หอบ หืด กำเริบหน้าหนาว ทำไมความเย็นถึงกระตุ้นอาการได้ง่าย

หอบ หืด กำเริบหน้าหนาว ทำไมความเย็นถึงกระตุ้นอาการได้ง่าย eXta Plus

หอบ หืด เป็นหนึ่งในโรคทางเดินหายใจที่คนไทยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญ โดยเฉพาะในช่วงอากาศเย็นหรือฤดูหนาวที่อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว หลายคนมักมีอาการแน่นหน้าอก หายใจหืดหาด หรือไอเรื้อรังในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าภาวะ หอบหืดกำเริบ กำลังมาเยือน 

อากาศเย็นและแห้งในช่วงปลายปีไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายต้องปรับตัวมากขึ้น แต่ยังเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ผู้ที่มี โรคหอบหืด หรือมีภูมิแพ้ทางเดินหายใจอาการแย่ลง บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จะพาทุกคนไปเข้าใจถึงสาเหตุ กลไกของโรค และแนวทางดูแลตัวเองเพื่อให้ “หายใจโล่ง” ได้อย่างสะดวกในทุกฤดู มาฝากกัน 

 

หอบ หืด คืออะไร? 

 

หอบ หืด หรือ หืด ขึ้น คอ คืออะไร? eXta Plus

 

หอบหืด หรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Asthma คือ โรคเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากการอักเสบของหลอดลม ทำให้หลอดลมตีบแคบและไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ เมื่อมีสิ่งใดมาทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น ฝุ่นละออง ควัน หรืออากาศเย็น หลอดลมจะเกิดการหดตัว ส่งผลให้หายใจลำบากและมีเสียง “วี๊ด” ออกมา 

โดยโรคหอบหืดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมให้อาการสงบ ด้วยการใช้ยาอย่างต่อเนื่องและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ที่จะทำให้อาการกำเริบ  

ซึ่งหากผู้ที่มีโรคดังกล่าวปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หรือเภสัชกรที่น่าเชื่อถืออย่างถูกต้อง ก็จะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่ต่างจากคนทั่วไป 

 

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคหอบหืด

  • ผู้ที่มีประวัติภูมิแพ้หรือคนในครอบครัวเป็นโรคหอบหืด 
  • เด็กเล็กและผู้สูงอายุ ที่มีระบบทางเดินหายใจอ่อนแอ 
  • ผู้ที่อาศัยในพื้นที่มีมลพิษหรือฝุ่นควันสูง เช่น เขตเมืองหรืออุตสาหกรรม 
  • ผู้ที่สูบบุหรี่หรืออยู่ใกล้ผู้สูบบุหรี่ 
  • ผู้ที่ทำงานสัมผัสสารเคมีหรือฝุ่นในอาชีพ เช่น ช่างไม้ ช่างทาสี พนักงานทำความสะอาด 
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือภาวะอ้วน 
  • ผู้ที่มีความเครียดสูงหรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ 

 

สาเหตุของโรคหอบหืด เกิดจากอะไรบ้าง? 

สาเหตุของ หอบ หืด หรือ อาการหืดขึ้นคอ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยมีปัจจัยหลักดังนี้ 

  1. พันธุกรรม (Genetic factorsหากในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ เช่น พ่อแม่หรือพี่น้อง ก็มีแนวโน้มที่ลูกหลานจะเป็นโรคนี้มากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากยีนที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันอาจถ่ายทอดได้ 
  2. สิ่งแวดล้อม (Environmental factorsการสัมผัสกับฝุ่น ควันบุหรี่ ควันรถยนต์ กลิ่นสารเคมี หรือมลภาวะทางอากาศในระยะยาว เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้หลอดลมอักเสบและเกิดอาการหอบหืดได้ง่ายขึ้น 
  3. การติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย (Respiratory infectionsสำหรับเด็กที่เป็นหวัดหรือ มีอาการหลอดลมอักเสบบ่อยตั้งแต่วัยเด็ก มักจะมีโอกาสสูงในการพัฒนาไปเป็นโรคหอบหืดในภายหลังได้ 
  4. ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความเครียด ภาวะอ้วน การออกกำลังกายหนักในอากาศเย็น หรือการได้รับสารก่อภูมิแพ้ในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น, สารเคมี, ขนสัตว์ และอื่น ๆ  สิ่งเหล่านี้ก็อาจเป็นตัวเสริมให้เกิดอาการได้เช่นกัน 

 

อาการบ่งชี้ของ หอบหืด เป็นยังไง?

 

อาการบ่งชี้ของ หอบหืด เป็นอย่างไร?

 

อาการของ โรคหอบ หืด อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปมักมีลักษณะร่วมกันดังนี้ 

  1. หายใจมีเสียงหวีด (Wheezing) โดยเฉพาะตอนหายใจออก 
  2. แน่นหน้าอก หรือรู้สึกอึดอัดบริเวณทรวงอก 
  3. หายใจเร็ว หรือรู้สึกเหมือน หายใจไม่สะดวก ทั่วปอด 
  4. ไอเรื้อรัง ไอแล้วเหนื่อย ไอตอนกลางคืน หรือหลังออกกำลังกาย 
  5. อาการมักเป็นมากขึ้นในตอนกลางคืนหรือตอนเช้ามืด 

ซึ่งหากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาหรือควบคุมอาการอย่างถูกต้อง อาจส่งผลให้เกิดภาวะ หอบหืดกำเริบเฉียบพลัน (Asthma Attack) ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินและติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอโดยแพทย์เฉพาะทาง 

 

ปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นอาการ หอบ หืด ได้ง่าย 

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือเป็น โรคหอบ หืด อยู่แล้ว มักจะมีหลอดลมที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าคนทั่วไป ทำให้เกิดการอักเสบและหดตัวได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับสิ่งเร้า แม้เพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้หายใจติดขัดได้ทันที ปัจจัยที่มักทำให้เกิดอาการกำเริบสามารถแบ่งออกได้เป็น 7 ข้อหลัก ๆ ดังนี้ 

 

1. อากาศเย็นและแห้ง ศัตรูตัวฉกาจของระบบทางเดินหายใจ 

ในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ความเย็นและความแห้งของอากาศจะทำให้หลอดลมเกิดการหดเกร็ง ซึ่งเป็นกลไกป้องกันของร่างกายไม่ให้อากาศเย็นเข้าสู่ปอดโดยตรง แต่สำหรับผู้ที่มี โรคหอบ หืด การหดตัวของหลอดลมนี้กลับทำให้อาการกำเริบได้ง่ายขึ้น หายใจลำบาก และรู้สึกแน่นหน้าอก 

โดยเฉพาะในตอนเช้าตรู่หรือกลางคืนที่อากาศเย็นจัด หากไม่ได้สวมเสื้อผ้าให้อบอุ่น หรือหายใจอากาศเย็นโดยตรง อาจกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดเฉียบพลันได้ทันที 

 

2. ฝุ่นละอองและไรฝุ่นในบ้านตัวการสำคัญที่มองไม่เห็น 

“ฝุ่น” คือศัตรูตัวร้ายของผู้ป่วยหอบหืด โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 และ ไรฝุ่นในบ้าน ที่สะสมอยู่ตามที่นอน หมอน ผ้าม่าน หรือพรม สิ่งเหล่านี้เป็นสารก่อภูมิแพ้อากาศ (Allergens) ที่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ 

การหายใจเอาฝุ่นหรือไรฝุ่นเข้าสู่หลอดลม จะกระตุ้นให้เยื่อบุทางเดินหายใจเกิดอาการระคายเคือง ทำให้หลอดลมหดตัวและเกิดอาการ หอบ หืดกำเริบ ได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อยู่แล้ว 

เคล็ดลับในการป้องกัน 

  • ซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนทุกสัปดาห์ด้วยน้ำอุ่น 
  • ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรอง HEPA 
  • หลีกเลี่ยงการปัดฝุ่นแบบแห้ง ควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ด 

 

3. ขนสัตว์เลี้ยง ความน่ารักที่อาจมาพร้อมกับความเสี่ยง 

แม้สัตว์เลี้ยงจะช่วยเยียวยาจิตใจ แต่สำหรับผู้ที่เป็น โรคหอบ หืด ขนสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขหรือแมว รวมถึงสะเก็ดผิวหนังและน้ำลายของพวกมัน อาจเป็นตัวกระตุ้นอาการได้ เพราะมีโปรตีนที่สามารถลอยในอากาศและเข้าสู่หลอดลม 

เมื่อร่างกายรับสารเหล่านี้เข้าไป ระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองเกินปกติ ทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี๊ด หรือไอไม่หยุด 

วิธีลดความเสี่ยง 

  • จำกัดพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงอยู่เฉพาะบริเวณที่กำหนด 
  • ห้ามนำสัตว์ขึ้นบนเตียงนอน 
  • อาบน้ำสัตว์เลี้ยงสม่ำเสมอและดูแลสุขอนามัยในบ้านให้สะอาด 

 

4. ควันบุหรี่ และควันจากการเผาไหม้  มลพิษที่ทำร้ายปอดโดยตรง 

ควันบุหรี่ทั้งจากผู้สูบโดยตรงและควันบุหรี่มือสอง เป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นที่อันตรายที่สุดต่อผู้ป่วย หอบ หืด เนื่องจากควันเหล่านี้ประกอบด้วยสารเคมีกว่า 7,000 ชนิด ซึ่งหลายชนิด มักจะทำให้หลอดลมอักเสบและเกิดการตีบแคบได้ง่าย 

ซึ่งนอกจากควันบุหรี่แล้ว ควันจากการเผาไหม้ เช่น ควันธูป ควันจากเตา หรือควันไฟในบ้าน ก็สามารถกระตุ้นอาการได้เช่นกัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่มลภาวะทางอากาศสูง เช่น เขตอุตสาหกรรมหรือช่วงเกิดไฟป่า ควรหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในช่วงเวลาที่ค่าฝุ่นสูง 

คำแนะนำเบื้องต้น 

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีคนสูบบุหรี่ 
  • ใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน 
  • หลีกเลี่ยงการจุดเทียนหรือธูปในห้องปิด 

 

5. กลิ่นแรงจากน้ำหอม หรือสารเคมีในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด 

กลิ่นน้ำหอมบางชนิด หรือไอระเหยจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น สเปรย์ปรับอากาศ น้ำยาเช็ดกระจก หรือน้ำยาถูพื้น 

มักจะมีสารระคายเคืองทางเดินหายใจอย่าง VOC:Volatile organic compounds หรือในภาษาไทย เรามักเรียกกันว่า “สารอินทรีย์ระเหยง่าย” ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ หอบ หืด กำเริบได้ โดยผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกแน่นหน้าอกหรือไอทันทีเมื่อได้กลิ่นสารเคมีเหล่านี้ แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม 

แนวทางป้องกัน 

  • เลือกผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน ปราศจากน้ำหอม 
  • เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทขณะทำความสะอาด 
  • หลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์ในพื้นที่ปิด 

 

6. ละอองเกสรดอกไม้ ตัวกระตุ้นตามฤดูกาล 

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือตอนที่อากาศเปลี่ยนแปลง ดอกไม้และต้นไม้หลายชนิดจะปล่อยละอองเกสรออกมาในอากาศ ซึ่งสามารถกระตุ้นอาการของผู้ที่มี โรคหอบ หืด หรือภูมิแพ้ทางเดินหายใจได้ 

การสูดละอองเกสรเข้าไปจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองมากเกินไป เกิดการอักเสบในหลอดลมและทำให้หายใจติดขัด 

คำแนะนำเบื้องต้น 

  • หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านช่วงเช้าตรู่ที่มีเกสรฟุ้งกระจายมาก 
  • ปิดหน้าต่างขณะขับรถหรืออยู่ในบ้าน 
  • ล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีหลังกลับจากข้างนอก 

 

7. การออกกำลังกายหนักในสภาพอากาศเย็น  

แม้ว่าการออกกำลังกายจะดีต่อสุขภาพ แต่สำหรับผู้ที่มี หอบ หืด การออกกำลังกายในอากาศเย็นหรือแห้งอาจเป็นดาบสองคม เพราะการหายใจเร็วในขณะออกแรงจะทำให้อากาศเย็นเข้าสู่ปอดมากกว่าปกติ ส่งผลให้หลอดลมหดตัวจนเกิดอาการหอบ 

แนวทางการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย 

  • ก่อนออกกำลังควรอบอุ่นร่างกายอย่างน้อย 10–15 นาที 
  • เลือกกิจกรรมในร่ม เช่น ว่ายน้ำ โยคะ หรือปั่นจักรยานในฟิตเนส 
  • หากจำเป็นต้องออกกำลังกายนอกบ้าน ควรสวมหน้ากากหรือผ้าคลุมจมูกเพื่ออุ่นอากาศก่อนเข้าสู่ปอด 

 

การรู้เท่าทันสิ่งกระตุ้นเหล่านี้และจัดการสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างเหมาะสม คือหัวใจสำคัญของการป้องกันไม่ให้อาการ หอบ หืด กำเริบได้ 

 

ทำไมอากาศเย็นถึงกระตุ้นให้อาการหอบหืดกำเริบได้? 

 

ทำไมอากาศเย็นถึงกระตุ้นให้อาการหอบหืดกำเริบได้? eXta Plus

 

หนึ่งในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยหอบ หืด ต้องระวังคือ “หน้าหนาว” เพราะอากาศเย็นและแห้งเป็นศัตรูของระบบทางเดินหายใจอย่างแท้จริง สาเหตุหลักที่อากาศเย็นกระตุ้นอาการหอบหืด ได้แก่ 

 

1. การหดตัวของหลอดลมจากอุณหภูมิต่ำ

เมื่ออากาศเย็นเข้าสู่ร่างกาย ทางเดินหายใจส่วนล่างจะเกิดการหดเกร็งเพื่อรักษาอุณหภูมิ ทำให้ลมผ่านเข้าออกยากขึ้น ผู้ที่มีหลอดลมไวจะเกิดอาการหอบทันทีหลังสูดลมหายใจเย็นเข้าไป 

 

2. อากาศแห้งทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจระคายเคือง

อากาศหนาวมักมีความชื้นต่ำ ส่งผลให้เยื่อบุในหลอดลมแห้ง ทำให้ไวต่อฝุ่น ควัน หรือเชื้อโรคมากขึ้น ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ 

 

3. การติดเชื้อไวรัสในฤดูหนาว

ช่วงอากาศเย็นมักมีการระบาดของไข้หวัดหรือไวรัสทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาการหอบหืดแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด 

 

4. การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว

จากในห้องแอร์ไปสู่กลางแจ้ง หรือกลับกัน การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิกะทันหันจะกระตุ้นให้หลอดลมหดตัวและเกิดอาการหอบหืดได้ 

ดังนั้น ผู้ป่วยควรรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ และหลีกเลี่ยงการออกไปในอากาศเย็นโดยไม่ป้องกัน 

 

หืด หอบ การวินิจฉัย และวิธีการรักษาโรคในปัจจุบัน 

 

หอบหืด การวินิจฉัย และวิธีการรักษาโรคในปัจจุบัน

 

สำหรับการวินิจฉัย แพทย์จะซักประวัติอาการผู้ป่วยอย่างละเอียด เช่น การหายใจมีเสียงวี๊ด แน่นหน้าอก หรือไอเรื้อรังในช่วงกลางคืน จากนั้นอาจทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ เช่น 

  1. การตรวจสมรรถภาพปอด (Spirometry) เพื่อวัดการทำงานของปอด 
  2. การทดสอบภูมิแพ้ (Allergy test) เพื่อหาสาเหตุสิ่งกระตุ้น 
  3. การเอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray) เพื่อแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกัน 

ซึ่งแนวทางการรักษา โรคหอบหืด ในปัจจุบัน แพทย์ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การควบคุมอาการในระยะยาว โดยจะถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่คือ 

  1. ให้ยาควบคุม (Controller medicationเช่น ยาพ่นสเตอรอยด์ (Inhaled corticosteroids) ซึ่งช่วยลดการอักเสบของหลอดลม ทำให้ความไวของหลอดลมลดลง 
  2. ยาบรรเทาอาการเฉียบพลัน (Reliever medicationเช่น ยาขยายหลอดลม (Bronchodilator) ใช้เมื่อมีอาการหอบหืดกำเริบ เพื่อให้หายใจสะดวกขึ้น 

และในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจให้ยาแบบผสม หรือแนะนำการใช้เครื่องวัดสมรรถภาพปอดพกพา (Peak Flow Meter) เพื่อประเมินอาการด้วยตนเองที่บ้าน 

 

ข้อปฏิบัติตัวเมื่อมีอาการหอบ หืดกำเริบ

 

ข้อปฏิบัติตัวเมื่อมีอาการหอบ หืดกำเริบ eXta Plus

 

เมื่อมีอาการเป็น หืด หอบ กำเริบสิ่งสำคัญคือการรับมืออย่างรวดเร็วและถูกวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยควรปฏิบัติดังนี้ 

  1. ใช้ยาพ่นขยายหลอดลมทันที ยาพ่นขยายหลอดลม (Reliever Inhaler) เป็นยาสำคัญที่ช่วยให้หลอดลมคลายตัวและเปิดกว้างขึ้น ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้นภายในไม่กี่นาที ผู้ป่วยควรพกติดตัวไว้เสมอ และใช้ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด 
  2. นั่งตัวตรง หายใจช้า ๆ การนั่งตัวตรงช่วยให้ปอดขยายตัวได้เต็มที่มากกว่าการนอนหรืองอตัว การสูดหายใจเข้าช้า ๆ และลึก ๆ จะช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อทรวงอก และทำให้ออกซิเจนเข้าสู่ปอดได้ดีขึ้น
  3. อยู่ในที่อากาศถ่ายเท ไม่อับชื้น หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่น ควัน หรือกลิ่นแรง เพราะอาจกระตุ้นให้หลอดลมหดตัวเพิ่มขึ้น การเปิดหน้าต่างหรือเปิดพัดลมเบา ๆ ให้มีอากาศหมุนเวียน จะช่วยให้หายใจโล่งขึ้น 
  4. หลีกเลี่ยงการพูดมากหรือเคลื่อนไหวแรง ระหว่างที่อาการกำเริบ หลอดลมจะตีบและทำงานหนักอยู่แล้ว การพูดมากหรือเคลื่อนไหวแรงจะทำให้ร่างกายต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้น ส่งผลให้อาการหอบถี่และเหนื่อยง่ายกว่าเดิม 
  5. หากใช้ยาพ่นแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจเป็นภาวะ หอบหืดเฉียบพลันรุนแรง (Severe Asthma Attack) ที่ต้องได้รับออกซิเจนหรือยาขยายหลอดลมแบบพ่นในโรงพยาบาล 

การรู้วิธีปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเมื่ออาการ หอบ หืดจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะอันตรายและช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ผู้ป่วยควรเรียนรู้วิธีใช้ยาพ่นให้ถูกต้อง พักผ่อนให้เพียงพอ และติดตามอาการกับแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงอากาศเย็นที่มักเป็นช่วงเสี่ยงของการกำเริบของโรคมากที่สุด 

 

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ หอบ หืด 

Q: โรคหอบหืดรักษาหายขาดได้ไหม? 

A: ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมให้อาการสงบและใช้ชีวิตได้ตามปกติหากรักษาต่อเนื่อง

 

Q: เด็กสามารถหายจากโรคหอบหืดเมื่อโตขึ้นได้ไหม? 

A: บางรายที่มีอาการไม่รุนแรงอาจดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่ยังมีโอกาสกลับมาเป็นอีกหากสัมผัสสิ่งกระตุ้น

 

Q: หอบหืดกับภูมิแพ้ต่างกันอย่างไร? 

A: ภูมิแพ้เป็นภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ ส่วนหอบหืดเป็นภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรังที่มักสัมพันธ์กับภูมิแพ้ 

 

Q: หอบ กับ หืด เหมือนกันไหม? 

A: โรคหอบและโรคหืด เหมือนกัน โดย “โรคหืด” (Asthma) เป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ทำให้หลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นและตีบตัน  

ส่วน “อาการหอบ” เป็นอาการหนึ่งที่เกิดขึ้นจากโรคหืด ซึ่งมีทั้งอาการเหนื่อยหอบ หายใจมีเสียงหวีด หรือหายใจลำบาก ในบางรายอาจเป็นโรคหืดแต่อาการไม่รุนแรงถึงขั้นหอบก็ได้  

 

สรุป 

หอบ หืดเป็นโรคที่ต้องการการดูแลระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงอากาศเย็นที่เป็นตัวกระตุ้นสำคัญของการกำเริบ ผู้ที่มีประวัติหอบหืดควรป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่น ควัน อากาศเย็นจัด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด 

การรู้เท่าทันอาการและเตรียมพร้อมรับมืออย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยลดโอกาสเกิดภาวะหอบหืดเฉียบพลัน แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในทุกฤดูกาล 

 

ที่มา 

รู้ทัน ป้องกัน ความรุนแรงของโรคหืด จาก กรมการแพทย์ 

โรคหืด หายใจลำบากรู้ทันก่อนกำเริบ จาก โรงพยาบาลรามาธิบดี 

การรักษาโรคหืดโดยไม่ใช้ยา จาก  สมาคมโรคหืดแห่งประเทศไทย 

Asthma จาก World Health Organization (WHO) 

What Are the Symptoms of Asthma? จาก Asthma and Allergy Foundation of America (AAFA)  

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน Application ALL PharmaSee ได้ แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

All Pharma See

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก