หรือมีภาวะต่อมลูกหมากโต ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มใช้ยาเสมอ
- สังเกตผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น: ยาในกลุ่มนี้บางชนิดอาจส่งผลให้มีอาการปากแห้ง คอแห้ง หรือตาพร่ามัวชั่วคราวได้ ซึ่งมักเป็นอาการข้างเคียงปกติของตัวยา อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ที่รุนแรง ควรหยุดใช้ยาและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที
สัญญาณอันตราย! ปวดท้องบิดเกร็งแบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
แม้ส่วนใหญ่อาการ ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ จะไม่อันตรายร้ายแรง แต่หากคุณมีอาการปวดร่วมกับ “สัญญาณเตือน” ดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
- ปวดรุนแรงเฉียบพลัน: ปวดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่ทุเลาลงเลยภายใน 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง
- หน้าท้องผิดปกติ: ท้องแข็งตึง กดเจ็บรุนแรง หรือปวดจนตัวงอจนไม่สามารถลุกเดินได้ มีไข้และอ่อนเพลีย: ไข้สูงเกิน 38.5°C ร่วมกับอาการหนาวสั่น หรือเพลียจัด
- ความผิดปกติของระบบขับถ่าย: อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด (หรือถ่ายดำคล้ายยางมะตอย) รวมถึงอาการท้องอืดรุนแรงที่ไม่ผายลมและไม่ถ่ายอุจจาระเลย
- สัญญาณภาวะช็อก: เวียนหัว หน้ามืด ใจสั่น เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือรู้สึกเหมือนจะเป็นลม
- อาการปวดร้าว: ปวดท้องร่วมกับอาการปวดร้าวไปที่หน้าอก ไหล่ หรือหลังอย่างรุนแรง
- ภาวะตัวเหลืองตาเหลือง: มีอาการดีซ่านร่วมกับอาการปวดบิดบริเวณชายโครงขวา
- กลุ่มเสี่ยงพิเศษ: มีอาการปวดท้องรุนแรงในขณะตั้งครรภ์ หรือพบในผู้สูงอายุที่มีอาการซึมลงหรือสับสน
ข้อควรระวัง: หากพบสัญญาณอันตรายเหล่านี้ ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเองเพื่อกลบอาการ เพราะอาจทำให้วินิจฉัยโรคผิดพลาดและรักษาไม่ทันการณ์ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจเช็กอย่างละเอียดทันที
5 วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องบิดเกร็ง

นอกจากการเลือกใช้ยาที่ตรงจุดแล้ว การดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติควบคู่ไปด้วยจะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วขึ้น และช่วยลดโอกาสที่กล้ามเนื้อจะกลับมาเกร็งซ้ำ โดยคุณสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
1. การประคบอุ่นบริเวณหน้าท้อง
ความร้อนเป็นตัวช่วยชั้นดีในการขยายหลอดเลือดและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต การใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือแผ่นแปะความร้อนวางบริเวณหน้าท้องประมาณ 15-20 นาที จะช่วยให้กล้ามเนื้อเรียบที่กำลังบิดเกร็งเกิดความผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดของผนังหน้าท้อง และบรรเทาความเจ็บปวดให้ทุเลาลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
2. จิบน้ำอุ่นหรือน้ำขิงร้อน
เมื่อมี อาการมวนท้อง การจิบน้ำอุ่นจะช่วยปรับสมดุลอุณหภูมิภายในทางเดินอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะ “น้ำขิง” ที่มีฤทธิ์เผ็ดร้อนตามธรรมชาติ จะช่วยขับลม ลดอาการท้องอืด และช่วยให้การบีบตัวของลำไส้เป็นจังหวะมากขึ้น จึงช่วยลดความรู้สึกเหมือนมีอะไรมาบิดในท้องได้ดี
3. ปรับท่านอนเพื่อลดแรงดัน
ท่าทางในการนอนส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารมากกว่าที่คิด การนอนตะแคงซ้ายเป็นท่าที่แนะนำมากที่สุด เนื่องจากลักษณะทางกายวิภาคของกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ ท่านี้จะช่วยลดแรงดันที่กดทับทางเดินอาหาร ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้คล่องตัวขึ้น และป้องกันไม่ให้กรดหรือแก๊สไหลย้อนกลับขึ้นมาสร้างความระคายเคือง
4. ลองเคลื่อนไหวร่างกายเบาๆ
หลายคนอาจคิดว่าเมื่อปวดท้องควรนอนนิ่ง ๆ แต่ความจริงแล้วการเดินช้า ๆ หรือการยืดเหยียดร่างกายเบา ๆ จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหวแบบเป็นธรรมชาติ (Peristalsis) ซึ่งจะช่วยระบายแก๊สที่สะสมอยู่ในช่องท้องอันเป็นต้นเหตุของอาการปวดบิดออกมาได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้คุณรู้สึกเบาสบายตัวมากขึ้นด้วย
5. ฝึกหายใจเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
เมื่อเราปวดท้อง ร่างกายมักจะเกร็งหน้าท้องโดยไม่รู้ตัว การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ ให้ท้องป่อง และหายใจออกช้า ๆ จะช่วยส่งสัญญาณให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ลดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ และช่วยลดความวิตกกังวลจากอาการปวดได้อีกทางหนึ่ง
การใช้สิทธิบัตรทองสำหรับผู้มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย ท้องผูก
สำหรับผู้มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย ท้องผูก มีอาการโรคบิด รวมไปถึงปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ ฯลฯ และต้องการปรึกษาเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการรักษาและหาวิธีบรรเทาอาการอย่างตรงจุด ก็สามารถใช้สิทธิบัตรทอง เพื่อรับบริการที่ร้านยาที่เข้าร่วม “โครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ” ได้ ซึ่งจะมีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษา และจ่ายยาที่จำเป็นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โดยสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่] โดยร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง พร้อมให้บริการ Delivery จัดส่งยาและสินค้าสุขภาพถึงบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน ALL PharmaSee
ใช้บริการ Delivery คลิกเลย!
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ
Q: ปวดท้องเหมือนจะถ่าย แต่ไม่ถ่ายเกิดจากอะไร?
A: มักเกิดจากภาวะลำไส้บีบตัวผิดจังหวะ หรือมีแก๊สในลำไส้ใหญ่ส่วนปลายมากเกินไป ทำให้ร่างกายเข้าใจผิดว่ามีอุจจาระต้องขับออกตลอดเวลา
Q: เจ็บท้องตรงกลางเหนือสะดือ บ่งบอกถึงอะไร?
A: ส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร อาหารไม่ย่อย หรือตับอ่อนอักเสบ หากปวดบิดรุนแรงควรพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด
Q: ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ ท้องเสีย พร้อมกันอันตรายไหม?
A: หากเกิดจากอาหารเป็นพิษทั่วไปมักหายได้เองใน 1-2 วัน แต่หากมีไข้สูง ถ่ายเป็นมูกเลือด หรือขาดน้ำรุนแรง ควรรีบไปโรงพยาบาล
สรุป
อาการ ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ แม้ส่วนใหญ่จะเกิดจากสาเหตุที่ไม่รุนแรงอย่างอาหารไม่ย่อยหรือลำไส้แปรปรวน แต่ความทรมานที่เกิดขึ้นก็ไม่ควรถูกละเลย ดังนั้น การเข้าใจสาเหตุและรู้จักเลือกใช้ยาที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบจะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดไม่ทุเลาลงหรือมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย การปรึกษาเภสัชกรใกล้คุณ หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคือทางออกที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างถูกต้องแม่นยำ
ที่มา
Stomach Pain จาก Emergency Physicians
Irritable Bowel Syndrome จาก NIH
อาหารเป็นพิษ จาก โรงพยาบาลราชวิถี
ปวดท้องบิดเกร็ง เป็นพักๆ ท้องเสีย จาก โรงพยาบาลรามาธิบดี
อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่
หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน Application ALL PharmaSee ได้ แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง

