ยาถ่ายพยาธิ อาจเป็นชื่อยาที่หลายคนคุ้นหูมาตั้งแต่เด็ก แต่ในวัยผู้ใหญ่ หลายคนกลับละเลยและมองว่าเรื่องของพยาธิเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องของสุขอนามัยในอดีตเท่านั้น
ซึ่งในความเป็นจริง “พยาธิ” ยังคงแฝงตัวอยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็น ในอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ผักสดที่ล้างไม่สะอาด ดินที่มีความชื้นสูง หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงแสนรักในบ้าน เป็นต้น
ดังนั้น การรู้วิธี ถ่ายพยาธิ อย่างถูกต้องจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการกินยาตามความเชื่อ แต่เป็นเรื่องของการดูแลระบบทางเดินอาหารและสุขภาพองค์รวมอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยความห่วงใยจาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส บทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ ถ่ายพยาธิ สำคัญแค่ไหน? อาการแบบไหนที่ควรเริ่มใช้ยา มาฝากกัน
ถ่ายพยาธิคืออะไร ทำไมหลายคนถึงมองข้ามความสำคัญนี้?
การถ่ายพยาธิ คือกระบวนการใช้ยาที่มีฤทธิ์ในการกำจัด ปล่อยพิษ หรือทำให้พยาธิที่เป็นปรสิตในร่างกายมนุษย์เป็นอัมพาตและหลุดออกมาพร้อมกับการขับถ่าย
โดยปกติพยาธิจะเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น การรับประทานอาหาร (Ingestion) การไชเข้าทางผิวหนัง (Skin penetration) หรือผ่านทางแมลงพาหะ เป็นต้น ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่ที่หลายคนมักจะมองข้ามมีหลายปัจจัยได้แก่
- อาการไม่ชัดเจน ในระยะแรก การติดพยาธิอาจไม่มีอาการรุนแรง หรือมีอาการคล้ายกับโรคทางเดินอาหารทั่วไป เช่น ท้องอืด หรือเพลีย
- ความเข้าใจผิดเรื่องความสะอาด หลายคนเชื่อว่าถ้าล้างมือบ่อยหรือกินอาหารในร้านที่ดูสะอาดจะไม่ติดพยาธิ แต่ไข่พยาธิบางชนิดมีขนาดเล็กมากและทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี
- อายที่จะพูดถึง การมีพยาธิมักถูกโยงเข้ากับเรื่องความสกปรก ทำให้หลายคนเขินอายที่จะปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ดังนั้น การจะรักษาและป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจำเป็นต้องรู้จัก “พยาธิ” แต่ละชนิดให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากแต่ละชนิดจะมีช่องทางการเข้าสู่ร่างกายที่แตกต่างกัน รวมถึงชนิด ยาถ่ายพยาธิ ที่จำเพาะเจาะจงเพื่อการกำจัดอย่างตรงจุด
พยาธิมีกี่ชนิด? รู้จักศัตรูตัวร้ายในร่างกาย

การถ่ายพยาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพเริ่มต้นจากการรู้ว่าเรากำลังต่อสู้กับศัตรูชนิดใด เพราะพยาธิแต่ละกลุ่มมีวงจรชีวิต อาการที่แสดงออก และความต้องการ ยาถ่ายพยาธิ ที่จำเพาะแตกต่างกันไป
โดยพยาธิที่พบในคนสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามลักษณะรูปร่างและตำแหน่งที่อยู่อาศัย ดังนี้
1.กลุ่มพยาธิตัวกลม(Nematodes)
เป็นพยาธิที่พบได้บ่อยที่สุดในทางเดินอาหาร มีลักษณะเป็นท่อกลมไม่มีข้อปล้อง และมีขนาดที่หลากหลาย เช่น พยาธิไส้เดือน, พยาธิแส้ม้า, พยาธิปากขอ และพยาธิเข็มหมุด
2. กลุ่มพยาธิตัวแบนหรือตัวตืด(Cestodes)
มีลักษณะเด่นคือลำตัวแบนยาวคล้ายริบบิ้น ประกอบด้วยข้อปล้องจำนวนมาก ซึ่งแต่ละปล้องสามารถสร้างไข่ได้เอง พยาธิกลุ่มนี้สามารถมีความยาวได้หลายเมตรในลำไส้ของมนุษย์ เช่น พยาธิตัวตืดหมู, ตืดวัว
3. กลุ่มพยาธิใบไม้(Trematodes)
เป็นพยาธิที่มีรูปร่างคล้ายใบไม้ มีทั้งตัวผู้และตัวเมียในตัวเดียวกัน ยกเว้นพยาธิใบไม้ในเลือด พยาธิกลุ่มนี้มักไม่ได้อาศัยอยู่ในลำไส้ แต่อาศัยอยู่ในอวัยวะสำคัญต่าง ๆ เช่น พยาธิในตับ, พยาธิในปอด
พยาธิแต่กลุ่มนี้ เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้อย่างไร?
| กลุ่มพยาธิ | ตัวอย่างพยาธิ | ช่องทางการติดเชื้อ | อวัยวะที่อาศัย |
|---|---|---|---|
| ตัวกลม | พยาธิไส้เดือน, พยาธิแส้ม้า, พยาธิปากขอ, พยาธิเข็มหมุด | ○ การกินไข่ปนเปื้อนจากอาหารและน้ำ ○ การไชผ่านผิวหนัง (พยาธิปากขอ) |
ลำไส้ หรือ ระบบทางเดินอาหาร |
| ตัวตืด | พยาธิตัวตืดหมู, พยาธิตัวตืดวัว | ○ การกินเนื้อดิบ (ตัวเต็มวัย) ○ การกินไข่ปนเปื้อน (ตัวอ่อนในอวัยวะ) |
ลำไส้ กล้ามเนื้อ และสมอง |
| ใบไม้ | พยาธิใบไม้ในตับ, พยาธิใบไม้ในปอด | ○ การกินสัตว์น้ำจืดดิบ เช่น ปลา และหอย ○ การไชผิวหนัง (พยาธิใบไม้ในเลือด) |
ตับ ท่อน้ำดี ปอด ลำไส้ |
5 กลุ่มเสี่ยงที่ควรพิจารณา ‘ถ่ายพยาธิ’ เป็นประจำ
- กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ไม่ว่าจะเป็นลาบ ก้อย ซอยจุ๊ หรือแม้แต่ปลาดิบ หากแหล่งที่มาไม่สะอาด มีโอกาสสูงที่จะได้รับตัวอ่อนพยาธิ
- ผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงในบ้าน สุนัขและแมวเป็นพาหะของพยาธิหลายชนิด เช่น พยาธิตัวตืดเม็ดแตงโม หรือพยาธิปากขอ ซึ่งสามารถติดต่อสู่คนได้ผ่านการสัมผัส
- เกษตรกรหรือผู้ที่ทำงานสัมผัสดินและน้ำ พยาธิปากขอและพยาธิเส้นด้ายสามารถไชเข้าทางผิวหนังได้โดยตรงหากเดินเท้าเปล่าในพื้นที่ชื้นแฉะ
- เด็กวัยเรียน มักมีการระบาดของพยาธิเข็มหมุดจากการเล่นซนและหยิบจับของเข้าปากโดยไม่ล้างมือ
- ผู้ที่อยู่ในพื้นที่สุขาภิบาลไม่ดี หรือพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังบ่อยครั้ง ซึ่งง่ายต่อการแพร่กระจายของไข่พยาธิ
ซึ่งการเลือก ยาถ่ายพยาธิ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเสี่ยงในคนเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะพยาธิแต่ละชนิดตอบสนองต่อตัวยาที่แตกต่างกัน ไม่ควรซื้อมาใช้เองเด็ดขาด
คู่มือการเลือก ‘ยาถ่ายพยาธิ‘ ชนิดต่าง ๆ และการออกฤทธิ์

ปัจจุบันการซื้อยามากินเองโดยไม่ทราบชนิดพยาธิอาจทำให้เรา “ดื้อยา” หรือกำจัดพยาธิได้ไม่หมด ซึ่งนี่คือตัวยาสามัญที่นิยมใช้ในปัจจุบัน โดยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือ เภสัชกรที่น่าเชื่อถือ
- Mebendazole (เมเบนดาโซล) เป็นยาที่ออกฤทธิ์กว้าง (Broad-spectrum) มักใช้รักษาพยาธิไส้เดือน, พยาธิแส้ม้า และพยาธิปากขอ ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการดูดซึมสารอาหารของพยาธิ
- Albendazole (อัลเบนดาโซล) ออกฤทธิ์กว้างกว่าเมเบนดาโซล สามารถกำจัดได้ทั้งพยาธิตัวกลม ตัวตืดบางชนิด และพยาธิใบไม้บางประเภท ตัวยานี้ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีกว่า
- Praziquantel (พราซิควอนเทล): ยาเฉพาะทางสำหรับพยาธิใบไม้ (โดยเฉพาะพยาธิใบไม้ตับ) และพยาธิตัวตืด มีกลไกทำให้พยาธิเป็นอัมพาตและตายลง
- Pyrantel Pamoate (ไพแรนเทล พาโมเอต) เน้นกำจัดพยาธิไส้เดือนและพยาธิเข็มหมุดเป็นหลัก ปลอดภัยค่อนข้างสูงสำหรับเด็ก
ตารางเปรียบเทียบชนิดยาถ่ายพยาธิยอดนิยม
| ชื่อยา | พยาธิตัวกลม | พยาธิตัวตืด | พยาธิใบไม้ | จุดเด่น |
|---|---|---|---|---|
| Mebendazole | ดีมาก | ปานกลาง | ไม่ได้ | ราคาประหยัด หาซื้อง่าย |
| Albendazole | ดีมาก | ดี | ได้บ้าง | ครอบคลุมหลายชนิดที่สุด |
| Praziquantel | ไม่ได้ | ดีมาก | ดีมาก | ยาหลักสำหรับพยาธิใบไม้ |
| Pyrantel | ดี (บางชนิด) | ไม่ได้ | ไม่ได้ | เหมาะกับพยาธิเข็มหมุดในเด็ก |
ข้อควรระวังในการใช้ยาถ่ายพยาธิและผลข้างเคียง
แม้ ยาถ่ายพยาธิ จะหาซื้อได้ตามร้านขายยา แต่การใช้งานมีข้อควรระวังสำคัญ ดังนี้
- สตรีมีครรภ์ ห้ามใช้ยาบางชนิดโดยเฉพาะในไตรมาสแรก เพราะอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์
- เด็กเล็ก การคำนวณโดสยาต้องแม่นยำตามน้ำหนักตัว ควรปรึกษาเภสัชกร
- ผลข้างเคียง อาจมีอาการปวดมวนท้อง คลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะได้เล็กน้อยหลังทานยา
คำแนะนำสำคัญ: หากคุณสงสัยว่าติดพยาธิตัวตืด ไม่ควรซื้อยากินเองโดยพลการ เพราะหากยาทำให้พยาธิตัวตืดสำลักและขย้อนไข่กลับเข้าสู่กระเพาะอาหาร อาจเกิดภาวะ “ถุงน้ำพยาธิตืดหมู” ในอวัยวะสำคัญเช่น สมอง ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
สัญญาณเตือน! อาการแบบไหนที่บ่งชี้ว่าคุณอาจมี ‘พยาธิ’ ในร่างกาย?

หากคุณมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเกิน 1-2 สัปดาห์ อาจถึงเวลาที่ต้องพิจารณาเรื่องการ ถ่ายพยาธิ
- ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้องบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
- น้ำหนักลดผิดปกติ รับประทานอาหารเท่าเดิมหรือมากขึ้น แต่ร่างกายกลับซูบผอมลง
- หิวบ่อย/อ่อนเพลีย พยาธิแย่งสารอาหารไปจากร่างกาย ทำให้รู้สึกไม่มีแรงและหิวตลอดเวลา
- คันก้นในเวลากลางคืน เป็นอาการเด่นของ “พยาธิเข็มหมุด” ที่มักออกมาวางไข่บริเวณทวารหนักในช่วงดึก
- อาการทางผิวหนัง มีผื่นแดง คันยุบยิบตามตัว หรือรอยเส้นนูนเคลื่อนที่ใต้ผิวหนัง มักพบในพยาธิไชผิวหนัง
ข้อแนะนำความถี่ในการถ่ายพยาธิสำหรับคนทั่วไป
คนทั่วไปที่ดูแลสุขอนามัยดี ไม่จำเป็นต้องถ่ายพยาธิเป็นประจำทุกเดือน เพราะการใช้ยาพร่ำเพรื่ออาจส่งผลเสียต่อตับและทำให้เชื้อดื้อยา
- คนเมืองทั่วไป อาจตรวจเช็คหรือถ่ายพยาธิปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีอาการ
- กลุ่มเสี่ยงสูง (กินของดิบ/เลี้ยงสัตว์) อาจพิจารณาทุก 6 เดือน แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกยาที่ตรงจุด
5 เคล็ดลับเพื่อป้องกันการติดเชื้อพยาธิ
แม้ว่า ยาถ่ายพยาธิ จะมีประสิทธิภาพในการกำจัดปรสิต แต่การป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่แรกเริ่มคือวิธีการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด ซึ่งการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังด้วย 5 เคล็ดลับเหล่านี้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการรับเชื้อพยาธิเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น เช่น
1. กินร้อนช้อนกลาง
การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกด้วย ความร้อนที่ทั่วถึง เท่านั้น เป็นวิธีป้องกันพยาธิตัวตืดและพยาธิใบไม้ได้ดีที่สุด โดยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงสูง เช่น ปลาดิบ, เนื้อดิบ หรืออาหารประเภทสุก ๆ ดิบ ๆ
รวมไปถึงการล้างมือให้สะอาด ด้วยสบู่และน้ำ ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ จะช่วยตัดวงจรการติดเชื้อของพยาธิเข็มหมุดและพยาธิตัวกลมอื่น ๆ ที่ปนเปื้อนมาทางมือได้
2. ล้างผักผลไม้ให้สะอาดและถูกวิธี
ไข่พยาธิบางชนิด โดยเฉพาะพยาธิไส้เดือนและแส้ม้า สามารถติดมากับดินและปนเปื้อนในผักที่ปลูกใกล้พื้นดิน หรือผักที่ใช้ปุ๋ยคอกที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ ควรล้างผักผลไม้ด้วย น้ำไหลผ่าน หรือแช่ในสารละลายอ่อน ๆ เช่น น้ำเบกกิงโซดา หรือด่างทับทิมเพื่อช่วยลดปริมาณไข่และสิ่งปนเปื้อน ก่อนนำไปรับประทานสด
3. สวมรองเท้าเสมอป้องกันพยาธิไชผิวหนัง
พยาธิปากขอ มีกลไกการติดเชื้อโดยการ ไชเข้าสู่ผิวหนัง ขณะที่เป็นตัวอ่อนที่อาศัยอยู่ในดินที่เปียกชื้น การ สวมรองเท้า โดยเฉพาะเมื่อเดินในพื้นที่การเกษตร, บริเวณที่มีการถ่ายอุจจาระในดิน หรือพื้นที่ชื้นแฉะ จะช่วยสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ตัวอ่อนพยาธิสามารถสัมผัสและเจาะทะลุผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดได้
4. ดูแลสัตว์เลี้ยงและจัดการมูลสัตว์อย่างถูกสุขลักษณะ
สำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง ทั้งสุนัขและแมวสามารถเป็นพาหะนำพยาธิมาสู่คนได้ เช่น พยาธิไส้เดือนในสัตว์ ควรถ่ายพยาธิให้สุนัขและแมวตามที่สัตวแพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือการ เก็บมูลสัตว์ ทิ้งให้มิดชิดทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่พยาธิปนเปื้อนสู่ดินและสิ่งแวดล้อมภายนอก
5. ดื่มน้ำสะอาดที่ผ่านการกรองหรือต้มสุก
น้ำในแหล่งธรรมชาติหรือน้ำบาดาลบางแห่งอาจปนเปื้อนไข่พยาธิหรือตัวอ่อนพยาธิบางชนิด การดื่มน้ำที่ผ่านการ ต้มสุก หรือผ่านกระบวนการ กรองและฆ่าเชื้อ ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อพยาธิที่มาทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การใช้สิทธิบัตรทองสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่ต้องการ “ยาถ่ายพยาธิ”
หรับคนไทยที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) หากมีอาการบ่งชี้ว่าติดพยาธิ หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงตามดุลยพินิจของแพทย์ คุณสามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับยาถ่ายพยาธิได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ หน่วยบริการใกล้บ้าน เพื่อเป็นการคัดกรองและป้องกันโรคเรื้อรังที่อาจตามมา
หรือถ้าหากต้องการปรึกษาเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการรักษาได้อย่างตรงจุด ก็สามารถใช้สิทธิบัตรทอง เพื่อรับบริการที่ร้านยาที่เข้าร่วม “โครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ” ได้ ซึ่งจะมีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษา และจ่ายยาที่จำเป็นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โดยสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่]โดยร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง พร้อมให้บริการ Delivery จัดส่งยาและสินค้าสุขภาพถึงบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน ALL PharmaSee
ใช้บริการ Delivery คลิกเลย!
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับพยาธิ และ ยาถ่ายพยาธิ
Q: กินยาถ่ายพยาธิแล้ว พยาธิจะออกมาเป็นตัว ๆ ไหม?
A: ปัจจุบันยาหลายชนิดออกฤทธิ์ทำให้พยาธิตายและถูกย่อยสลายไปกับอุจจาระ แต่อาจพบเป็นตัวได้ในกรณีที่เป็นพยาธิตัวตืดหรือพยาธิไส้เดือนบางชนิด
Q: ต้องกินยาถ่ายพยาธิตอนท้องว่างหรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับชนิดของยา ยาบางตัว เช่น Albendazole จะดูดซึมได้ดีขึ้นหากทานพร้อมอาหารที่มีไขมัน แต่บางตัวควรทานตอนท้องว่างเพื่อให้ออกฤทธิ์ในลำไส้เต็มที่ ควรทำตามเอกสารกำกับยาหรือคำแนะนำเภสัชกร
Q: ยาสมุนไพรไทยถ่ายพยาธิได้จริงไหม?
A: มีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เช่น มะเกลือ (Diospyros mollis) ว่ามีสาร Diospyrol ที่ออกฤทธิ์ถ่ายพยาธิจริง แต่ปัจจุบันไม่นิยมเพราะการคุมขนาดสารสกัดให้คงที่ทำได้ยาก และอาจเกิดพิษต่อระบบประสาทตาได้หากใช้ไม่ถูกวิธี ดังนั้น การใช้ยาแผนปัจจุบัน หรือ ยาสามัญประจำบ้าน จึงปลอดภัยกว่า
Q: กินยาถ่ายพยาธิห้ามกินอะไร ?
A: ห้ามดื่ม “แอลกอฮอล์” ของดิบ และของหมักดอง พร้อมเลี่ยงอาหารมันจัดและนม เพื่อป้องกันผลข้างเคียงรุนแรงต่อตับและช่วยให้ยาออกฤทธิ์กำจัดพยาธิได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด
สรุป
การ ถ่ายพยาธิ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวหรือน่าอาย แต่มันคือการปรับระบบร่างกายให้กลับมาดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่อีกครั้ง ซึ่งหากผู้ป่วยมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติ เช่น ท้องอืดเรื้อรังหรือน้ำหนักลด การเลือกใช้ ยาถ่ายพยาธิ ที่ตรงกับชนิดของพยาธิภายใต้การแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ คือหนทางที่ปลอดภัยที่สุด
ที่มา
คู่มือป้องกันควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ มะเร็งท่อน้ำดี และหนอนพยาธิ จาก กรมควบคุมโรค
ยาถ่ายพยาธิ จำเป็นต้องกินหรือไม่ ? จาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
ถ่ายพยาธิทุกปีจำเป็นหรือไม่ จาก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
Soil–transmitted helminthiases จาก World Health Organization (WHO)
Intestinal Parasites จาก CDC (Centers for Disease Control and Prevention, USA)
Treatment Options and Considerations for Intestinal Helminthic Infections จาก PubMed Central
อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่
หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน Application ALL PharmaSee ได้ แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง

