ปวดหัว ปวดเมนส์ กินไอบูโพรเฟนได้ไหม? เจาะลึกข้อบ่งใช้และวิธีทานที่ถูกต้อง

ปวดหัว ปวดเมนส์ กินไอบูโพรเฟนได้ไหม? เจาะลึกข้อบ่งใช้และวิธีทานที่ถูกต้อง

ปวดหัวระหว่างทำงาน หรือปวดประจำเดือนจนทำกิจวัตรไม่สะดวก หลายคนอาจนึกถึงไอบูโพรเฟน เป็นตัวช่วยอันดับแรก ๆ เนื่องจากยานี้ใช้บรรเทาอาการปวดหัวและปวดประจำเดือนได้ แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่าคุณไม่ได้เข้าข่ายผู้ที่ไม่ควรใช้ยานี้ ตามข้อห้ามใช้และเลือกขนาดยาให้เหมาะสม เพราะการกินมากเกินไปหรือใช้ต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อกระเพาะอาหาร ไต และระบบหัวใจและหลอดเลือด  

ดังนั้นในบทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จะพาไปรู้จักข้อบ่งใช้ วิธีสังเกตอาการก่อนใช้ยา และสัญญาณเตือนที่ควรหยุดยาแล้วพบแพทย์ เพื่อให้ดูแลอาการปวดได้อย่างเหมาะสม 

 

ไอบูโพรเฟน คือยาอะไร ใช้บรรเทาอาการแบบไหน? 

 

ตัวอย่างเม็ดยาสีชมพูที่มีลักษณะคล้ายกับไอบูโพรเฟนที่คนทั่วไปคุ้นชิน

 

ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เป็นยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ หรือ NSAIDs มีฤทธิ์ลดไข้ บรรเทาปวด และลดการอักเสบ เช่น ปวดข้อและกล้ามเนื้อ โดยมีหลายรูปแบบและความแรง รวมถึงยาเม็ดขนาด 200, 400 และ 600 มิลลิกรัม  

ตัวยาช่วยลดการสร้างสารโพรสตาแกลนดิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปวด ไข้ และการอักเสบ จึงช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนที่เกี่ยวข้องกับสารชนิดนี้ได้ด้วย นั่นทำให้ยาแก้ปวดไอบูโพรเฟน เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับอาการปวดบางชนิด แต่ความเหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าปวดมากแค่ไหนเท่านั้น ต้องพิจารณาโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และยาอื่นที่กำลังใช้ด้วย  

 

ปวดไมเกรนกินยาไอบูโพรเฟนได้ไหม? 

 

ผู้หญิงชาวเอเชียที่กำลังรู้สึกปวดหัวไมเกรนอย่างรุนแรง

 

สำหรับผู้ที่ค้นหาเรื่องไอบูโพรเฟนไมเกรน ยานี้ใช้บรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนเฉียบพลันได้ โดยเอกสารกำกับยาของ อย. ได้ระบุเอาไว้ว่าสามารถใช้ตัวยาขนาด 200–400 มก. ได้เมื่อเริ่มปวด และไม่เกิน 400 มก. ต่อวัน เว้นแต่แพทย์สั่ง  

แต่ทั้งนี้ไม่ควรนำตารางการกินยาซ้ำสำหรับอาการปวดทั่วไป มาใช้กับไมเกรนโดยอัตโนมัติ และหากอาการไม่ทุเลาลง ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร 

 

ก่อนกินยา ควรสังเกตอาการตัวเองอย่างไร? 

ก่อนตัดสินใจใช้ยาไอบูโพรเฟน ควรปรึกษาเภสัชกร โดยอ้างอิงจากข้อมูล 3 เรื่องด้านล่างนี้เพื่อเล่าให้เภสัชกรฟัง สำหรับการพิจารณาเพื่อใช้ยา เช่น 

  • ตำแหน่งและช่วงเวลาที่ปวด: เช่น ปวดศีรษะ หรือปวดท้องน้อยช่วงมีประจำเดือน เริ่มปวดเมื่อไร และเป็นมานานเท่าไร 
  • ความรุนแรงและอาการร่วม: เช่น อาการรบกวนกิจวัตรหรือไม่ มีอาเจียน เลือดออกผิดปกติ หรือปัสสาวะผิดปกติร่วมด้วยหรือเปล่า 
  • สิ่งที่กินไปแล้ว: แจ้งชื่อยา ความแรง จำนวนเม็ด และเวลาที่กินครั้งล่าสุด พร้อมประวัติแพ้ยาและโรคประจำตัว 

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประกอบการประเมิน แต่ใช้ยืนยันสาเหตุด้วยตัวเองไม่ได้ หากปวดมากขึ้นหรือใช้ยาแล้วอาการไม่หาย ควรพบแพทย์เพื่อประเมินต่อ  

 

4 เทคนิคการกินยาไอบูโพรเฟนที่ถูกต้อง

 

ผู้หญิงชาวเอเชียกำลังอ่านฉลากยา เพื่อต้องการใช้ยาในการดูแลสุขภาพตัวเองอย่างถูกต้อง

 

การใช้ไอบูโพรเฟนให้เหมาะสม ต้องดูทั้งความแรงของยา ช่วงเวลาระหว่างมื้อยา และปริมาณรวมในแต่ละวัน โดยควรใช้ขนาดต่ำที่สุดที่บรรเทาอาการได้ และใช้ช่วงสั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น มีแนวทางดังนี้ 

  • ตรวจฉลากและความแรงก่อนกิน: อ่านชื่อสารสำคัญ ปริมาณยาต่อเม็ด และวิธีใช้ให้ชัดเจน หากแพทย์สั่งยาเพื่อรักษาอาการเฉพาะ ให้ใช้ตามคำสั่งแพทย์ เพราะวิธีใช้แต่ละรูปแบบอาจแตกต่างกัน เช่น ยาชนิดออกฤทธิ์นานอาจต้องเว้นช่วงมากกว่ายาเม็ดทั่วไป 
  • กินในขนาดที่เหมาะสมกับอาการ: สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่มีข้อห้ามใช้ การบรรเทาปวดทั่วไปและลดไข้ใช้ครั้งละ 200–400 มิลลิกรัม ทุก 4–6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ โดยปริมาณรวมต้องไม่เกิน 1,200 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่แพทย์สั่ง ไม่ควรกินเพิ่มหรือถี่ขึ้นเองเมื่ออาการยังไม่ดีขึ้น 
  • กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที: เพื่อช่วยลดการระคายเคืองทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตาม การกินพร้อมอาหารไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงต่อแผลหรือเลือดออกในกระเพาะอาหารหมดไป จึงยังต้องใช้ตามขนาดที่แนะนำและเฝ้าสังเกตอาการผิดปกติ 
  • ใช้เท่าที่จำเป็นและประเมินอาการต่อเนื่อง: หากใช้บรรเทาปวดตามอาการ ไม่จำเป็นต้องกินซ้ำเมื่อหายปวดแล้ว และไม่ควรใช้ยาเม็ดหรือแคปซูลต่อเนื่องเกิน 10 วันโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ หากอาการปวดมากขึ้นหรือไม่ทุเลา ควรพบแพทย์ก่อนถึงระยะเวลาดังกล่าว 

 

พาราเซตามอลกับไอบูโพรเฟนต่างกันอย่างไร? 

แม้ยาทั้งสองชนิดช่วยแก้ปวดและลดไข้เหมือนกัน แต่ฤทธิ์ต้านการอักเสบและข้อควรระวังต่างกัน  จึงไม่ควรเลือกจากความรู้สึกว่ายาชนิดไหนแรงกว่าเพียงอย่างเดียว  

ประเด็นเปรียบเทียบ พาราเซตามอล (Paracetamol) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
ข้อบ่งใช้หลัก บรรเทาปวดและลดไข้ บรรเทาปวด ลดไข้ และลดการอักเสบ
ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบเด่นชัด มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เช่น ในอาการปวดข้อและกล้ามเนื้อ
ความเสี่ยงสำคัญ อาจเกิดพิษต่อตับเมื่อใช้เกินขนาด
ต้องระวังยาหลายชนิดที่มีพาราเซตามอลผสมอยู่
อาจทำให้เกิดแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร
และกระทบการทำงานของไต
ผู้ที่ควรปรึกษาก่อนใช้ ผู้มีโรคตับหรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ผู้มีโรคกระเพาะ ไต หัวใจ
หรือมีประวัติแพ้ยาในกลุ่ม NSAIDs

สำหรับอาการปวดทั่วไป หากใช้พาราเซตามอลได้ แนะนำว่าอาจลองยาชนิดนี้ก่อน เพราะยาไอบูโพรเฟนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้มากกว่า ส่วนผู้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา โดยพาราเซตามอลมักเป็นตัวเลือกแรก และไม่ควรเลือกไอบูโพรเฟนมาทดแทนเอง  

ไม่ว่าจะเลือกยาชนิดใด ควรตรวจชื่อสารสำคัญบนฉลากทุกครั้ง โดยเฉพาะยาแก้หวัดสูตรผสมที่อาจมีพาราเซตามอลอยู่แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับตัวยาซ้ำและเกินขนาด  

 

ไอบูโพรเฟน 400 มิลลิกรัม สรรพคุณและวิธีทานที่ควรรู้ 

ยาไอบูโพรเฟน 400 มีตัวยา 400 มิลลิกรัมต่อเม็ด ใช้บรรเทาปวด ลดไข้ และลดการอักเสบได้ตามข้อบ่งใช้ โดยข้อมูลต่อไปนี้ เป็นแนวทางสำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่มีข้อห้ามใช้ ไม่ใช่ขนาดยาสำหรับเด็ก  

  • ตรวจฉลากก่อนทุกครั้ง: สำหรับอาการปวดทั่วไป ขนาดที่ใช้ในผู้ใหญ่คือครั้งละ 200–400 มก. ทุก 4–6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ โดยไม่เกิน 1,200 มก. ใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่แพทย์สั่ง  
  • นับปริมาณยารวมทั้งวัน: หากใช้เม็ดละ 400 มก. ครั้งละ 1 เม็ด ต้องไม่เกิน 3 เม็ดใน 24 ชั่วโมง และเว้นแต่ละครั้งอย่างน้อย 4 ชั่วโมงตามแนวทาง NHS ไม่จำเป็นต้องกินซ้ำเมื่ออาการหายแล้ว  
  • กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที: เพื่อลดการระคายเคืองทางเดินอาหาร แต่ยังต้องเฝ้าระวังแผลและเลือดออก เพราะการกินพร้อมอาหารไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงเหล่านี้หมดไป  
  • ใช้ขนาดต่ำที่สุดที่ช่วยบรรเทาอาการ: และใช้ช่วงสั้นที่สุด หากต้องกินต่อเนื่องเกิน 10 วันต้องปรึกษาแพทย์ ทั้งนี้ หากปวดแย่ลงหรือไม่ทุเลา ควรไปตรวจก่อนถึงกำหนดดังกล่าว [2] 

สำหรับอาการปวดประจำเดือน อ้างอิงจากเอกสารกำกับยาของ อย. ระบุให้เริ่มใช้ขนาด 200 มก. ทุก 4–6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ และอาจเพิ่มเป็นครั้งละ 400 มก. ตามความเหมาะสม โดยไม่เกิน 1,200 มก. ต่อวัน เว้นแต่แพทย์สั่ง  

 

ไอบูโพรเฟน 600 มิลลิกรัม สรรพคุณต่างจากขนาด 400 มก. หรือไม่? 

ไอบูโพรเฟน 600 เป็นตัวยาชนิดเดียวกัน แต่มีปริมาณ 600 มก. ต่อเม็ด การเลือกความแรงต้องพิจารณาอาการและแผนการรักษา ไม่ควรเพิ่มขนาดเองเมื่อกินเม็ด 400 มก. แล้วไม่หายปวด เพราะขนาด 600 มก. สูงกว่าช่วงขนาดต่อครั้งที่แนะนำสำหรับบรรเทาปวดทั่วไปในผู้ใหญ่ ควรใช้ตามคำสั่งแพทย์และให้เภสัชกรตรวจสอบวิธีใช้  

 

ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ยา หรือควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน? 

  • ข้อห้ามใช้ตามเอกสารกำกับยา: ได้แก่ ผู้ที่แพ้ไอบูโพรเฟน แอสไพริน หรือ NSAIDs อื่น มีเลือดออกหรือแผลทะลุในทางเดินอาหาร โรคตับหรือไตรุนแรง เป็นไข้เลือดออก และช่วงผ่าตัดหรือหลังผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ หากสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออกก็ควรหลีกเลี่ยงยานี้และไปพบแพทย์ 
  • ผู้ที่มีประวัติแผลในกระเพาะอาหาร: โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคหืด หรือการทำงานของตับและไตผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ผู้สูงอายุและผู้ที่ขาดน้ำก็มีความเสี่ยงต่อผลเสียที่ไตเพิ่มขึ้น  
  • หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรซื้อยานี้กินเอง: โดยเฉพาะตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ อาจกระทบไตและหัวใจของทารก และไม่ควรใช้หลัง 30 สัปดาห์ ส่วนผู้ให้นมบุตรควรสอบถามผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้  

 

ผลข้างเคียงแบบไหนควรเฝ้าระวัง และเมื่อไรต้องหยุดยา?

 

ผู้หญิงเอเชียที่กำลังเอามือป้องปากไว้ หลังจากรู้สึกมีอาการคลื่นไส้อยากอาเจียน

 

อาการผลข้างเคียงจากการใช้ไอบูโพรเฟนที่พบได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อาหารไม่ย่อย แสบยอดอก ปวดท้อง ท้องเสีย และเวียนศีรษะ หากเป็นต่อเนื่องหรือรบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร  

ซึ่งหากมีอาการต่อไปนี้ ให้หยุดยาและรับการรักษาโดยเร็ว โดยอาการหายใจลำบาก เลือดออกมาก หรืออาการคล้ายหัวใจขาดเลือด และหลอดเลือดสมองควรไปห้องฉุกเฉินทันที 

  1. เลือดออกในทางเดินอาหาร: เช่น อาเจียนเป็นเลือดหรือคล้ายกากกาแฟ อุจจาระดำคล้ายยางมะตอย หรือมีเลือดปน 
  2. แพ้ยารุนแรง: เช่น หน้าหรือลำคอบวม หายใจลำบาก หรือผื่นพุพองและผิวหนังลอก 
  3. สัญญาณปัญหาที่ไต: เช่น ปัสสาวะน้อยลงมาก เท้าหรือข้อเท้าบวม เหนื่อยหรือหอบผิดปกติ 
  4. สัญญาณหัวใจและหลอดเลือด: เช่น เจ็บหน้าอก แขนขาอ่อนแรงข้างเดียวอย่างฉับพลัน หรือพูดไม่ชัด 

ไม่ควรกินยาเพิ่มเพื่อกดอาการเหล่านี้ หากกินเกินขนาดให้ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที และนำแผงยาหรือฉลากไปด้วย แม้ยังไม่มีอาการผิดปกติ 

 

การใช้สิทธิบัตรทอง สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรน หรือปวดประจำเดือน  

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรน หรือปวดประจำเดือน และต้องการคำแนะนำเบื้องต้นว่าควรดูแลอย่างไรหรือควรพบแพทย์หรือไม่ สามารถใชสิทธิบัตรทองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านโครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ ซึ่งมีเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษาและจ่ายยาที่จำเป็นให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

ส่วนผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่]   

ทั้งนี้ หากต้องการปรึกษาอาการเจ็บป่วย เพื่อให้เภสัชกรประเมินสุขภาพก่อนการรับยา ก็สามารถใช้บริการ Telepharmacy ได้เลย ผ่านฟีเจอร์ ALL PharmaSee ปรึกษาเภสัชจัดส่งยา บนแอปพลิเคชัน 7-Eleven 

 

ใช้บริการ Telepharmacy คลิกเลย! 

 

คำถามพบบ่อย เกี่ยวกับ ไอบูโพรเฟน 

Q: ยาไอบูโพรเฟนเม็ดสีชมพู ดูจากสีแล้วกินได้เลยไหม? 

A: ไม่ควรใช้สีเม็ดยาเป็นตัวตัดสิน ต้องอ่านชื่อสารสำคัญ ความแรง และวิธีใช้บนฉลาก หากไม่มีฉลากหรือไม่แน่ใจ ให้นำยาไปให้เภสัชกรตรวจสอบก่อนกิน  

Q: เจอคนเรียกชื่อยาหลายแบบ สรุปแล้วเหมือนกันไหม? 

A: คนส่วนมากอาจเรียกได้หลายชื่อ เช่น ไอบูโพรเฟน ยาไอบูโพรเฟน หรือยาไอโพรเฟน ซึ่งอาจมีการสะกดหรือเว้นวรรคต่างกัน ดังนั้นเมื่อตรวจสอบยาจริงให้ยึดชื่อสารสำคัญ Ibuprofen บนฉลาก พร้อมตรวจความแรงให้เหมาะสมต่อการใช้ยา  

Q: อาการหายแล้ว ต้องกินต่อให้ครบไหม? 

A: หากใช้บรรเทาปวดตามอาการ ไม่จำเป็นต้องกินต่อเมื่อหายปวด แต่ถ้าแพทย์กำหนดแผนการรักษาเฉพาะ ให้ทำตามคำสั่งและสอบถามก่อนเปลี่ยนวิธีใช้  

Q: กินไอบูโพรเฟนแล้ว เริ่มบรรเทาปวดภายในกี่นาที? 

A: โดยทั่วไปยาไอบูโพรเฟนชนิดเม็ด เริ่มช่วยบรรเทาปวดและลดไข้ภายในประมาณ 30–60 นาที และออกฤทธิ์สูงสุดประมาณ 1–2 ชั่วโมงหลังรับประทาน ระยะเวลาอาจแตกต่างกันในแต่ละคน จึงไม่ควรกินยาเพิ่มทันทีเพียงเพราะยังไม่รู้สึกดีขึ้นในช่วงแรก 

Q: หากลืมกินไอบูโพรเฟนตามเวลาที่แพทย์สั่ง ต้องเพิ่มยาในมื้อถัดไปไหม? 

A: ไม่ควรกินสองเท่าหรือกินสองมื้อพร้อมกันเพื่อชดเชย หากใกล้ถึงเวลามื้อถัดไปแล้ว ให้ข้ามมื้อที่ลืมและกลับไปใช้ตามตารางเดิม หากไม่แน่ใจว่าควรเว้นช่วงเท่าไร ให้สอบถามเภสัชกรพร้อมแจ้งขนาดยาและเวลาที่กินครั้งล่าสุด 

Q: กินร่วมกับยาอื่นหรือดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม?  

A: ไม่ควรกินซ้ำกับยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs อื่น เช่น นาพรอกเซนหรือแอสไพริน ส่วนผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด สเตอรอยด์ ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด หรือยาลดความดัน ต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรตรวจสอบก่อน ผู้ที่ได้รับแอสไพรินเพื่อป้องกันโรคหัวใจไม่ควรปรับยาเอง และควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยา เพื่อลดความเสี่ยงเลือดออกในกระเพาะอาหาร 

 

สรุป 

ไอบูโพรเฟนช่วยบรรเทาอาการปวดหัวและปวดประจำเดือนได้ เมื่อเลือกใช้อย่างเหมาะสม ก่อนกินจึงควรตรวจฉลาก เช็กยาที่ใช้อยู่ และแจ้งประวัติสุขภาพกับเภสัชกร  

ทั้งนี้ หากไม่แน่ใจ สามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส หรือร้านขายยาใกล้บ้านคุณ เพื่อรับคำปรึกษาจากเภสัชกร พร้อมคำแนะนำประเมินทางเลือกที่เหมาะกับอาการของคุณ 

 

ที่มา 

ไอบูโพรเฟน ยาแก้ปวดสามัญประจำบ้าน กินอย่างไรให้ปลอดภัย จาก งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 

Paracetamol & Ibuprofen ต่างกันอย่างไร จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 

ยาไอบูโพรเฟน กับข้อควรระวังในการใช้ จาก ศูนย์ข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

เอกสารกำกับยา Ibuprofen ชนิดเม็ดและยาน้ำ จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 

Ibuprofen for adults จาก NHS 

Ibuprofen: Uses, Dosage & Side Effects จาก Drugs.com 

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน ALL PharmaSee บน 7App พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก