ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ อันตรายไหม รู้ทันอาการ และวิธีดูแลตัวเอง

ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ อันตรายไหม รู้ทันอาการ และวิธีดูแลตัวเองจาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส

หลายคนอาจเคยเผชิญกับอาการตัวรุม ๆ อ่อนเพลียคล้ายจะเป็นไข้ แต่พอนำปรอทมาวัดอุณหภูมิภายในร่างกายแล้วกลับมีเกณฑ์ที่ดูปกติ 

ซึ่งอาการ ตัวร้อนแต่ไม่มีไข นี้ แท้จริงแล้วแม้จะไม่ใช่ดูเป็นโรคร้ายแรง แต่ก็มักเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของเรากำลังทำงานหนักเกินไปจนส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติบางอย่าง 

บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง เพื่อรับมือกับภาวะดังกล่าวและช่วยให้ร่างกายกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง มาฝากกัน 

 

ภาวะตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ คืออะไร? 

ในทางการแพทย์ อุณหภูมิร่างกายคนเราปกติจะอยู่ที่ประมาณ 36.5 – 37.2 องศาเซลเซียส และจะถือว่า “มีไข้” ก็ต่อเมื่ออุณหภูมิแกนกลางสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ขึ้นไป 

ซึ่งสำหรับภาวะ ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ นั้นคือสภาวะร่างกายที่มนุษย์เราเกิดความรู้สึกร้อนข้างในตัวละมีผิวหนังที่อุ่นกว่าปกติ เช่น หน้าแดง หรือเหงื่อออก ฯลฯ 

โดยมักเกิดจากร่างกายพยายามปรับสมดุลความร้อน หรือมีความผิดปกติเล็กน้อยในการระบายความร้อน ซึ่งเป็นภาวะร้อนในร่างกายที่สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติในทุกช่วงวัย แต่ก็ยังมีปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ ที่ควรสังเกตเพิ่มเติมเพื่อการดูแลตัวเองที่เหมาะสม 

 

สาเหตุอาการตัวร้อนแต่ไม่มีไข เกิดจากปัจจัยใดบ้าง? 

 

ภาพผู้หญิงใช้ปรอทวัดไข้ แต่อุณหภูมิปกติ ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้

 

หากกำลังสงสัยว่าอาการตัวร้อน เกิดจากอะไร นี่คือ 7 ปัจจัยหลักที่มักเป็นต้นเหตุทำให้ร่างกายร้อนจาก ข้างใน รู้สึกร้อนรุ่มและไม่สบายตัว เช่น 

1. สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ร้อนจัด

ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว การอยู่กลางแดดจัดหรือในพื้นที่ที่อากาศไม่ถ่ายเทเป็นเวลานาน ร่างกายจะดูดซับความร้อนจากภายนอกเข้ามา ส่งผลให้ผิวหนังอุ่นขึ้นและรู้สึกร้อน แม้ว่าระดับอุณหภูมิแกนกลางภายในร่างกายจะยังคงปกติก็ตาม 

2. ภาวะขาดน้ำ(Dehydration) 

น้ำคือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายผ่านทางเหงื่อ หากคุณดื่มน้ำน้อยเกินไป ร่างกายจะผลิตเหงื่อได้ไม่เต็มที่ ทำให้ความร้อนสะสมอยู่ภายใน นี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รู้สึกร้อนในตัวแต่ ไม่มีไข้ 

3. การพักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียด

การอดนอนหรือมีความเครียดสะสม ส่งผลโดยตรงต่อระบบประสาทอัตโนมัติและระบบต่อมไร้ท่อ ร่างกายที่เหนื่อยล้าจะทำงานหนักขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น ส่งผลให้กระบวนการเผาผลาญทำงานผิดจังหวะ และทำให้เกิดอาการตัวรุม ๆ เหมือนคนจะมีไข้ 

4. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

โดยเฉพาะในผู้หญิง ช่วงก่อนมีประจำเดือน ระหว่างตั้งครรภ์ หรือผู้หญิงที่เข้าสู่วัยทอง (Menopause) การสวิงของฮอร์โมนเอสโตรเจนจะส่งผลต่อศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมอง ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบตามร่างกาย (Hot Flashes) 

5. ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ(Hyperthyroidism) 

ภาวะไทรอยด์เป็นพิษหรือต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป จะไปกระตุ้นระบบเผาผลาญ (Metabolism) ในร่างกายให้ทำงานหนักตลอดเวลา เหมือนเครื่องยนต์ที่เร่งเครื่องอยู่เสมอ ส่งผลให้ร่างกายผลิตความร้อนออกมามากกว่าปกติ 

6. การออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ใช้แรงหนัก

เมื่อกล้ามเนื้อทำงานหนัก ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานและสร้างความร้อนขึ้นมา อุณหภูมิที่ผิวหนังจะสูงขึ้นชั่วคราว ทำให้รู้สึกตัวร้อน ซึ่งเป็นกลไกปกติและจะหายไปเองเมื่อได้นั่งพัก 

7.ผลข้างเคียงจากอาหารและเครื่องดื่ม

การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือการทานอาหารรสจัด อาหารเผ็ดร้อน จะไปกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเกิดความรู้สึกร้อนผ่าวตามร่างกายได้ 

 

ใครสามารถเจออาการตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ได้บ้าง? 

อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่จะพบได้บ่อยในกลุ่มบุคคลต่อไปนี้ 

  • วัยทำงาน: ผู้ที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย มีความเครียดสะสม หรือนั่งทำงานในที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท 
  • สตรีวัยหมดประจำเดือน: ผู้ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างรุนแรง 
  • เด็กทารกและเด็กเล็ก: อาการเด็กตัวร้อนแต่ไม่มีไข พบได้บ่อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่พ่อแม่สวมใส่เสื้อผ้าให้ลูกหนาเกินไป หรือเด็กเพิ่งวิ่งเล่นซนจนเหนื่อย ทำให้ร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน แต่เมื่อเช็ดตัวหรือให้พัก อุณหภูมิก็จะกลับมาเป็นปกติ 

 

อาการตัวร้อนแต่ไม่มีไข้แบบไหนควรรีบพบแพทย์

 

ภาพมือถือปรอทของผู้ป่วยที่เข้ามาพบแพทย์ เนื่องจากมีความผิดปกตินอกเหนือจาก ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้

 

แม้ว่าอาการตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ส่วนใหญ่จะไม่อันตรายและเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่หากมีสัญญาณเตือน (Red Flags) เหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด เช่น 

  1. มีอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือเจ็บหน้าอก 
  2. น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ 
  3. อ่อนเพลียเรื้อรัง ไม่มีแรง ทำกิจวัตรประจำวันไม่ไหว 
  4. มีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ คล้ายจะหน้ามืดบ่อยครั้ง 
  5. เหงื่อออกตอนกลางคืนมากผิดปกติจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม 
  6. มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง หรือมีผื่นแดงขึ้นตามตัว 

 

เมื่อมีอาการตัวร้อน แต่ไม่มีไข้ เราควรทำอย่างไร?

หากกำลังกังวลว่า ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ แก้ยังไง สำหรับวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้นอาการดังกล่าวนั้น เราสามารถเน้นไปที่การปรับพฤติกรรมและช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น ได้ดังนี้ 

 

1. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 

 

คนกำลังรินน้ำลงบนแก้ว แก้อาการตัวร้อนแต่ไม่มีไข้

 

นี่คือวิธีที่สำคัญที่สุด การจิบน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน จะช่วยชดเชยน้ำที่สูญเสียไปทางเหงื่อ ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น และช่วยลดความร้อนสะสมในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

2. พักผ่อนในที่อากาศถ่ายเท

 

ภาพผู้หญิงกำลังพักผ่อนในที่อากาศถ่ายเท

 

ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่แออัด ร้อนอบอ้าว หรือมีแสงแดดจัด แนะนำให้เข้าไปพักในห้องที่อากาศเย็นสบาย เปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเพื่อให้อากาศหมุนเวียน และควรหาเวลาพักผ่อนนอนหลับให้ครบ 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเอง 

 

3. สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี 

 

หญิงสาวเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี

 

เลือกใส่เสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย (Cotton) หรือผ้าลินิน ที่มีความโปร่งสบาย ไม่รัดรูป และไม่อมเหงื่อ จะช่วยให้ความร้อนระบายออกจากผิวหนังได้เร็วขึ้น 

 

4. หลีกเลี่ยงการซื้อยาลดไข้มาทานเองโดยไม่จำเป็น 

 

หลีกเลี่ยงการซื้อยาลดไข้มาทานเองโดยไม่จำเป็น

 

เมื่อมีอาการตัวรุม ๆ แต่ปรอทวัดแล้วอุณหภูมิร่างกายปกติ ห้ามซื้อยาลดไข้ ยาสามัญประจำบ้าน เช่น พาราเซตามอล มาทานเองโดยเด็ดขาด  

เพราะยาเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อลดอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย เมื่อคุณไม่มีไข้ ยาจะไม่ช่วยลดความรู้สึก “ร้อน” ที่คุณกำลังเป็นอยู่ แต่กลับจะเป็นการเพิ่มภาระให้ “ตับ” ต้องทำงานหนักในการขับสารเคมีจากยาออกจากร่างกายโดยเปล่าประโยชน์ 

 

ข้อสังเกต ตัวร้อนแบบมีไข้ ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้
อุณหภูมิจากปรอท มากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ปกติ (36.5 – 37.2 องศาเซลเซียส)
สาเหตุหลัก ร่างกายติดเชื้อ (ไวรัส, แบคทีเรีย), อักเสบ ขาดน้ำ, อากาศร้อน, พักผ่อนน้อย, ฮอร์โมน
อาการร่วมที่พบบ่อย หนาวสั่น, ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ, ปวดหัว อ่อนเพลีย, รู้สึกร้อนผิวหนัง, กระหายน้ำ
วิธีดูแลเบื้องต้น ทานยาลดไข้, เช็ดตัว, พบแพทย์ ดื่มน้ำเยอะ ๆ, พักผ่อนในที่เย็น, สวมเสื้อผ้าโปร่งสบาย

ตารางเปรียบเทียบอาการ: ตัวร้อนแบบมีไข้ vs ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้   

 

การใช้สิทธิบัตรทองสำหรับผู้มีอาการ ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ และเจ็บป่วยอื่น ๆ 

สำหรับผู้มีอาการตัวร้อน แต่ไม่มีไข้ หรืออาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ฯลฯ และต้องการปรึกษาเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการรักษาและหาวิธีบรรเทาอาการอย่างตรงจุด ก็สามารถใช้สิทธิบัตรทอง เพื่อรับบริการที่ร้านยาที่เข้าร่วม “โครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ” ได้ ซึ่งจะมีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษา และจ่ายยาที่จำเป็นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

โดยสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่] โดยร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง พร้อมให้บริการ Delivery จัดส่งยาและสินค้าสุขภาพถึงบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน ALL PharmaSee 

 

ใช้บริการ Delivery คลิกเลย!

 

การเตรียมตัวก่อนปรึกษาเภสัชกร 💡

เพื่อให้เภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส สามารถประเมินอาการผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำ
แนะนำให้เตรียมข้อมูลเบื้องต้น เช่น ช่วงเวลาที่มักมีอาการตัวร้อน
ยาประจำตัวที่รับประทานอยู่ รวมถึงพฤติกรรมการดื่มน้ำและการนอนหลับในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา

 

คำถามพบบ่อย เกี่ยวกับ อาการตัวร้อน แต่ไม่มีไข้ 

Q: อาการตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ในผู้สูงอายุ เกิดจากอะไร? 

A: ในผู้สูงอายุ อาการนี้มักเกิดจากอะไรที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมตามวัยของระบบต่อมไร้ท่อและระบบประสาท ทำให้การควบคุมอุณหภูมิและการระบายเหงื่อทำได้ไม่ดีเท่าคนหนุ่มสาว รวมถึงอาจเป็นผลข้างเคียงจากยารักษาโรคประจำตัวบางชนิดด้วย 

Q: รู้สึกร้อนข้างในตัวตอนกลางคืนแก้อย่างไร? 

A: หากรู้สึกร้อนรุ่มจนนอนไม่หลับ แนะนำให้ปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นสบายขึ้น อาบน้ำอุณหภูมิห้องก่อนนอน หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนในช่วงเย็น และจิบน้ำเปล่าเล็กน้อยก่อนเข้านอน 

Q: ถ้าตัวรุม ๆ กินยาลดไข้ดักไว้ก่อนได้หรือไม่? 

A: ไม่ควรทำอย่างยิ่ง หากวัดอุณหภูมิแล้วไม่มีไข้ การทานยาลดไข้ดักไว้ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ และอาจส่งผลเสียต่อตับในระยะยาว ควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น การดื่มน้ำและการพักผ่อนจะดีที่สุด 

 

สรุป 

อาการ ตัวร้อนแต่ไม่มีไข ส่วนใหญ่ไม่ใช่สัญญาณของโรคร้ายแรง แต่เป็นเสียงเตือนจากร่างกายที่บอกว่าเราอาจจะกำลังละเลยการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น การดื่มน้ำน้อยเกินไป พักผ่อนไม่พอ หรือปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัดจนร่างกายทำงานหนักเกินขีดจำกัด 

ดังนั้น เมื่อเกิดอาการนี้ สิ่งแรกที่ควรทำคือการตั้งสติ วัดไข้เพื่อความแน่ใจ หากอุณหภูมิปกติ ให้เริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนในที่เย็นสบาย เพียงเท่านี้ ร่างกายของคุณก็จะค่อย ๆ ปรับสมดุลและกลับมาสดชื่นแข็งแรงได้ดียิ่งขึ้น 

 

ที่มา 

Why do I feel hot but have no fever จาก Medical News Today

Hot flashes but no fever, why จาก Vinmec International Hospital   

Why do I feel hot but no fever จาก Torrinomedica 

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน Application ALL PharmaSee ได้ แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

All Pharma See

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก