ปวดฟันกินยาอะไร ให้ตรงกับระดับอาการ

ปวดฟันกินยาอะไร ให้ตรงกับระดับอาการ

อาการปวดฟันจี๊ดหรือดื่มน้ำเย็นแล้วเสียวฟัน ถือเป็นอาการที่หลายคนเจอแล้ว ไม่รู้จะรับมือยังไงดี กรณีที่ถ้าปวดฟันกินยาอะไรถึงจะหาย หากเลือกยาผิดประเภท กินซ้ำซ้อนหลายตัวพร้อมกัน หรือต่อเนื่องนานเกินไป อาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ส่งผลต่อไต หรือบดบังอาการที่ต้องพบทันตแพทย์โดยเร่งด่วนได้ 

บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสาเหตุของอาการปวดฟัน วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อนพบทันตแพทย์ แนะนำการเลือก ยาแก้ปวดฟัน แต่ละประเภทให้เหมาะกับระดับอาการ รวมถึงข้อห้ามและสัญญาณที่ต้องรีบพบทันตแพทย์ มาฝากกัน 

 

อาการปวดฟัน คืออะไร? ปวดฟันหายเองได้ไหม 

อาการปวดฟัน คือ อาการปวดที่เกิดขึ้นบริเวณฟัน เหงือก หรือเนื้อเยื่อรอบฟัน ซึ่งสามารถแสดงออกผ่านความรู้สึกได้หลายแบบ เช่น ปวด เจ็บแปลบ ปวดตึง หรือเสียวฟัน ส่วนข้อสงสัยที่ว่าปวดฟันหายเองได้ไหม ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสาเหตุ บางกรณีปวดเล็กน้อยจากการแปรงฟันแรงหรือกินของเย็น อาการอาจดีขึ้นได้เองในเวลาไม่นาน  

แต่หากปวดจากฟันผุ ติดเชื้อ หรือฝีในฟัน ควรพบทันตแพทย์โดยเร็วหากปวดฟันนานกว่า 2 วัน มีอาการร่วม เช่น มีไข้ เลือดออกในปาก แก้มหรือกรามบวม หรือยาไม่สามารถบรรเทาอาการปวดให้ทุเลาได้ 

คำเตือน: การกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดฟัน เป็นเพียงการบรรเทาอาการชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุ ซึ่งหากชะล่าใจโดยไม่พบทันตแพทย์อาจทำให้การติดเชื้อลุกลามจนรุนแรงขึ้น 

 

สาเหตุอาการ ปวดฟัน เกิดจากอะไรได้บ้าง? 

 

ภาพผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังใช้มือจับแก้มด้านขวาหลังรู้สึกถึงอาการปวดฟัน

 

อาการปวดฟันสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ฟันผุหรือโพรงฟัน การติดเชื้อในฟัน ฟันแตกร้าวหรือได้รับบาดเจ็บ โรคเหงือก การกัดฟัน และฟันคุดที่ขึ้นผิดปกติ ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยในคนไทย มีดังนี้ 

  • ฟันผุ: เชื้อแบคทีเรียสะสมบนผิวฟัน ย่อยสลายน้ำตาลจนเกิดกรดที่กัดกร่อนเคลือบฟัน เมื่อฟันผุลึกถึงชั้นเนื้อฟันหรือโพรงประสาทฟัน จะทำให้ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ 
  • โรคเหงือกอักเสบและปริทันต์: โรคเหงือกเกิดจากแบคทีเรียที่เกาะอยู่บนผิวฟัน หากไม่ทำความสะอาดออกทุกวัน คราบแบคทีเรียจะสะสมและทำให้เหงือกและเนื้อเยื่อรอบฟันติดเชื้อ ซึ่งอาจทำให้ฟันโยก หลุด หรือต้องถูกถอนออกได้ในที่สุด 
  • ฟันแตกร้าวหรือฟันบิ่น: เกิดจากอุบัติเหตุ เคี้ยวของแข็ง หรือกัดฟันขณะนอนหลับ ทำให้ประสาทฟันสัมผัสกับอุณหภูมิและแรงกระแทกโดยตรง 
  • ฟันคุด: ฟันกรามซี่สุดท้ายที่ขึ้นไม่ได้ หรือขึ้นเอียงดันฟันซี่ข้างเคียง 
  • ฝีหรือฟันผุลึกถึงโพรงประสาท: เป็นภาวะที่มีการติดเชื้อสะสมในโพรงฟันหรือบริเวณรากฟัน มักทำให้ปวดมากโดยเฉพาะเวลาสัมผัสฟันหรือเคี้ยว 

 

4 สัญญาณอันตราย ปวดฟันแบบไหนต้องรีบพบทันตแพทย์?

หากมีอาการปวดฟันต่อเนื่องนานกว่า 2 วัน หรือปวดรุนแรงจนยาแก้ปวดบรรเทาไม่ได้ ควรรีบไปพบทันตแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมี 4 สัญญาณอันตรายเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น  

  1. ปวดร้าวลุกลาม: อาการปวดฟันกรามที่รุนแรงจนร้าวไปถึงบริเวณหูหรือลำคอ 
  2. มีสัญญาณการติดเชื้อ: มีไข้สูง มีเลือดออกบริเวณเหงือก มีหนอง หรือรู้สึกถึงรสขมในปาก 
  3. มีอาการบวมอักเสบ: แก้มหรือกรามบวม ไปจนถึงใบหน้าและลำคอบวมอย่างรุนแรง 
  4. กลืนหรือหายใจลำบาก (ภาวะฉุกเฉิน): หากเริ่มกลืนน้ำลายลำบากหรือหายใจติดขัด ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายมาก ต้องรีบไปแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันที 

 

เราสามารถบรรเทาอาการปวดฟัน เบื้องต้นได้อย่างไร? 

วิธีการบรรเทาอาการปวดฟันแบบเบื้องต้น สามารถเลือกทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการปฐมพยาบาลอย่างการประคบ การบ้วนปาก รวมถึงการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดเองก็มีอยู่หลายตัวอย่างเช่นกัน  

หากใครที่สังเกตอาการปวดของตัวเองได้ ว่าอยู่ในระดับไหน ลองเลือกดูวิธีการบรรเทาในหัวข้อถัดไป หรืออ่านคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกใช้ยาเมื่อมีอาการปวดฟันได้เช่นกัน 

 

3 วิธีปฐมพยาบาลบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น 

 

ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังใช้ที่ประคบเย็นบริเวณแก้มด้านขวา

 

ก่อนที่จะสามารถนัดพบทันตแพทย์ได้ หรือตามหาว่าปวดฟันกินยาอะไรดี เรามีวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นที่สามารถทำได้ที่บ้านดังนี้ 

  1. ประคบเย็น: ใช้ถุงน้ำแข็งห่อผ้าวางบริเวณแก้มด้านที่ปวด ช่วยลดอาการบวมและชาบรรเทาปวดได้ชั่วคราว ครั้งละ 15-20 นาที 
  2. บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ: ละลายเกลือ 1/2 ช้อนชาในน้ำอุ่น 1 แก้ว บ้วนปากช้า ๆ ช่วยลดการอักเสบและชะล้างเชื้อโรคบริเวณที่ปวด 
  3. กอเอี๊ยะ แก้ปวดฟัน: เป็นแผ่นแปะแก้ปวด ที่สามารถนำมาแปะไว้บริเวณแก้มเพื่อบรรเทาอาการปวดฟันได้เบื้องต้น แต่ทั้งนี้ไม่ควรแปะในระยะเวลานานเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวหนังเกิดอาการระคายเคืองได้ 

 

ยาแก้ปวดฟัน แต่ละประเภท มีอะไรบ้าง ต่างกันอย่างไร? 

 

ภาพของอุปกรณ์สำหรับแบ่งครึ่งยาเม็ด และกล่องเก็บยาเม็ดจำนวนมาก

 

สำหรับอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง ยาแก้ปวดฟันที่แนะนำมากที่สุด คือกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เนื่องจากให้ผลดีกว่าตัวเลือกอื่นในการบรรเทาอาการปวดฟัน 

 

1. พาราเซตามอล (Paracetamol)

พาราเซตามอล เป็นยาแก้ปวดพื้นฐานที่ปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ ออกฤทธิ์บรรเทาปวดและลดไข้ แต่ไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ จึงเหมาะกับอาการปวดฟันระดับเบาที่ไม่ได้มาจากการอักเสบชัดเจน ซึ่งขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่คือ 500-1,000 มก. ทุก 4-6 ชั่วโมง โดยที่ไม่เกิน 4,000 มก. ต่อวัน 

ถือเป็นตัวยาที่มีผลข้างเคียงน้อย ปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ แต่ควรรับประทานยาในปริมาณที่เหมาะสม และตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งนี้ ควรระมัดระวังการกินยาเกินขนาด เพราะอาจทำลายตับได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ 

 

2. ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ยาแก้ปวดฟัน เม็ด สีชมพู

หากต้องการใช้ยาแก้ปวดฟัน เม็ดสีชมพู ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ขนาดที่แนะนำคือ 400 มก. ทุก 4-6 ชั่วโมง โดยไม่ควรกินเกิน 3,200 มก. ต่อวัน อาจส่งผลต่อสุขภาพหัวใจ ทางเดินอาหาร และไต 

เพราะ ไอบูโพรเฟน 400 มีสรรพคุณช่วยบรรเทาปวดและลดการอักเสบ เหมาะกับอาการปวดฟันจากเหงือกอักเสบหรือฟันผุที่มีการอักเสบร่วมด้วย ในร้านขายยาทั่วไป  

 

3. กรดเมเฟนามิก (Mefenamic Acid) ยาแก้ปวดฟัน พอนสแตน

ยาแก้ปวดฟัน พอนสแตน หรือที่รู้จักในชื่อทางการค้าว่าพอนสแตน (Ponstan) มีชื่อสามัญว่ากรดเมเฟนามิก (Mefenamic Acid) เป็นยาในกลุ่ม NSAIDs เช่นกัน พอนสแตนใช้บรรเทาอาการปวดฟันระยะสั้นได้ 

โดยขนาดที่ใช้สำหรับผู้ที่อายุ 14 ปีขึ้นไปคือ 2 แคปซูล (500 มก.) 3 ครั้งต่อวัน โดยควรกินพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารทันทีเพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะ ห้ามใช้ในผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร โรคหัวใจ โรคไต หรือในหญิงตั้งครรภ์ 

 

4. ยาทาชาเฉพาะที่ (Topical Anesthetic)

ยาทาชาเฉพาะที่ในรูปแบบครีมหรือเจลที่มีสารออกฤทธิ์เช่น เบนโซเคน (Benzocaine) ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน ใช้ทาบริเวณที่ปวดโดยตรง สามารถทาได้สูงสุด 4 ครั้งต่อวัน เหมาะสำหรับการบรรเทาปวดเฉพาะจุดชั่วคราว ในประเทศไทยมีจำหน่ายในรูปแบบเจลทาฟัน 

 

ตารางสรุป ยาแก้ปวดฟัน แต่ละประเภทเหมาะกับอาการไหน? 

ตารางด้านจะช่วยสรุปภาพรวมแบบง่าย ๆ ว่าปวดฟันกินยาอะไรดี ต้องเลือกประเภทยาแบบไหนให้เหมาะกับอาการปวดที่เราเป็นอยู่  

ยา สรรพคุณหลัก เหมาะกับ
(ประเมินจากผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน)
ข้อควรระวัง
พาราเซตามอล บรรเทาปวด ลดไข้ อาการปวดที่ยังใช้ชีวิตได้ปกติ
ไม่มีอาการอักเสบหรือบวมแดงร่วมด้วย
ห้ามเกินขนาด
ระวังในผู้ที่มีปัญหาตับ
ไอบูโพรเฟน 400 บรรเทาปวด
ลดอักเสบ ลดไข้
อาการปวดที่รบกวนสมาธิและการเคี้ยว มีเหงือกอักเสบ บวมแดง ระคายเคืองกระเพาะ
ควรกินหลังอาหาร
กรดเมเฟนามิก
(พอนสแตน)
บรรเทาปวด
ลดอักเสบ
อาการปวดรุนแรงจนนอนไม่หลับ ปวดตุบ ๆ รบกวนการใช้ชีวิตอย่างหนัก ห้ามใช้ในผู้มีแผลกระเพาะ โรคไต
เบนโซเคน
(เจลทาฟัน)
ยาชาเฉพาะที่ บรรเทาอาการเบื้องต้น
ปวดเฉพาะจุด (เพื่อรอไปพบทันตแพทย์)
ออกฤทธิ์ชั่วคราว
ไม่ใช่การรักษา

 

ถ้าเหงือกบวม ควรกินยาอะไร? หากอาการเริ่มซับซ้อนขึ้น 

 

ทันตแพทย์หญิงที่กำลังอธิบายเกี่ยวกับเหงือกและฟัน

 

เหงือกบวมกินยาอะไร สามารถเลือกยาแบบเดียวกับอาการปวดฟันได้ไหม คำตอบคือ ได้ โดยเฉพาะยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน สามารถช่วยลดการบวมและการอักเสบเบื้องต้นได้ชั่วคราว  

แต่หาก เหงือกบวม มีหนองไหล มีกลิ่นปาก หรือฟันโยก แสดงว่าการติดเชื้ออาจลุกลามเกินกว่าจะดูแลด้วยยาแก้ปวดเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม 

หากสาเหตุของอาการปวดฟันมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ผู้ป่วยมักได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดการติดเชื้อ อย่างไรก็ตามทันตแพทย์ต้องปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง และสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะเฉพาะเมื่อจำเป็น เพื่อป้องกันปัญหาเชื้อดื้อยาดังนั้นห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองโดยเด็ดขาด 

 

ยาแก้ปวดฟันแบบแรง ๆ ที่คนมักพูดถึง ต้องระวังอะไรบ้าง?

หลายคนมักถามหายาแก้ปวดฟันแบบแรง ๆ เพราะต้องการให้หายปวดเร็วที่สุด แต่ยาที่แรงขึ้นย่อมมีความเสี่ยงสูงขึ้นตามไปด้วย จึงมีข้อควรระวังดังนี้ 

  • ยากลุ่ม NSAIDs ขนาดสูง: เช่น ไอบูโพรเฟน 600 สรรพคุณ ซึ่งไอบูโพรเฟน 600 ที่มีความแรงสูงกว่าขนาดมาตรฐาน มักต้องการใบสั่งแพทย์ในต่างประเทศ เนื่องจากความเสี่ยงต่อระบบทางเดินอาหาร ไต และหัวใจที่สูงขึ้น ในประเทศไทยไอบูโพรเฟน 400 มก. เป็นขนาดมาตรฐานที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา 
  • อย่ากินยา NSAIDs หลายตัวพร้อมกัน: ห้ามกินยาต้านการอักเสบชนิดอื่น เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค นาพร็อกซินหรือเซเลโคซิบ ในขณะที่กินพอนสแตนอยู่ เพราะเป็นการรวมยากลุ่มเดียวกัน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงทุกด้านอย่างมีนัยสำคัญ 
  • ระวังการใช้งานยาแก้ปวดฟันตรา m.16: หลายคนสงสัยว่าการใช้ยา ยาแก้ปวดฟัน m.16 อันตรายไหม ตามฉลากยานั้นถือเป็นยาอันตราย ที่ควรปรึกษาเภสัชกรหรือทันตแพทย์ก่อนใช้ ซึ่งมีสรรพคุณด้านบรรเทาอาการปวดฟันเนื่องจากโพรงฟันผุ โดยการใช้สำลีชุบตัวยาเพื่อไปแตะหรืออุดบริเวณที่ฟันเป็นรู และต้องระวังอย่าให้น้ำยาสัมผัสถูกบริเวณที่อ่อนไหว อย่างเนื้อเยื่อ เหงือก หรือกระพุ้งแก้ม อาจทำให้แสบหรือไหม้ได้ 

 

ปรึกษาเภสัชกรก่อน สิทธิบัตรทองช่วยได้ เมื่อปวดฟันไม่รุนแรง 

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดฟันระดับเบาถึงปานกลาง ยังไม่มีสัญญาณอันตราย และต้องการคำแนะนำปวดฟันกินยาอะไรดี สามารถปรึกษาเภสัชกรได้ผ่านโครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ภายใต้สิทธิบัตรทองโครงการนี้ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ รวมถึงอาการปวดฟันที่ไม่รุนแรง มีเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษาและจ่ายยาที่จำเป็นแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย 

ทุกคนสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาที่เข้าร่วมโครงการได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่] ซึ่งร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส เราเป็นหนึ่งในร้านยาที่เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง 

ทั้งนี้ หากต้องการปรึกษาอาการเจ็บป่วยเพื่อให้เภสัชกรประเมินสุขภาพก่อนการรับยา ก็สามารถใช้บริการ Telepharmacy ได้เลย ผ่านฟีเจอร์ ALL PharmaSee ปรึกษาเภสัชจัดส่งยา บนแอปพลิเคชัน 7-Eleven 

 

ใช้บริการ Telepharmacy คลิกเลย!

 

คำถามพบบ่อย เกี่ยวกับ ปวดฟันกินยาอะไร 

Q: ปวดฟันกินพาราเซตามอล กับไอบูโพรเฟนพร้อมกันได้ไหม? 

A: กินร่วมกันได้ เพราะทั้งสองออกฤทธิ์ต่างกัน แต่ต้องใช้แต่ละตัวในขนาดที่ถูกต้อง และไม่ควรใช้นานเกิน 2-3 วันโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร 

Q: ปวดฟันตอนกลางคืนทำอย่างไรดี เมื่อยังไม่สามารถพบทันตแพทย์ได้? 

A: กินยาแก้ปวดตามขนาดที่ระบุบนฉลาก ประคบเย็นบริเวณแก้ม และบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น นอนยกหัวสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อลดแรงดันเลือดบริเวณที่ปวด ทั้งหมดนี้เป็นการบรรเทาชั่วคราวเท่านั้น ควรนัดพบทันตแพทย์ในวันถัดไปทันที 

Q: ยาแก้ปวดฟัน พอนสแตน กับ ไอบูโพรเฟน กินพร้อมกันได้ไหม? 

A: ไม่ควรกินพร้อมกัน เพราะทั้งสองเป็นยาในกลุ่ม NSAIDs เช่นเดียวกัน ดังนั้น การกินซ้ำซ้อนอาจเพิ่มความเสี่ยง และมีผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหาร ไต และหัวใจอย่างมาก แนะนำควรเลือกกินเพียงตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น 

Q: กระเทียมกับเกลือแก้ปวดฟัน ได้ผลจริงไหม? 

A: กระเทียมมีสารอัลลิซิน (Allicin) ที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ และเกลืออาจช่วยลดการอักเสบได้เล็กน้อย วิธีนี้อาจช่วยบรรเทาปวดฟันได้ชั่วคราวในระดับที่จำกัด แต่ไม่ใช่การรักษาที่มีหลักฐานทางการแพทย์ชัดเจน และไม่สามารถใช้แทนการพบทันตแพทย์ได้ 

Q: คนที่มีโรคกระเพาะอยู่แล้ว ปวดฟันควรกินยาอะไร? 

A: ควรหลีกเลี่ยงยากลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟนและกรดเมเฟนามิก เพราะระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะโดยตรง ตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับกลุ่มนี้คือพาราเซตามอล หากต้องการยาที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วย ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนทุกครั้ง 

 

สรุป 

อาการปวดฟันเป็นสัญญาณที่ร่างกายส่งมาเตือน ว่ามีปัญหาในช่องปากที่ต้องการการดูแล การเลือกยาแก้ปวดฟันให้ตรงกับระดับอาการ ไม่ว่าจะเป็นพาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน หรือกรดเมเฟนามิก ล้วนเป็นการบรรเทาชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาสาเหตุ  

ดังนั้นการพบทันตแพทย์เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ก่อนที่การติดเชื้อจะลุกลามจนยากต่อการรักษา 

 

ที่มา 

ไอบูโพรเฟน ยาแก้ปวดสามัญประจำบ้าน กินอย่างไรให้ปลอดภัย จาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ฟันคุด ไม่ใช่เรื่องเล็ก จาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 

ชัวร์ก่อนแชร์ : กระเทียมกับเกลือป่น แก้ปวดฟัน จริงหรือ ? จาก สำนักข่าวไทย อสมท 

สาระน่ารู้กับทันตะจุฬาฯ : ปวดฟันคุด ทำไงดี? จาก คณะทันตแพทยศาสตร์ 

สาระน่ารู้กับทันตะจุฬาฯ : ปวดฟันแบบไหนต้องรีบมาพบหมอฟัน จาก คณะทันตแพทยศาสตร์  

ยาแก้ปวดฟัน พาตาร์ 75 (ตราปืน เอ็ม 16) จาก ChumCheck  

แผ่นแปะแก้ปวด ช่วยแก้ปวดฟันได้ไหม? จาก กองพัฒนาผู้บริโภค  

โรคเหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์ คืออะไร? สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา จาก โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์  

What is the best medication for toothache? จาก MedicalNewsToday  

Selection of analgesics for the management of acute and postoperative dental pain: a mini-review จาก National Library of Medicine  

Ponstan® จาก Healthify

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน ALL PharmaSee บน 7App พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก