คันไม่ไหว ลมพิษ กี่วันหาย? รวมวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

คันไม่ไหว ลมพิษ กี่วันหาย? รวมวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส

อาการคันยิบ ๆ ที่มาพร้อมผื่นนูนแดงตามตัว หรือที่เรียกกันว่า “ผื่นลมพิษ” มักสร้างความกังวลใจและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคนอย่างมาก ซึ่งหากดูแลอย่างผิดวิธี พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือเผลอเกาจนผิวหนังอักเสบถลอก ก็อาจส่งผลให้ผื่นลุกลามและกลายเป็นอาการเรื้อรังที่รักษายากกว่าเดิม 

เพื่อช่วยให้ทุกคนรับมือกับอาการลมพิษได้อย่างถูกวิธี บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จึงได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับ ลมพิษ กี่วันหาย พร้อมเจาะลึกสาเหตุ การสังเกตอาการ และรวมวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น มาฝากกัน 

 

รู้จักกับ “ลมพิษ” ผื่นคันที่เกิดขึ้นมาโดยไม่ได้รับเชิญ 

 

ภาพอาการ "ลมพิษ" ผื่นคันที่พบได้ในทุกวัย กี่วันหาย?

 

อาการลมพิษ หรือ Urticaria คือ ปฏิกิริยาของผิวหนังที่มีลักษณะเป็นปื้นนูนแดง ขอบชัดเจน และมีอาการคัน โดยอาการเหล่านี้ มักจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับสารกระตุ้นบางอย่าง จนทำให้เซลล์ใต้ผิวหนังหลั่งสาร “ฮิสตามีน” ออกมา ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวจนเกิดเป็นปื้นนูน และรู้สึกคันยุบยิบตามตัว 

 

สาเหตุของ ผื่นลมพิษ กิดจากอะไร? 

 

ภาพสาเหตุของ ผื่นลมพิษ

 

หลายคนมักสงสัยว่าอยู่ดี ๆ ทำไมถึงมีผื่นขึ้น ทั้งที่บางครั้งก็ใช้ชีวิตปกติ ซึ่งสาเหตุของลมพิษนั้นกว้างมาก เพราะร่างกายของแต่ละคน จะมีจุดกระตุ้นของการเกิดผื่นที่แตกต่างกัน  

โดยหลัก ๆ สามารถแบ่งกลุ่มออกมาเป็น 4 สาเหตุได้ดังนี้ 

  1. อาหารและสารเจือปน นอกเหนือจากอาหารทะเล ไข่ หรือนมที่หลายคนแพ้เป็นประจำแล้ว สารปรุงแต่งในอาหาร เช่น สารกันบูด สีผสมอาหาร หรือแม้แต่ผงชูรสในปริมาณมาก ก็สามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮิสตามีนจนเกิดผื่นคันได้ 
  2. ยาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลิน หรือยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใชสเตอรอยด์ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน หรือไอบูโพรเฟน ซึ่งมักทำให้เกิดผื่นลมพิษเฉียบพลันได้บ่อย 
  3. สิ่งแวดล้อมและสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นละอองในบ้าน ละอองเกสรดอกไม้ หรือขนสัตว์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่รวดเร็ว ก็สามารถทำให้ผิวหนังปรับตัวไม่ทันจนเกิดผื่นลมพิษได้ 
  4. การติดเชื้อภายในร่างกาย บางครั้งลมพิษไม่ได้มาจากภายนอก แต่เกิดจากการที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อรา เช่น อาการหวัด เจ็บคอ หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไวเกินไป 

 

ประเภทของ ผื่นลมพิษ มีอะไรบ้าง กี่วันหาย? 

 

ภาพผู้หญิงเอเชียกำลังเกาผิวหนัง จากอาการผื่นลมพิษ

 

ปัจจุบันในทางการแพทย์ ผื่นลมพิษ จะถูกแบ่งประเภทของลมพิษตาม “ระยะเวลาที่มีอาการ” เป็นหลัก เพื่อให้ง่ายต่อการวินิจฉัยและเลือกแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ครับ 

 

1. ลมพิษเฉียบพลัน(Acute Urticaria) 

เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด ลักษณะคือผื่นจะเกิดขึ้นเร็วและรุนแรง แต่จะหายไปภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 สัปดาห์ 

  • ระยะเวลาที่เป็น: ส่วนใหญ่ผื่นมักจะอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมงในแต่ละจุด (ยุบที่หนึ่งไปขึ้นอีกที่หนึ่ง) และภาพรวมของอาการจะหายขาดภายในไม่กี่วัน 
  • สาเหตุส่วนใหญ่: มักจะหาความสัมพันธ์กับสิ่งกระตุ้นได้ชัดเจน เช่น เพิ่งทานอาหารทะเลมา เปลี่ยนสบู่ใหม่ หรือทานยาบางชนิดเข้าไป 
  • การดูแล: มักตอบสนองต่อการทานยาแก้แพ้ได้ดี และจะหายไปเมื่อร่างกายกำจัดสารก่อภูมิแพ้ออกไปหมดแล้ว 

 

2. ลมพิษเรื้อรัง(Chronic Urticaria) 

หากคุณมีผื่นขึ้นต่อเนื่องเกือบทุกวัน หรือเป็นๆ หายๆ นานเกินกว่า 6 สัปดาห์ขึ้นไป จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มลมพิษเรื้อรัง 

  • ระยะเวลาที่เป็น: เป็นต่อเนื่องยาวนานหลายเดือน หรือบางรายอาจเป็นปี สร้างความรำคาญใจและกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก 
  • สาเหตุส่วนใหญ่: มักจะหาสิ่งกระตุ้นจากภายนอกได้ยากกว่าประเภทแรก เพราะบ่อยครั้งเกิดจากปัจจัยภายใน เช่น ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ (Autoimmune), โรคไทรอยด์, หรือภาวะความเครียดสะสม 
  • การดูแล: ต้องอาศัยการรักษาต่อเนื่องจากแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญ และอาจต้องตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุแฝงที่ซ่อนอยู่ครับ 
ประเภทลมพิษ ระยะเวลาของอาการ ลมพิษกี่วันหาย ความรุนแรง/การจัดการ
ลมพิษเฉียบพลัน ผื่นขึ้นและยุบตัวเร็ว หายภายใน 24 ชม. – 2 สัปดาห์ มักหายเองได้เมื่อหยุดรับสิ่งกระตุ้น
ลมพิษเรื้อรัง ผื่นขึ้นต่อเนื่อง เกือบทุกวัน เป็นนานเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไป ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุแฝง

ตารางสรุป ลมพิษ กี่วันหายแต่ละประเภท

 

อาการ “ผื่นลมพิษ” แบบไหนที่ต้องระวัง? 

โดยทั่วไปของผื่นลมพิษ จะลักษณะของผื่นส่วนใหญ่ที่คล้ายกัน แต่ตำแหน่ง หรือบริเวณจุดที่ขึ้นนั้น ก็สามารถบอกถึงความเสี่ยงได้ เช่น 

 

1. ลมพิษขึ้นหน้า ตา และริมฝีปาก (อันตรายถึงชีวิต)

 

อาการ Angioedema ลมพิษขึ้นหน้า ตา และริมฝีปาก

 

การที่ ลมพิษขึ้นหน้า ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องความสวยงาม แต่มักมาพร้อมกับภาวะที่เรียกว่า Angioedema หรือการบวมในชั้นผิวหนังที่ลึกกว่าปกติ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มโรคเดียวกันกับลมพิษ (Urticaria 

โดยหากดูจากรูปภาพลมพิษข้างต้น จะเห็นได้ว่ามีอาการตาบวม ปากบวมเจ่อ ร่วมกับอาการดังต่อไปนี้ 

  • รู้สึกแน่นหน้าอก หรือหายใจมีเสียงวี้ด 
  • กลืนน้ำลายลำบาก หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอ 
  • หน้ามืด วิงเวียนคล้ายจะเป็นลม  

หากพบอาการเหล่านี้ นั่นคือสัญญาณของอาการแพ้อย่างรุนแรง ที่อาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น จึงควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีโดยไม่ต้องรอสังเกตอาการ 

 

2. คันตามตัวตอนกลางคืน (เกิดจากการพักผ่อน) 

 

ภาพผู้หญิงคันตามตัวตอนกลางคืน

 

หลายคนมักมาปรึกษาเภสัชกรว่า ทำไมตอนกลางวันไม่ค่อยเป็นอะไร แต่พอจะเข้านอนกลับ คันตาม ตัว ตอนกลางคืน จนไม่ได้พักผ่อน ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเกิดจากปัจจัยทางสรีรวิทยาในหลายปัจจัย เช่น 

  1. อุณหภูมิร่างกาย ในช่วงกลางคืนอุณหภูมิในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลง (Body Temperature Fluctuations) ซึ่งส่งผลต่อการขยายตัวของหลอดเลือดและกระตุ้นการหลั่งฮิสตามีนได้ง่ายขึ้น 
  2. ระดับฮอร์โมน ร่างกายจะลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นสเตอรอยด์ธรรมชาติที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบในช่วงดึก ทำให้ความไวต่ออาการคันพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ 
  3. สิ่งกระตุ้นในห้องนอน ไรฝุ่นบนที่นอน หมอน ผ้าห่ม หรือแม้แต่อากาศที่แห้งและเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ล้วนเป็นตัวจุดชนวนให้ผื่นลมพิษเห่อขึ้นมาในช่วงที่กำลังจะหลับ 

ข้อควรระวังจากเภสัชกร: หากพบว่ามีอาการคันตอนกลางคืนบ่อย ๆ จนส่งผลต่อคุณภาพชีวิต หรือเริ่มมีอาการบวมที่ใบหน้า ให้รีบจดบันทึกสิ่งที่ทำก่อนนอนและรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางแก้ไขก่อนจะกลายเป็นลมพิษเรื้อรัง 

 

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เป็นลมพิษทำอย่างไรดี?

เมื่อเกิดอาการคันจากผื่นลมพิษ สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การเกา เพราะการเกาจะยิ่งกระตุ้นให้เซลล์ปลดปล่อยฮิสตามีนออกมามากขึ้นและทำให้ผื่นลามไปกว้างกว่าเดิม ควรเน้นไปที่การลดการอักเสบและหยุดวงจรการคันด้วยวิธีดังนี้ 

  1. ประคบเย็นช่วยลดบวม ใช้เจลเย็น (Cool Pack) หรือผ้าชุบน้ำเย็นประคบบริเวณที่คันประมาณ 10-15 นาที ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการบวมแดง และช่วยบรรเทาอาการคันยิบ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว 
  2. หลีกเลี่ยงความร้อนทุกรูปแบบ งดการอาบน้ำอุ่น การเข้าซาวน่า หรือการตากแดดจัด เพราะความร้อนคือตัวกระตุ้นหลักที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและกระตุ้นการหลั่งฮิสตามีนให้รุนแรงขึ้น 
  3. เลือกสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อผ้าคอตตอนที่โปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดตึง เพื่อลดการเสียดสีและการสะสมของความร้อนใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผื่นเห่อ 
  4. ใช้ ยาแก้ลมพิษ อย่างถูกวิธี การทานยากลุ่มแอนฮิสตามีน (Antihistamines) คือทางออกหลักในการยับยั้งอาการคัน โดยสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม เช่น 
    • ยาแก้แพ้แบบไม่ง่วง (Non-Sedatingเหมาะสำหรับทานในช่วงกลางวันเพื่อให้ทำงานหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ 
    • ยาแก้แพ้กลุ่มง่วง (Sedating) ช่วยลดอาการคันได้แรงขึ้นและช่วยให้หลับสนิทในช่วงกลางคืน เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการคันรุนแรงจนส่งผลต่อการนอน 

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: หากทำตามวิธีเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ทุเลา หรือผื่นเริ่มลามไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างรวดเร็ว ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อปรับขนาดความแรงของยาให้เหมาะสมกับอาการ 

 

การใช้สิทธิบัตรทองสำหรับผู้มี อาการผื่นผิวหนัง หรือ ลมพิษ 

สำหรับผู้ที่มีอาการ อาการผื่นผิวหนัง หรือ ลมพิษ และต้องการปรึกษาเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการรักษาและหาวิธีบรรเทาอาการอย่างตรงจุด ก็สามารถใช้สิทธิบัตรทอง เพื่อรับบริการที่ร้านยาที่เข้าร่วม “โครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ” ได้ ซึ่งจะมีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษา และจ่ายยาที่จำเป็นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

โดยสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่] โดยร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง พร้อมให้บริการ Delivery จัดส่งยาและสินค้าสุขภาพถึงบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน ALL PharmaSee 

 

 ใช้บริการ Delivery คลิกเลย!

 

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ ลมพิษ กี่วันหาย? 

Q: ถ้าผื่นยุบแล้ว สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกไหม? 

A: สามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ หากร่างกายยังได้รับสิ่งกระตุ้นเดิม ๆ หรือสภาพร่างกายอ่อนแอ จากการพักผ่อนไม่เพียงพอ  

Q: ผื่นลมพิษเป็นโรคติดต่อหรือไม่? 

A: ลมพิษไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เกิดจากปฏิกิริยาภายในร่างกายของแต่ละบุคคล ไม่สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสได้ 

Q: เป็นลมพิษ ขาดวิตามินอะไร ห้ามกินอะไร? 

A: ผู้ที่มีอาการลมพิษเรื้อรังมักสัมพันธ์กับสภาวะ ขาดวิตามิน D ที่ช่วยคุมระบบภูมิคุ้มกัน ส่วนอาหารที่ต้องเลี่ยงคือกลุ่ม High Histamine เช่น อาหารทะเล ของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารกันบูด เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ผื่นลามและคันรุนแรงขึ้น 

Q: การกินยาแก้แพ้ติดต่อกันนาน ๆ อันตรายไหม? 

A: โดยทั่วไปยาแก้แพ้รุ่นใหม่ (Secondgeneration) มีความปลอดภัยสูง สามารถใช้ต่อเนื่องในผู้ที่มีลมพิษเรื้อรังภายใต้การดูแลของแพทย์ และหากจำเป็นต้องใช้เกิน 2 สัปดาห์ขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย ์เพื่อประเมินสาเหตุและปรับขนาดยาให้เหมาะสม 

Q: ลมพิษเฉียบพลันจำเป็นต้องหาหมอไหม? 

A: หากคันปกติและยุบเองได้ใน 1-2 วัน อาจไม่ต้องพบแพทย์ แต่ถ้ามีอาการหายใจติดขัด บวมที่ลำคอ หรือผื่นลามไปทั่วตัวอย่างรวดเร็ว ควรไปโรงพยาบาลทันที 

 

สรุป ลมพิษกี่วันหาย 

ลมพิษ กี่วันหาย ขึ้นอยู่กับการค้นหาต้นเหตุและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้เร็วที่สุด หากจัดการได้ทันท่วงทีอาการมักจะสงบลงภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่หากยังได้รับสารก่อภูมิแพ้อย่างต่อเนื่อง อาการอาจลามไปจนถึงขั้นเรื้อรังที่รักษายากขึ้น ซึ่งแนวทางปฏิบัติเมื่อเป็นลมพิษ คือ 

  1. สังเกตและจดบันทึก ไล่เรียงกิจกรรมหรืออาหารที่ทานก่อนเกิดผื่นเพื่อหาตัวการที่แท้จริง 
  2. ตัดวงจรสิ่งกระตุ้น งดอาหารกลุ่มเสี่ยง สารกันบูด และปัจจัยทางกายภาพที่ทำให้ผิวระคายเคือง 
  3. ฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และเสริมวิตามินที่จำเป็นเพื่อสร้างเกราะป้องกันจากภายใน 
  4. พบผู้เชี่ยวชาญ หากผื่นขึ้นต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาสาเหตุแฝงอย่างละเอียด 

ซึ่งการเข้าใจกลไกของร่างกายและการดูแลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ผู้ป่วยที่กำลังเผชิญ สามารถรับมือกับอาการคันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสที่ผื่นแดงจะกลับมารบกวนการใช้ชีวิตในระยะยาว 

 

ที่มา 

ลมพิษ (Urticaria) จาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 

โรคลมพิษ ผื่นแดงบนผิวหนังอันตรายกว่าที่คิด จาก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 

Chronic urticaria and vitamin D supplementations จาก National Library of Medicine 

Diet and Urticaria: Foods to Eat and Avoid for Managing Allergic Reactions จาก Mamahealth 

Urticaria จาก RefHelp

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน Application ALL PharmaSee ได้ แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

All Pharma See

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก