ลุยน้ำขังต้องระวัง! วิธีรอดพ้นจาก โรคฉี่หนู ฉบับอ่านจบทำตามได้

ลุยน้ำขังต้องระวัง! วิธีรอดพ้นจาก โรคฉี่หนู ฉบับอ่านจบทำตามได้ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส

ในช่วงฤดูฝนที่ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องจนเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง หลายคนอาจมองข้ามอันตรายที่แฝงมากับน้ำขังตามท้องถนนและแหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อ โรคฉี่หนู ที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต  

เพราะหากต้องเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่าหรือมีแผลบาดเจ็บเล็กน้อย เชื้อแบคทีเรียในแหล่งน้ำอาจเข้าสู่ร่างกายและทำให้มีไข้สูงฉับพลัน ปวดน่องรุนแรง และตาแดงได้  

บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้น พร้อมแนะนำวิธีการป้องกันและการสังเกตสัญญาณเตือน เพื่อดูแลสุขภาพร่างกายให้ปลอดภัยในช่วงหน้าฝน มาฝากกัน 

 

รู้จักภัยเงียบหน้าฝน “โรคฉี่หนู” คืออะไร? 

 

รู้จักภัยเงียบหน้าฝน "โรคฉี่หนู" คืออะไร?

 

โรคฉี่หนู มีชื่อทางการแพทย์ว่า โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยโรคฉี่หนู จะมีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียรูปเกลียวที่ชื่อว่า Leptospira (เลปโตสไปรา) ซึ่งเชื้อชนิดนี้มักอาศัยอยู่ในไตของสัตว์ที่เป็นพาหะ เช่น หนู สุนัข โค กระบือ หรือสุกร 

เมื่อสัตว์เหล่านี้ขับถ่ายปัสสาวะลงสู่แหล่งน้ำ เชื้อแบคทีเรียจะปนเปื้อนและสะสมอยู่ในน้ำขัง ดิน หรือโคลนที่เปียกชื้น เมื่อบุคคลใดไปสัมผัสกับน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนเชื้อ เชื้อแบคทีเรียสามารถไชเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล รอยถลอก หรือแม้กระทั่งผิวหนังปกติที่แช่น้ำเป็นเวลานานจนเปื่อยยุ่ย รวมถึงเยื่อบุตา จมูก และปากได้ 

 

การติดเชื้อโรคฉี่หนู สามารถส่งต่อผ่านช่องทางไหนได้บ้าง? 

การติดเชื้อและการป่วยเป็นโรคฉี่หนูในมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้ 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ 

  1. การสัมผัสเชื้อโดยตรง (Direct Contact): เกิดจากการสัมผัสกับสัตว์ที่เป็นพาหะโดยตรง มักพบในผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับสัตว์ เช่น บุคลากรด้านปศุสัตว์ หรือสัตวแพทย์ 
  2. การสัมผัสเชื้อทางอ้อม (Indirect Contact): เกิดจากการสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้อปะปน เช่น การเดินลุยน้ำขัง ย่ำโคลน หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเชื้อจะไชเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา จมูก ปาก หรือผิวหนังที่เปื่อยยุ่ยจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน รวมถึงการสุ่มเสี่ยงจากการสำลักน้ำขณะว่ายน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ 

ทั้งนี้ โรคดังกล่าว ไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนโดยตรงได้ จึงไม่แพร่กระจายผ่านการสัมผัส ไอ หรือจามใส่กัน 

 

ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

แม้ว่าทุกคนจะสามารถติดเชื้อได้หากสัมผัสแหล่งน้ำปนเปื้อน แต่กลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ได้แก่ 

  • ผู้ประสบอุทกภัย: ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังและจำเป็นต้องเดินลุยน้ำเป็นประจำ 
  • ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและปศุสัตว์: ชาวนา ชาวสวน คนงานบ่อปลา ผู้เลี้ยงสัตว์ และพนักงานในโรงฆ่าสัตว์ 
  • ผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้งและงานสุขาภิบาล: โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ขุดลอกท่อระบายน้ำ และผู้ที่ต้องทำงานกับน้ำเสีย 
  • นักท่องเที่ยวสายลุย: ผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่า เล่นน้ำตก ทะเลสาบ หรือทำกิจกรรมกีฬาทางน้ำตามธรรมชาติ 

 

เช็กด่วน! โรคฉี่หนู อันตรายไหม และมีสัญญาณเตือนอย่างไร? 

 

ภาพหญิงสาวกำลังตรวจเช็กอุณหภูมิร่างกาย เพื่อสังเกตอาการว่าเป็นโรคฉี่หนูไหม

 

คำตอบคือ เป็นโรคที่อันตรายมากและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที เนื่องจากเชื้อดังกล่าวสามารถลุกลามไปยังอวัยวะสำคัญต่าง ๆ และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง 

เช่น ไตวาย ตับวาย หรือมีเลือดออกในปอด ดังนั้น การสังเกตความผิดปกติของร่างกายหลังจากการเดินลุยน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก 

 

6 อาการของโรคฉี่หนู ที่พบบ่อยควรสังเกต 

ำหรับผู้ที่ได้รับเชื้อ อาการของโรคฉี่หนู มักจะแสดงออกอย่างชัดเจน ซึ่งสามารถสังเกตความผิดปกติได้ดังนี้ 

  1. ไข้ฉี่หนู มักจะมีลักษณะไข้สูงฉับพลัน หนาวสั่น 
  2. ปวดศีรษะอย่างรุนแรง มักปวดบริเวณหน้าผากหรือกระบอกตา 
  3. ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณ น่อง และต้นขา 
  4. ีอาการ ตาแดง หรือมีเลือดออกที่ตาขาว 
  5. คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย 

ในบางรายหากผู้ป่วยมี โรคฉี่หนูอาการที่รุนแรง อาจมีตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ปัสสาวะออกน้อย หรือไอมีเลือดปนร่วมด้วย การรู้ทัน อาการแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็วและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต 

 

โรคฉี่หนู มีระยะฟักตัว นานแค่ไหน? 

หลังได้รับเชื้อ โรคฉี่หนูมีระยะฟักตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 10 วัน หรืออยู่ในช่วงราว 4–19 วัน แต่อาจสั้นได้ประมาณ 2 วัน หรือยาวได้ถึง 26 วัน 

ดังนั้น หากมีประวัติลุยน้ำขัง ย่ำโคลน หรือทำความสะอาดหลังน้ำลด แล้วเริ่มมีอาการไข้สูง ปวดน่อง หรือปวดศีรษะ ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำให้ชัดเจน 

 

ตารางเปรียบเทียบอาการ ไข้หวัดใหญ่ VS ไข้เลือดออก VS โรคฉี่หนู 

ในช่วงฤดูฝน อาการไข้มักเกิดได้จากหลายสาเหตุ เพื่อให้สามารถแยกแยะโรคเบื้องต้นได้ง่ายขึ้น สามารถเปรียบเทียบอาการได้ตามตารางนี้ 

อาการแสดง / โรค โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก โรคฉี่หนู
ลักษณะไข้ ไข้สูง มีน้ำมูก เจ็บคอ ไข้สูงลอย 2-7 วัน ไข้สูงฉับพลัน หนาวสั่น
อาการปวด ปวดเมื่อยตามตัวทั่วไป ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดศีรษะ และ ปวดน่องรุนแรง
อาการที่ตา ตาเยิ้ม ปวดกระบอกตา ตาแดง (มีเลือดคั่งที่ตาขาว)
จุดเด่นอื่น ๆ ไอ จาม คัดจมูก มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง อาจมีตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะน้อย
ประวัติความเสี่ยง สัมผัสผู้ป่วยไข้หวัด โดนยุงลายกัด ลุยน้ำขัง แช่น้ำ ย่ำโคลน

 

5 วิธีรอดพ้นจากโรคฉี่หนู วิธีป้องกันฉบับทำตามได้ทันที

 

ภาพเด็กผู้หญิงสวมรองเท้าบูต ป้องกันการเกิดโรคฉี่หนู

 

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ วิธีดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคฉี่หนูในช่วงหน้าฝน สามารถปฏิบัติตามได้ดังนี้ 

  1. หลีกเลี่ยงการลุยน้ำ หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำขัง หรือย่ำโคลนด้วยเท้าเปล่าโดยเด็ดขาด 
  2. สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน หากมีความจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรใส่รองเท้าบูตยางให้มิดชิด และหากมีบาดแผลควรปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำให้สนิทก่อนสัมผัสน้ำ 
  3. ทำความสะอาดร่างกายทันที เมื่อต้องเดินลุยน้ำ ให้รีบล้างเท้าและส่วนที่สัมผัสน้ำขังด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที พร้อมเช็ดให้แห้งสนิท 
  4. รักษาความสะอาดพื้นที่ กำจัดขยะและเศษอาหารบริเวณที่พักอาศัยให้มิดชิด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาหารและที่หลบซ่อนของหนู 
  5. ดื่มน้ำและรับประทานอาหารสะอาด ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และเก็บอาหารให้มิดชิดป้องกันพาหะนำโรคมาสัมผัส 

 

การใช้สิทธิบัตรทองสำหรับผู้มีบาดแผล เวียนศีรษะ หรือมีอาการผิดปกติทางตา

สำหรับผู้มีบาดแผล เวียนศีรษะ หรือมีอาการผิดปกติทางตา   และต้องการปรึกษาเภสัชกร เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นว่าควรรีบไปพบแพทย์หรือไม่ สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านโครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ ซึ่งมีเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษาและจ่ายยาที่จำเป็นให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณอันตรายอย่างไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีประวัติเดินลุยน้ำท่วมขังมาก่อน ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เนื่องจากร้านยาไม่สามารถให้การรักษาภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ได้ 

ส่วนผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่] โดยร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง พร้อมให้บริการ Delivery จัดส่งยาและสินค้าสุขภาพถึงบ้าน ผ่านฟีเจอร์ปรึกษาเภสัชจัดส่งยา บนแอปพลิเคชัน 7-Eleven 

 

ใช้บริการ Delivery คลิกเลย!

 

คำถามพบบ่อย เกี่ยวกับ โรคฉี่หนู 

Q: ถ้าเผลอลุยน้ำขังไปแล้วแต่ไม่มีแผล จะติดเชื้อได้หรือไม่? 

A: สามารถติดเชื้อได้ เนื่องจากเชื้อสามารถไชผ่านผิวหนังที่เปื่อยยุ่ยจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน ๆ ได้ รวมถึงสามารถเข้าทางเยื่อบุตา จมูก หรือปาก หากมีการนำมือที่เปื้อนน้ำมาขยี้ตาหรือสัมผัสใบหน้า 

Q: โรคฉี่หนู กี่วันหาย? 

A: โดยทั่วไป หากพบแพทย์และได้รับยาปฏิชีวนะตั้งแต่ระยะแรก อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นและสามารถหายเป็นปกติได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนเชื้อลุกลามหรือมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง อาจต้องใช้เวลารักษาในโรงพยาบาลนานขึ้น และมีความเสี่ยงสูงถึงขั้นเสียชีวิต 

Q: มียาป้องกันหรือวัคซีนสำหรับโรคฉี่หนูในคนหรือไม่? 

A: ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกันโรคนี้ในคนทั่วไป การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแหล่งน้ำขังหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยง หากจำเป็นต้องสัมผัส ต้องป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด 

 

สรุป 

ในช่วงหน้าฝนที่มีน้ำท่วมขัง การดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากภัยเงียบอย่างโรคฉี่หนูเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย แหล่งน้ำขังตามท้องถนนคือแหล่งสะสมเชื้อโรคที่อันตราย หากมีประวัติเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน แล้วมีอาการไข้สูงฉับพลัน ปวดน่องรุนแรง หรือตาแดง ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อเจาะเลือดตรวจ  

ทั้งนี้ ห้ามซื้อยามารับประทานเองเด็ดขาด การรู้เท่าทันและป้องกัน โรคฉี่หนู อาการต่าง ๆ อย่างถูกวิธี จะช่วยดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยและรอดพ้นจากโรคร้ายในช่วงฤดูฝนนี้ได้อย่างมั่นใจ 

 

ที่มา 

โรคฉี่หนู ภัยที่มากับฤดูฝน จาก กรมประชาสัมพันธ์

โรคฉี่หน (Leptospirosis) ภัยเงียบที่มาพร้อมหน้าฝน จาก โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

เตือนประชาชน ลุยน้ำ ย่ำโคลนหน้าฝน ระวังป่วย โรคฉี่หนู! จาก กรมควบคุมโรค

Leptospirosis: important information จาก NHS

Leptospirosis จาก WHO 

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน ALL PharmaSee บน 7App พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก