เช็กด่วน! คุณกำลังใช้ น้ำเกลือล้างแผล ผิดอยู่หรือเปล่า?

เช็กด่วน! คุณกำลังใช้ น้ำเกลือล้างแผล ผิดอยู่หรือเปล่า? ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส

เคยสงสัยไหมว่า? ทำไมเวลาเกิดบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลถลอก แผลมีดบาด หรือแผลผ่าตัด ทำไมดูแลอย่างดีแล้วแต่แผลก็ยังหายช้า แถมบางครั้งยังมีอาการแสบแดง ระคายเคือง หรืออักเสบมากกว่าเดิม โดยรู้หรือไม่ สาเหตุหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามคือ การหยิบ น้ำเกลือ ใกล้ตัวมาใช้ผิดประเภทโดยไม่รู้ตัว 

บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จะพาไปเจาะลึกความลับของน้ำเกลือว่าแท้จริงแล้วมีกี่ประเภท แบบไหนที่นำมาใช้กับร่างกายได้บ้าง และเคล็ดลับการล้างแผลที่ถูกต้อง เพื่อให้แผลของคุณสะอาด ปลอดภัย และหายไวที่สุด 

 

ใช้น้ำเกลือผิดประเภท ส่งผลเสียต่อบาดแผลอย่างไร?

หลายคนมีความเข้าใจผิดว่า “น้ำเกลืออะไรก็เหมือนกัน” แต่ในความเป็นจริง น้ำเกลือที่วางขายทั่วไปหรือที่เราผสมเองนั้น มีความเข้มข้น ความสะอาด และสารประกอบที่แตกต่างกัน  

ซึ่งหากผู้ใช้นำน้ำเกลือที่มีสารกันบูด สารทำความสะอาด หรือน้ำเกลือที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ (Nonsterile) มาสัมผัสกับแผลเปิด นอกจากจะทำให้รู้สึกแสบระคายเคืองแล้ว ยังอาจไปทำลายเซลล์เนื้อเยื่อที่กำลังสร้างตัวใหม่ ทำให้แผลหายช้าลง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อนได้ 

 

น้ำเกลือมีกี่ประเภท แบบไหนใช้ทำอะไรบ้าง? 

 

ภาพคนกำลังเทเกลือผสมกับน้ำ สำหรับทำเป็นน้ำเกลือ

 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาทำความรู้จักประเภทของน้ำเกลือที่คนมักสับสนและหยิบมาใช้ผิดกันบ่อย ๆ 

  1. น้ำผสมเกลือทำเอง: การนำเกลือแกงมาละลายน้ำเปล่า เป็นวิธีที่ไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะเราไม่สามารถควบคุมความเข้มข้นได้ และที่สำคัญคือ “ไม่ปลอดเชื้อ” เสี่ยงต่อการนำแบคทีเรียเข้าสู่บาดแผล 
  2. น้ำทะเล / น้ำเกลือสปา: มีความเชื่อผิด ๆ ว่าน้ำทะเลช่วยสมานแผลได้ดี แต่ในความเป็นจริงน้ำทะเลเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและแบคทีเรียจำนวนมาก หากนำมาโดนแผลสดอาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงได้ 
  3. น้ำเกลือล้างคอนแทคเลนส์: ออกแบบมาเพื่อทำความสะอาดเลนส์ มักจะมี “สารกันบูด” และสารทำความสะอาดขจัดคราบโปรตีนผสมอยู่ ห้ามนำมาใช้ล้างแผลเด็ดขาด เพราะจะทำให้แผลอักเสบและแสบมาก 
  4. น้ำเกลือเช็ดหน้า: มักเป็นผลิตภัณฑ์โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำเกลือเพื่อช่วยทำความสะอาดผิวหน้า ลดสิว แต่อาจมีการใส่สารบำรุงอื่น ๆ เพิ่มเติม จึงไม่เหมาะกับแผลสด 
  5. น้ำเกลือ Normal Saline (0.9% NaCl): นี่คือ น้ำเกลือล้างแผล ตัวจริงที่แพทย์และเภสัชกรแนะนำ เป็นน้ำเกลือบริสุทธิ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ (Sterile) ไม่มีสารกันบูด และมีความสมดุลกับร่างกาย 

 

น้ำเกลือล้างแผล” ที่ถูกต้อง ควรมีคุณสมบัติอย่างไร? 

การเลือกใช้น้ำเกลือสำหรับล้างแผลไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลย เพราะบาดแผลคือบริเวณที่ผิวหนังเปิดออก ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายที่สุด หากต้องการล้างแผลให้สะอาด ปลอดภัย และช่วยให้เนื้อเยื่อสมานตัวได้ไว ต้องพิจารณาจาก น้ำเกลือล้างแผล ที่มีสรรพคุณ และคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการ ดังต่อไปนี้ 

  1. มีความเข้มข้น 0.9% (Isotonic): เป็นระดับความเข้มข้นที่สมดุลกับน้ำในเซลล์ร่างกายมนุษย์ ทำให้เวลาล้างแผลจะไม่รู้สึกแสบ และไม่ทำลายเนื้อเยื่อ 
  2. ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง (Sterile): ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย 
  3. ไม่มีสารกันบูด (Preservativefree): มีความอ่อนโยนสูง ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง ช่วยชะล้างคราบเลือดและสิ่งสกปรกออกจากแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

คำแนะนำก่อนซื้อ: เวลาไปเลือกซื้อน้ำเกลือ ให้พลิกดูที่ฉลากขวดเสมอ ควรมองหาคำว่า “Normal Saline 0.9%”, “Sterile (ปราศจากเชื้อ)” และ “ไม่ใส่วัตถุกันเสีย” เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้น้ำเกลือที่ถูกต้องและพร้อมดูแลบาดแผลของคุณจริง ๆ 

 

ตารางเปรียบเทียบ ประเภทของน้ำเกลือ ล้างแผล 

ประเภทของน้ำเกลือ ความปลอดเชื้อ (Sterile) สารกันบูด / สารปรุงแต่ง ความเหมาะสมในการใช้ล้างแผล
น้ำเกลือ Normal Saline 0.9% ปลอดเชื้อ 100% ไม่มี แนะนำที่สุด
น้ำเกลือล้างคอนแทคเลนส์ ปลอดเชื้อ มีสารกันบูด/สารทำความสะอาด ห้ามใช้
น้ำผสมเกลือทำเอง ไม่ปลอดเชื้อ ไม่มี (แต่คุมความเข้มข้นไม่ได้) ไม่แนะนำ
น้ำทะเลธรรมชาติตามชายหาด ไม่ปลอดเชื้อ มีสิ่งเจือปนและแบคทีเรียสูง ห้ามใช้เด็ดขาด

อุปกรณ์ที่จำเป็น และ “วิธีล้างแผล” อย่างถูกต้อง 

ก่อนจะเริ่มล้างแผลทุกครั้ง ควรเตรียมอุปกรณ์เบื้องต้นให้พร้อม ดังต่อไปนี้ 

  1. สำลีทางการแพทย์: ใช้สำหรับชุบน้ำยาเพื่อเช็ดทำความสะอาดบาดแผล 
  2. ผ้าก๊อซ: ใช้สำหรับซับแผลให้แห้ง หรือใช้สำหรับปิดบาดแผล 
  3. แอลกอฮอล์: ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อ “รอบ ๆ บาดแผล” เท่านั้น (ข้อควรระวัง: ห้ามนำมาเช็ดโดนแผลสดเด็ดขาด) 
  4. พลาสเตอร์ปิดแผล / เทปแต่งแผล: สำหรับปิดปกป้องบาดแผลจากฝุ่นละอองและเชื้อโรค 
  5. น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline 0.9%): นางเอกหลักสำหรับใช้ล้างทำความสะอาดแผลเปิดโดยตรง 
  6. ไฮโดรเจนล้างแผล: ใช้เฉพาะกรณีที่แผลมีคราบเลือดกรังมาก ๆ หรือเป็นแผลลึก สามารถใช้ทำความสะอาดในครั้งแรกเพื่อล้างคราบฝังลึกได้ แต่ ไม่ควรใช้บ่อย เพราะอาจกัดเนื้อเยื่อที่กำลังสร้างใหม่ หลังจากใช้ไฮโดรเจนแล้ว ต้องล้างตามด้วยน้ำเกลือปกติเสมอ 

 

5 วิธีล้างแผลด้วย น้ำเกลือ ให้สะอาดปลอดภัย

 

ภาพอุปกรณ์สำหรับล้างแผลด้วยน้ำเกลือให้สะอาดปลอดภัย

 

  1. ล้างมือให้สะอาด: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสอุปกรณ์และบาดแผล 
  2. ทำความสะอาดรอบบาดแผล: ชุบสำลีด้วยแอลกอฮอล์ เช็ดทำความสะอาดผิวหนัง “รอบ ๆ บาดแผล” เพื่อฆ่าเชื้อโรคบริเวณนั้น (ย้ำว่าอย่าเช็ดลงบนแผลเปิดโดยตรง) 
  3. ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ: นำสำลีชุบน้ำเกลือให้ชุ่ม ใช้เช็ดทำความสะอาดบาดแผล โดยเช็ดจาก “กึ่งกลางแผลวนออกไปด้านนอก” ทิศทางเดียว ไม่เช็ดวนกลับไปมาเพื่อป้องกันการดึงเชื้อโรคกลับเข้าแผล 
  4. ซับแผลให้แห้ง: ใช้ผ้าก๊อซสะอาดซับเบา ๆ บริเวณบาดแผลให้แห้ง 
  5. ปิดแผล: ปิดทับด้วยพลาสเตอร์หรือผ้าก๊อซเพื่อป้องกันฝุ่นละอองและเชื้อโรค (หากเป็นแผลถลอกเล็กน้อยที่แห้งแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องปิดแผลก็ได้) 

 

การใช้สิทธิบัตรทองสำหรับผู้มีอาการบาดเจ็บ และมีบาดแผลต่าง ๆ 

สำหรับผู้ที่มีบาดแผลจากอุบัติเหตุ แผลในปาก รวมถึงแผลน้ำร้อนลวกระดับที่ไม่รุนแรง และต้องการปรึกษาเภสัชกร เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นว่าควรรีบไปพบแพทย์หรือไม่ สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านโครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ ซึ่งมีเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษาและจ่ายยาที่จำเป็นให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณอันตรายอย่างไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีประวัติกินหมูดิบมาก่อน ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เนื่องจากร้านยาไม่สามารถให้การรักษาภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ได้ 

ส่วนผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่]  

ทั้งนี้ หากต้องการปรึกษาอาการเจ็บป่วย เพื่อให้เภสัชกรประเมินสุขภาพก่อนการรับยา ก็สามารถใช้บริการ Telepharmacy ได้เลย ผ่านฟีเจอร์ ALL PharmaSee ปรึกษาเภสัชจัดส่งยา บนแอปพลิเคชัน 7-Eleven 

 

ใช้บริการ Telepharmacy คลิกเลย!

 

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ น้ำเกลือล้างแผล

Q: น้ำเกลือล้างจมูก สามารถใช้ล้างแผลได้ไหม? 

A: สามารถใช้ได้ เนื่องจาก น้ำเกลือสำหรับล้างจมูกที่ได้มาตรฐาน ส่วนใหญ่คือ Normal Saline 0.9% ซึ่งเป็นน้ำเกลือชนิดเดียวกับที่ใช้ล้างแผล จึงมีความอ่อนโยน ปลอดเชื้อ และสามารถนำมาใช้ล้างทำความสะอาดแผลแทนกันได้อย่างปลอดภัย 

Q: น้ำเกลือล้างแผล บ้วนปาก ได้ไหม? 

A: ได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากน้ำเกลือ Normal Saline 0.9% ปราศจากสารเคมี จึงปลอดภัยต่อเยื่อบุโพรงปาก และยังสามารถนำมาใช้กลั้วคอหรือบ้วนปาก เพื่อช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย บรรเทาอาการเจ็บคอได้ อีกทั้งยังช่วยรักษาความสะอาดของแผลในปาก เช่น แผลร้อนใน แผลถอนฟัน ได้ดีอีกด้วย 

Q: เปิดขวดน้ำเกลือล้างแผลแล้ว เก็บได้นานแค่ไหน? 

A: หลังจากเปิดขวดใช้งานแล้ว น้ำเกลือจะมีอายุการใช้งานที่ปลอดภัยและยังคงความปลอดเชื้ออยู่ที่ประมาณ 30 วัน แนะนำให้เขียนวันที่เปิดขวดไว้ที่ฉลาก หากเกิน 1 เดือนแล้วควรทิ้งและเปลี่ยนขวดใหม่ทันที 

Q: ใช้น้ำเปล่า หรือน้ำดื่มบรรจุขวด ล้างแผลแทนน้ำเกลือได้ไหม? 

A: ในกรณีฉุกเฉินที่ไม่มีน้ำเกลือ สามารถใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่สะอาดล้างสิ่งสกปรกออกเบื้องต้นได้ แต่ในระยะยาวไม่แนะนำ เพราะน้ำเปล่าไม่มีความสมดุลของเกลือแร่เท่ากับน้ำในเซลล์ร่างกาย อาจทำให้เซลล์บวมน้ำ แผลหายช้า และมีโอกาสแสบแผลมากกว่าการใช้น้ำเกลือ 0.9% 

Q: น้ำเกลือล้างแผล มีราคาเท่าไหร่ และสามารถหาซื้อที่ไหนได้บ้าง? 

A: ปัจจุบันการหาซื้อน้ำเกลือนั้นสะดวกสบายมาก คุณสามารถหาซื้อ น้ำเกลือล้างแผลจาก  7-11 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับกรณีฉุกเฉิน  

รวมถึงร้านขายยาชั้นนำ ซูเปอร์มาร์เก็ต และโรงพยาบาลทั่วไป โดยปกติจะมีราคาเริ่มต้นเพียงหลักสิบถึงร้อยต้น ๆ ประมาณ 35 – 70 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและยี่ห้อ 

 

สรุป 

การดูแลบาดแผลให้สมานตัวและหายไว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยาทาแผลเพียงอย่างเดียว แต่จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือความสะอาดและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง  

ดังนั้น ควรมีน้ำเกลือ Normal Saline 0.9% ติดตู้ยาไว้เสมอ และปฏิบัติตาม วิธี ล้าง แผล อย่างเคร่งครัด หากพบว่าบาดแผลมีอาการบวมแดง มีน้ำหนองไหล หรือไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป 

 

ที่มา 

Wound cleansingsterile water or saline? จาก NIH 

Wound cleansers จาก  DermNet New Zealand  

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน ALL PharmaSee บน 7App พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก