hMPV คืออะไร รู้จักไวรัสทางเดินหายใจอันตราย อาการคล้ายไข้หวัด

hMPV คืออะไร รู้จักไวรัสทางเดินหายใจอันตราย อาการคล้ายไข้หวัด จาก เอ็กซ์ต้า พลัส

ช่วงหน้าฝนที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยและมีความชื้นสูง โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจมักกลับมาระบาดหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ หนึ่งในเชื้อตัวร้ายที่พบการระบาดรุนแรงไม่แพ้ RSV คือ โรค hMPV (Human Metapneumovirus) ซึ่งคนไข้และผู้ปกครองมักเข้าใจผิดว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากอาการเริ่มต้นคล้ายกันมาก 

ความเข้าใจผิดนี้นำไปสู่การซื้อยาลดไข้-ยาแก้ไอ หรือยาปฏิชีวนะมารับประทานเองอย่างไม่เหมาะสม จนอาจทำให้การระบุโรคล่าช้าและเชื้อลุกลามสู่ปอดจนเกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรง บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จะพาไปเจาะลึกว่า hMPV คือ อะไร วิธีสังเกตอาการเด่น การดูแลประคับประคองที่ถูกต้อง และข้อควรระวังสำคัญเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน 

 

hMPV คือ โรค อะไร? รู้จักไวรัสทางเดินหายใจตัวร้าย 

hMPV คือ เชื้อไวรัสทางเดินหายใจ Human Metapneumovirus ในวงศ์ Pneumoviridae (ตระกูลเดียวกับ RSV) ค้นพบครั้งแรกในปี 2001 แม้ไม่ใช่ไวรัสชนิดใหม่ แต่ปัจจุบันตรวจพบได้แม่นยำขึ้นด้วยการตรวจสารพันธุกรรมแบบ Multiplex RT-PCR ก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ทั้งทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่าง 

ในไทย โรค hMPV มักระบาดหนักช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาว (ก.ค.–พ.ย.) ติดต่อกันได้ง่ายผ่าน 3 ทางหลัก ได้แก่ การสูดดมละอองฝอยจากการไอจามระยะประชิด การสัมผัสน้ำมูกน้ำลายโดยตรง และการสัมผัสพื้นผิวสิ่งของที่ปนเปื้อน เชื้อ hMPV แล้วนำมือมาสัมผัสใบหน้า โดยเชื้อมีระยะฟักตัวประมาณ 3–6 วันก่อนเริ่มแสดงอาการ 

 

เชื้อไวรัส hMPV แตกต่างจากไข้หวัดทั่วไปอย่างไร? 

 

ภาพชายสูงวัยกำลังจามจากไวรัส hMPV

 

อาการของการติดเชื้อแบ่งออกเป็น 2 ระยะตามความรุนแรง ดังนี้ 

  1. ทางเดินหายใจส่วนบน (ระยะเริ่มแรก): มีไข้ มีน้ำมูก คัดจมูก เจ็บคอ จาม และไอเล็กน้อย คล้ายอาการไข้หวัดทั่วไป
  2. ทางเดินหายใจส่วนล่าง (ระยะรุนแรง): เมื่อเชื้อลามลงสู่หลอดลมและปอด จะเริ่มไอหนัก หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว มีเสียงหวีด (Wheezing) เกิดหลอดลมฝอยอักเสบและปอดอักเสบ

จุดต่างสำคัญคือ ไข้หวัดทั่วไปมักมีอาการเบา หายได้เองใน 3–5 วัน และแทบไม่ลงสู่ปอด แต่ hMPV คือโรค ที่สร้างเมือกเสมหะเหนียวข้นอุดกั้นหลอดลมขนาดเล็ก ทำให้เสี่ยงต่อภาวะหายใจลำบากและขาดออกซิเจนได้มากกว่าอย่างชัดเจน 

 

hMPV อาการในผู้ใหญ่ และกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ 

กลุ่มเสี่ยงสูงต่ออาการรุนแรง ได้แก่ เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี (โดยเฉพาะทารกต่ำกว่า 2 ปี) ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และโรคหัวใจ 

สำหรับ hMPV อาการในผู้ใหญ่ วัยทำงานที่มีสุขภาพแข็งแรง มักมีอาการเพียงหวัดธรรมดาหรือหลอดลมอักเสบเล็กน้อยและหายได้เอง แต่ในผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคปอด การติดเชื้อ ไวรัส hMPV อาจกระตุ้นให้โรคเดิมกำเริบจนเกิดภาวะปอดอักเสบและระบบหายใจล้มเหลวได้ 

 

5 สัญญาณอันตราย ปอดอักเสบจาก hMPV ที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที

หากมีอาการต่อไปนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนอันตราย ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที 

  1. หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็วผิดปกติ ชายโครงบุ๋ม อกบุ๋ม หรือปีกจมูกบานเวลาหายใจ
  2. หายใจมีเสียงผิดปกติ เช่น เสียงหวีดแหลม (Wheezing) หรือเสียงครืดคราดแน่นหน้าอก
  3. ริมฝีปาก เล็บ หรือผิวหนังเขียวคล้ำ จากภาวะพร่องออกซิเจนในเลือด
  4. ซึมลงชัดเจน ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมกินนมหรือดื่มน้ำ เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำรุนแรง
  5. ไข้สูงลอยเกิน 38.5–39°C นานเกิน 3 วัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาสูงใหม่พร้อมอาการไอทรุดลง

 

3 วิธีการดูแลรักษาอาการเบื้องต้นเมื่อติดเชื้อ hMPV

 

ภาพคนกำลังถือแก้วน้ำสะอาด ที่มียาบรรเทาอาการ hMPV วางอยู่บนโต๊ะ

 

ปัจจุบันทางการแพทย์ยืนยันว่า hMPV คือ เชื้อที่ยังไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะและยังไม่มีวัคซีน การรักษาจึงเน้นประคับประคองตามอาการ (Supportive Care) เป็นหลัก 

  1. การจัดการไข้: รับประทานยา พาราเซตามอล ตามน้ำหนักตัว (สำหรับเด็ก 10–15 มก./กก. ทุก 4–6 ชม. เฉพาะเมื่อมีไข้) ร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง และ *ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาด* เพราะเสี่ยงต่อกลุ่มอาการเรย์ (Reye’s Syndrome)
  2. การดูแลทางเดินหายใจ: ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ 0.9% Normal Saline เพื่อลดน้ำมูกเหนียวข้น จิบน้ำอุ่นบ่อย ๆ หรือใช้สมุนไพร บรรเทาอาการไอ เช่น น้ำผึ้งมะนาวหรือมะขามป้อม และหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ไอชนิดกดประสาทการไอในเด็กเล็กที่มีเสมหะมาก เพราะจะทำให้เสมหะคั่งค้าง
  3. การป้องกันภาวะขาดน้ำ: ดื่มน้ำสะอาดหรือจิบน้ำเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยตลอดวัน และพักผ่อนในห้องที่อากาศถ่ายเทสะดวก

 

ข้อควรระวังสำคัญ: ซื้อยาทานเอง เสี่ยงปอดอักเสบและระบุโรคล่าช้า 

พฤติกรรมซื้อยารับประทานเองที่บ้านโดยไม่ปรึกษาเภสัชกรมีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่ง: 

  • อย่าซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) มาทานเอง: virus hmpv เป็นไวรัส ยาปฏิชีวนะฆ่าได้เฉพาะแบคทีเรีย จึงไม่ได้ผล ซ้ำยังทำให้เชื้อดื้อยาและทำลายจุลินทรีย์ดีในลำไส้ 
  • ระวังยาแก้หวัดสูตรผสม: อาจได้รับตัวยาซ้ำซ้อนจนเกินขนาด หรือทำให้เสมหะยิ่งแห้งเหนียวขับออกยากขึ้น 
  • อย่าชะล่าใจเพราะไข้ลด: การกินยากดไข้ไว้เพียงอย่างเดียวอาจบดบังอาการ ทำให้ไม่ทันสังเกตว่าเชื้อกำลังลุกลามลงสู่ปอดจนกลายเป็นปอดอักเสบขั้นวิกฤต 

 

hmpv กับ rsv ต่างกัน อย่างไร รวมถึงไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดธรรมดา 

เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจนขึ้นว่าเชื้อไวรัสทางเดินหายใจแต่ละชนิดมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ตารางด้านล่างนี้สรุปเปรียบเทียบระหว่าง hMPV, RSV, ไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดธรรมดา 

คุณลักษณะ / เชื้อก่อโรค ไวรัส hMPV ไวรัส RSV ไข้หวัดใหญ่
ตระกูลเชื้อไวรัส Pneumoviridae (RNA virus) Pneumoviridae (RNA virus) Orthomyxoviridae (RNA virus)
กลุ่มเสี่ยงหลักที่พบบ่อย เด็กเล็ก (< 5 ปี) และผู้สูงอายุ (≥ 65 ปี) ทารกแรกเกิดถึงเด็กเล็ก (< 2 ปี) ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608
อาการเด่นเฉพาะตัว ไข้ ไอเสมหะมาก หายใจวี้ด หอบเหนื่อย ปอดอักเสบ ไข้สูง เสมหะเหนียวข้น หายใจหอบ หลอดลมฝอยอักเสบ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง หนาวสั่น ปวดศีรษะ
ยาต้านไวรัสจำเพาะ ไม่มี (รักษาประคับประคองตามอาการ) ไม่มี (รักษาประคับประคองตามอาการ) มี (Oseltamivir, Baloxavir) ภายใน 48 ชม.
วัคซีนป้องกันโรค ยังไม่มีวัคซีน มีวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ มีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (ฉีดกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง)
ความเสี่ยงภาวะปอดอักเสบ สูงมาก ในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ สูงมาก โดยเฉพาะในเด็กทารกแรกเกิด ปานกลางถึงสูง หากมีโรคประจำตัวหรือไม่ได้ฉีดวัคซีน

ซึ่งทุกคนสามารถศึกษาความแตกต่างเพิ่มเติมของไวรัสในระบบทางเดินหายใจได้ที่บทความไข้หวัด VS ไข้หวัดใหญ่ VS ไวรัส RSV อาการต่างกันอย่างไร ? รวมถึงเจาะลึกอาการของไวรัสใกล้เคียงเพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพคนในบ้านได้อย่างครอบคลุม 

 

5 วิธีป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของ เชื้อ hMPV ในครอบครัว 

 

5 วิธีป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของ เชื้อ hMPV ในครอบครัว

 

1. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่

ล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 20 วินาทีตามขั้นตอนที่ถูกต้อง หรือใช้เจลแอลกอฮอล์เข้มข้นไม่ต่ำกว่า 70% พกติดตัว โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังจากสัมผัสสิ่งของในที่สาธารณะ

2. สวมหน้ากากอนามัยในที่ชุมชน

โดยสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องเดินทางไปยังสถานที่ที่มีผู้คนแออัด เช่น โรงเรียน ศูนย์การค้า โรงพยาบาล หรือระบบขนส่งสาธารณะ และผู้ที่มีอาการป่วยควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของละอองฝอย

3. ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น ช้อนส้อม แก้วน้ำ และผ้าเช็ดตัว

แยกแก้วน้ำ ช้อนส้อม หลอดดูดน้ำ ผ้าเช็ดหน้า และผ้าเช็ดตัว ไม่ใช้ร่วมกับสมาชิกคนอื่นในครอบครัว เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อในบ้าน

4. เช็ดทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดลูกบิดประตู ราวบันได สวิตช์ไฟ โต๊ะ และของเล่นเด็กเป็นประจำ โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กเล็กหลายคนหรือในสถานรับเลี้ยงเด็ก

5. แยกตัวและหยุดพักรักษาตัวที่บ้านเมื่อป่วยจนกว่าไข้จะลดครบ 24 ชั่วโมง

หากมีอาการไข้ ไอ น้ำมูก ควรแยกตัวพักผ่อนที่บ้านจนกว่าไข้จะลดลงเป็นปกติอย่างน้อย 24 ชั่วโมง (โดยไม่ต้องรับประทานยาลดไข้) เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่เพื่อนร่วมชั้นหรือเพื่อนร่วมงาน 

 

ปรึกษาเภสัชกรก่อน สิทธิบัตรทองช่วยได้ เมื่อมีอาการทางเดินหายใจไม่รุนแรง

สำหรับผู้ที่มีอาการไข้หวัด ไอ เจ็บคอ เบื้องต้น ยังไม่มีสัญญาณอันตราย และต้องการคำแนะนำ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้ผ่านโครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ภายใต้สิทธิบัตรทองโครงการนี้ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ รวมถึงอาการปวดฟันที่ไม่รุนแรง มีเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษาและจ่ายยาที่จำเป็นแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย 

ทุกคนสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาที่เข้าร่วมโครงการได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่] ซึ่งร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส เราเป็นหนึ่งในร้านยาที่เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง 

ทั้งนี้ หากต้องการปรึกษาอาการเจ็บป่วยเพื่อให้เภสัชกรประเมินสุขภาพก่อนการรับยา ก็สามารถใช้บริการ Telepharmacy ได้เลย ผ่านฟีเจอร์ ALL PharmaSee ปรึกษาเภสัชจัดส่งยา บนแอปพลิเคชัน 7-Eleven 

 

ใช้บริการ Telepharmacy คลิกเลย!  

 

คำถามพบบ่อย เกี่ยวกับ hMPV คือ 

Q: ติดเชื้อ hmpv กี่วันหาย? 

A: ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันปกติมักหายได้เองใน 7–10 วัน แต่หากมีภาวะปอดอักเสบหรือเป็นกลุ่มเสี่ยง อาจต้องใช้เวลาฟื้นตัว 2–3 สัปดาห์ และอาจมีอาการไอหลงเหลืออยู่ได้อีกระยะหนึ่ง 

Q: hmpv กับ rsv ต่างกัน อย่างไร และติดพร้อมกันได้ไหม? 

A: ไวรัสทั้งสองตระกูลเดียวกันและอาการคล้ายกันมาก แต่ RSV มักรุนแรงในทารกแรกเกิด ส่วน hMPV พบได้ตั้งแต่เด็กเล็กถึงผู้สูงอายุ และสามารถติดเชื้อร่วมกัน (Coinfection) ได้ ซึ่งจะทำให้อาการปอดอักเสบรุนแรงขึ้น 

Q: เชื้อ ไวรัส hMPV มีวัคซีนป้องกันหรือยัง? 

A: ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยังไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะ การป้องกันจึงต้องเน้นการรักษาสุขอนามัย สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อย ๆ เป็นหลัก 

Q: ลูกเป็น hMPV ดูแลที่บ้านได้ไหม เมื่อไหร่ต้องนอนโรงพยาบาล? 

A: ดูแลที่บ้านได้หากอาการไม่รุนแรง ร่าเริง กินอาหารได้ แต่หากเริ่มหายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม มีเสียงหวีด ซึมลง หรือไข้สูงลอยเกิน 3 วัน ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที 

 

สรุป 

hMPV คือ ไวรัสทางเดินหายใจที่ต้องระวังในหน้าฝน แม้เริ่มต้นเหมือนหวัดทั่วไป แต่เสี่ยงลุกลามเป็นปอดอักเสบในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ การไม่ซื้อยาทานเองอย่างไม่เหมาะสม การเฝ้าระวัง 5 สัญญาณอันตราย และการดูแลประคับประคองอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ที่มา 

ไวรัส HMPV คืออะไร? จาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  

กรมควบคุมโรค เผยไวรัส hMPV ไม่ใช่โรคใหม่ จาก สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค  

About Human Metapneumovirus (HMPV) จาก Centers for Disease Control and Prevention  

Human metapneumovirus (HMPV): Symptoms and prevention จาก Mayo Clinic

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน ALL PharmaSee บน 7App พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก