โรคพยาธิเป็นเรื่องที่หลายคนคิดว่าอยู่ไกลตัวมากในชีวิตประจำวัน แต่ในความจริงแล้วพยาธิในคนสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกวัย ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานเนื้อหมูที่ไม่สุกดี ผักสดที่ล้างไม่สะอาด หรือแม้แต่การเดินเท้าเปล่าบนดินชื้น ก็สามารถเป็นช่องทางให้พยาธิเข้าสู่ร่างกายได้
บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จะพาทุกคนไปทำความรู้จักโรคนี้ให้มากขึ้น ตั้งแต่สาเหตุที่ทำให้ติดโรค สัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งมา วิธีกินยาถ่ายพยาธิอย่างถูกต้อง และแนวทางป้องกันที่ทำตามได้จริง มาฝากกัน
พยาธิเกิดจากอะไร? รู้สาเหตุก่อนป้องกัน

โรคพยาธิ (Helminthiasis) คือ ภาวะที่มีปรสิตชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ในร่างกาย โดยดูดซับสารอาหารจากร่างกายเราเพื่อดำรงชีพ ซึ่งมีสาเหตุหลักดังนี้
- รับประทานอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ: เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว หรือปลาที่ปรุงไม่สุก ซึ่งอาจมีตัวอ่อนฝังอยู่ในกล้ามเนื้อ
- กินผักสดที่ล้างไม่สะอาด: โดยเฉพาะผักที่ปลูกในดินที่ปนเปื้อนอุจจาระสัตว์
- เดินเท้าเปล่าบนดินหรือทรายที่ปนเปื้อน: เป็นช่องทางที่ตัวอ่อนบางชนิดสามารถไชเข้าทางผิวหนังได้โดยตรง
- สัมผัสสัตว์เลี้ยงที่มีปรสิต: โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่ไม่ได้ถ่ายพยาธิเป็นประจำ
- สุขอนามัยส่วนตัวไม่ดี: เช่น ไม่ล้างมือหลังเข้าห้องน้ำหรือก่อนรับประทานอาหาร ทำให้ไข่ปรสิตเข้าสู่ร่างกายทางปากได้ง่าย
โรคพยาธิ อาการเตือนที่ควรรู้

อาการทางระบบทางเดินอาหาร
- ปวดท้องบริเวณรอบสะดือ: หรือปวดแบบเป็น ๆ หาย ๆ โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
- ท้องเสียหรือท้องผูกสลับกัน: บางรายอาจมีมูกหรือเลือดปนในอุจจาระ
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้ น้ำหนักลด: โดยไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากปรสิตแย่งสารอาหารจากร่างกาย
- เห็นตัวปรสิตในอุจจาระ: เช่น เส้นขาว ๆ เล็ก ๆ เคลื่อนไหว หรือปล้องขาว ๆ คล้ายเมล็ดข้าว
อาการทางผิวหนังและภายนอก
- คันรอบทวารหนัก: โดยเฉพาะตอนกลางคืน เป็นอาการเด่นของปรสิตเส้นด้าย พบมากในเด็ก
- ผื่นแดงรูปยาว คดเคี้ยวบนผิวหนัง: เป็นอาการพยาธิไชผิวหนัง ซึ่งเกิดจากรอยที่ตัวอ่อนเดินทางอยู่ใต้ผิวหนัง โดยพยาธิไชผิวหนัง อาการจะคัน แสบร้อน และนูนแดงตามแนวที่ปรสิตเคลื่อนที่
อาการทั่วไป
- อ่อนเพลีย ซีด: โดยเฉพาะในผู้ที่มีปรสิตชนิดที่ดูดเลือด
- นอนไม่หลับ: หรือหงุดหงิดง่ายผิดปกติ พบบ่อยในเด็ก
ในกรณีที่ปรสิตชอนไชเข้าอวัยวะสำคัญ เช่น สมองหรือตา อาจมีอาการปวดศีรษะรุนแรง ตามัว หรืออาการทางระบบประสาท ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉิน
ข้อควรระวัง: บางคนอาจมีปรสิตในร่างกายโดยไม่แสดงอาการใด ๆ เลย โดยเฉพาะพยาธิตัวตืดในระยะแรก ทำให้ไม่รู้ตัวจนกว่าจะมีอาการแทรกซ้อน หรือเห็นปล้องออกมากับอุจจาระ
พยาธิออกมาเองอันตรายไหม?
หลายคนสงสัยว่าพยาธิออกมาเองอันตรายไหม ในความเป็นจริงแล้วมันขึ้นอยู่กับชนิดและสถานการณ์ หากเห็นปล้องหรือตัวปรสิตออกมากับอุจจาระ ไม่ถือว่าอันตรายโดยตรง แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ามีการติดเชื้ออยู่
ซึ่งควรรีบปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะในบางชนิดอาจสามารถลุกลามเข้าอวัยวะสำคัญได้
ตารางเปรียบเทียบพยาธิชนิดต่าง ๆ ในคน
สรุปภาพรวมการเปรียบเทียบความแตกต่าง ระหว่างพยาธิในคนทั้ง 8 ชนิด ว่ามีการติดต่อ และอาการที่สังเกตได้ชัดเจนเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อให้เราสามารถจำแนกชนิดได้อย่างรวดเร็วตามข้อมูลดังตารางต่อไปนี้
| ชนิดพยาธิ | การติดต่อ | อาการที่สังเกตได้ |
| เส้นด้าย | กลืนไข่ ละอองอากาศ | คันรอบทวารหนักตอนกลางคืน |
| ไส้เดือน | ดิน อาหาร น้ำปนเปื้อน | ปวดท้อง น้ำหนักลด |
| ตัวตืด | เนื้อสัตว์ดิบหรือกึ่งสุก | เบื่ออาหาร เห็นปล้องในอุจจาระ |
| แส้ม้า | ดินปนเปื้อน อาหาร | ท้องเสีย มีเลือดปนอุจจาระ |
| ไชเท้า | ผิวหนัง (เดินเท้าเปล่า) | ผื่นแดง ซีด โลหิตจาง |
| ในเลือด | สัมผัสน้ำปนเปื้อน | อาการระยะยาวต่อตับ ม้าม ไต |
| ขึ้นตา | สัมผัสสัตว์เลี้ยง ดินปนเปื้อน | ตามัว แสงวาบ ปวดตา |
| ปอดหนู | หอยดิบหรือกึ่งสุก | ปวดศีรษะ คอแข็ง คลื่นไส้ |
วิธีใช้ยาถ่ายพยาธิอย่างถูกต้อง กินตอนไหน ได้ผลดีที่สุด?

การกินยาถ่ายพยาธิอย่างถูกวิธี มีความสำคัญมากต่อประสิทธิภาพของการรักษา โดยยาที่แนะนำให้ใช้ หรือควรมีติดไว้เป็นยาสามัญประจำบ้าน ในปัจจุบัน มี 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- Mebendazole (เมเบนดาโซล): ขนาด 500 mg กินครั้งเดียว ใช้ได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ครอบคลุมพยาธิได้หลายชนิด
- Albendazole (อัลเบนดาโซล): ขนาด 400 mg กินครั้งเดียว ออกฤทธิ์กว้างคล้ายกัน เหมาะสำหรับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
กินยาถ่ายพยาธิตอนไหนดี?
สำหรับคนที่ว่ายาถ่ายพยาธิควรกินตอนไหนถึงจะดีที่สุด ในปัจจุบันนี้ยาสมัยใหม่ไม่จำเป็นต้องอดอาหารก่อนกินแล้ว เราสามารถกินได้ทั้งตอนเช้า กลางวัน หรือเย็นได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรปฏิบัติคำแนะนำดังนี้
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ตอนเช้าขณะท้องว่าง หรือหลังอาหารเย็นประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะปรสิตจะออกมาหากินมากขึ้นในช่วงนี้ ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
หากกังวลเรื่องผลข้างเคียง เช่น ปวดท้องเล็กน้อย คลื่นไส้ อาจกินหลังอาหารเช้าเพื่อลดความไม่สบายท้อง
ยาถ่ายพยาธิเด็ก ใช้อย่างไร?
ส่วนยาถ่ายพยาธิเด็ก สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 2 ปีขึ้นไป ในขนาดยาเดียวกับผู้ใหญ่ เพราะเป็นยาที่ถือว่าปลอดภัยและขนาดไม่แตกต่างกัน
แต่หากเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง ไม่ควรให้กินเองโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
ควรถ่ายพยาธิบ่อยแค่ไหน?
แนะนำให้ ถ่ายพยาธิ ทุก 4–6 เดือน สำหรับผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป และควรถ่ายพยาธิพร้อมกันทุกคนในครอบครัวในครั้งเดียว เพื่อป้องกันการติดเชื้อข้ามกัน
ข้อควรระวังในการใช้ยาถ่ายพยาธิ
- ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
- ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์: โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรก หากวางแผนตั้งครรภ์ควรถ่ายพยาธิล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน
- ผู้ที่ให้นมบุตร: ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
- ผู้ที่มีโรคตับ: ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะยาอาจส่งผลต่อการทำงานของตับ
หลังกินยาควรสังเกตอาการ หากมีผื่น หายใจลำบาก หรืออาการแพ้อื่น ๆ ควรพบแพทย์ทันที
5 วิธีป้องกันโรคพยาธิ ทำตามได้ทุกวัน
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ สิ่งที่ทำได้ในชีวิตประจำวันเพื่อลดความเสี่ยงการติดพยาธิ มีดังนี้
- ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง หลังเข้าห้องน้ำ หลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง และก่อนรับประทานอาหาร
- ปรุงเนื้อสัตว์ให้สุกทั่วถึง โดยเฉพาะเนื้อหมู เนื้อวัว ปลา และหอย ไม่รับประทานแบบดิบหรือกึ่งสุก
- ล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน โดยเฉพาะผักที่กินสด ควรล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 2–3 ครั้ง
- สวมรองเท้าเสมอ เมื่อต้องเดินในพื้นที่ที่อาจมีการปนเปื้อนของอุจจาระสัตว์
- ถ่ายพยาธิให้สัตว์เลี้ยง อย่างสม่ำเสมอ และล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง
การใช้สิทธิบัตรทอง สำหรับผู้ที่สงสัยว่ามีพยาธิหรืออาการผิดปกติทางระบบทางเดินอาหาร
สำหรับผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องเรื้อรัง น้ำหนักลดผิดปกติ หรือสงสัยว่ามีพยาธิ และต้องการคำแนะนำเบื้องต้นว่าควรพบแพทย์หรือไม่ สามารถใชสิทธิบัตรทองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านโครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ ซึ่งมีเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษาและจ่ายยาที่จำเป็นให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณอันตราย เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ตามัว หรืออาการทางระบบประสาทอื่น ๆ ที่อาจสัมพันธ์กับพยาธิขึ้นสมองหรือพยาธิปอดหนู ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เนื่องจากร้านยาไม่สามารถให้การรักษาภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ได้
ส่วนผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่]
ทั้งนี้ หากต้องการปรึกษาอาการเจ็บป่วย เพื่อให้เภสัชกรประเมินสุขภาพก่อนการรับยา ก็สามารถใช้บริการ Telepharmacy ได้เลย ผ่านฟีเจอร์ ALL PharmaSee ปรึกษาเภสัชจัดส่งยา บนแอปพลิเคชัน 7-Eleven
ใช้บริการ Telepharmacy คลิกเลย!
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ โรคพยาธิ
Q: พยาธิในคน รักษาหายได้ไหม?
A: ปรสิตในลำไส้ส่วนใหญ่รักษาได้ด้วยยาถ่ายพยาธิคนที่มีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ เช่น ยาเมเบนดาโซลหรืออัลเบนดาโซล
อย่างไรก็ตาม บางชนิดที่รุนแรงซึ่งชอนไชเข้าอวัยวะภายใน จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์เท่านั้น
Q: สงสัยว่ามีการติดเชื้อ ต้องตรวจอะไรบ้าง?
A: แพทย์อาจตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่หรือตัวปรสิต ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กับการติดเชื้อในลำไส้หลายชนิด ส่วนบางกรณีอาจต้องตรวจเลือดหรือใช้การตรวจอื่นเพิ่มเติม โดยพิจารณาจากอาการ ประวัติการสัมผัส และชนิดที่สงสัย
Q: เด็กที่ติดเชื้อไปโรงเรียนได้ไหม?
A: เด็กที่ได้รับการรักษาแล้วและไม่มีอาการท้องเสียสามารถไปโรงเรียนได้ตามปกติ แต่ควรสอนให้ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำและก่อนรับประทานอาหาร
Q: กินยาถ่ายพยาธิแล้วต้องอดอาหารไหม?
A: ยาสมัยใหม่ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร สามารถกินได้ทั้งขณะท้องว่างหรือหลังอาหาร แต่เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แนะนำให้กินตอนเช้าขณะท้องว่างหรือหลังอาหารเย็นประมาณ 2 ชั่วโมง
Q: ปรสิตติดต่อจากคนสู่คนได้ไหม?
A: บางชนิดสามารถเกิดขึ้นได้ เช่น ชนิดเส้นด้าย สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสไข่ที่ปะปนบนมือ เสื้อผ้า หรือสิ่งของในบ้าน จึงสำคัญมากที่จะต้องถ่ายพยาธิพร้อมกันทั้งครอบครัว
สรุป
โรคพยาธิหรือการติดปรสิตในร่างกายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด แต่ทั้งนี้การป้องกันพื้นฐาน สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการมีสุขอนามัยที่ดี ร่วมกับการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกทุกมื้อ
หากสงสัยว่าติดเชื้อ ไม่ควรซื้อยามากินเองโดยไม่มีข้อมูล ให้ปรึกษาเภสัชกรก่อนเสมอ และสำหรับปรสิตบางชนิดที่อาจชอนไชเข้าอวัยวะสำคัญ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
ที่มา
Helminthiasis (Worm Infections) จาก ScienceDirect
Worms in humans จาก Healthdirect Australia
Tapeworm Infection: Symptoms, Causes & Treatment จาก Cleveland Clinic
Hookworm Infection จาก NCBI StatPearls
When is the best time to take deworming medication? จาก Vinmec International Hospital
ยาถ่ายพยาธิ จำเป็นต้องกินหรือไม่ ? จาก งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่
หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน ALL PharmaSee บน 7App พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง


