ใกล้จะเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนอย่างเต็มตัว ประเทศไทยเรายังคงต้องเผชิญกับสภาวะคลื่นความร้อน (Heatwave) ที่ทวีความรุนแรง และแปรปรวนมากขึ้นในทุก ๆ ปี จนหลายคนเพียงแค่ก้าวเท้าออกจากบ้านไม่นานก็รู้สึกได้ทันทีว่า อากาศร้อนแล้วเวียนหัว โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องทำงานกลางแจ้งเมื่อ ตากแดดเป็นเวลานาน ก็เริ่มมีอาการปวดหัวคลื่นไส้ จนร่างกายเริ่มประท้วงให้ต้องหยุดพัก
ซึ่งสัญญาณเตือนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน เพราะหากร่างกายของเราไม่สามารถระบายความร้อนได้ทันท่วงที อาจลุกลามไปสู่ภาวะวิกฤตที่เรียกว่า “โรคลมแดด” หรือ Heat Stroke ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงแก่ชีวิตได้
บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่าจริง ๆ แล้ว ฮีทสโตรกคือ อะไร? มีความแตกต่างจากอาการเพลียแดดทั่วไปอย่างไรบ้าง? พร้อมเจาะลึก วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อป้องกันความสูญเสียจากภาวะ ฮีทสโตรกเสียชีวิต ที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกวัย มาฝากกัน
ฮีทสโตรก คืออะไร? ทำไมอากาศปี 2569 ถึงน่ากลัว
ฮีทสโตรก (Heat Stroke) คือภาวะอาการที่อุณหภูมิแกนกลางร่างกายพุ่งเกินประมาณ 40 องศาเซลเซียส จนระบบระบายความร้อนผ่านเหงื่อทำงานล้มเหลว ส่งผลต่อสมอง หัวใจ ไต และอวัยวะสำคัญอื่น ๆ และอาจเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการช่วยเหลือทันที
โดยในปี 2569 นี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงขึ้นกว่าปกติ ทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิด อาการฮีทสโตรกเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง หรือผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ
ทำความรู้จักอาการ “เพลียแดด” สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่ฮีทสโตรก
ก่อนที่ร่างกายจะก้าวเข้าสู่ภาวะฮีทสโตรก มักจะส่งสัญญาณเตือนผ่านอาการที่เรียกว่า “เพลียแดด” (Heat Exhaustion) ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในปริมาณมากผ่านทางเหงื่อ จนทำให้ปริมาณเลือดในร่างกายลดลง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญไม่เพียงพอ
อาการของเพลียแดดที่พบบ่อยคือ มีเหงื่อออกตัวชุ่ม ผิวหนังซีดเย็น มีอาการ อากาศร้อนเพลีย อ่อนแรง วิงเวียนศีรษะ และอาจมีอาการตะคริวตามกล้ามเนื้อร่วมด้วย แม้เพลียแดดจะยังไม่รุนแรงเท่าฮีทสโตรก แต่หากไม่รีบพักหรือระบายความร้อน อุณหภูมิร่างกายจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นโรคลมแดด หรือฮีทสโตรกได้ในที่สุด
เช็กสัญญาณ ฮีทสโตรก อาการที่ร่างกายบ่งบอกว่าคุณกำลัง “ฮีต”

การสังเกต โรคฮีทสโตรก ให้ไวคือหัวใจสำคัญของการรอดชีวิต หากคุณหรือคนรอบข้างเริ่มมีอาการจากลมแดดดังต่อไปนี้ ต้องรีบแยกตัวเข้าที่ร่มและหาทางลดอุณหภูมิร่างกายทันที
- ตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อ นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด ผิวหนังจะร้อน แดง และแห้งผาก
- อาการทางระบบประสาท เริ่มมีอาการสับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง มึนงง เดินเซ หรือมีอาการชัก
- หัวใจเต้นเร็วและแรง ร่างกายพยายามสูบฉีดเลือดเพื่อระบายความร้อนอย่างหนัก
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรง หลายคนมักจะบอกว่า โดนแดด แล้วปวดหัว ปวดเบ้าตา เหมือนศีรษะจะระเบิดร่วมกับอาการอาเจียน
ตารางเปรียบเทียบ เพลียแดด vs ฮีทสโตรก อาการต่างกันอย่างไร?
บ่อยครั้งที่คนส่วนใหญ่มักจะสับสนระหว่าง “อาการเพลียแดด” กับ “ฮีทสโตรก” ซึ่งความจริงแล้วระดับความรุนแรงจะมีความแตกต่างกัน ดังนี้
| ลักษณะอาการ | เพลียแดด (Heat Exhaustion) | ฮีทสโตรก หรือ ลมแดด (Heatstroke) |
| อุณหภูมิร่างกาย | มักจะไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส | สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส |
| สภาพผิวหนัง | เหงื่อออกมาก ตัวเย็นและชื้น | ตัวร้อนจัด ผิวแห้งและแดง |
| สภาพจิตใจ | ยังมีสติ แต่อาจเวียนศีรษะ | สับสน เพ้อ ชัก หรือหมดสติ |
| ชีพจร | เต้นเร็วแต่เบา | เต้นเร็วและแรงมาก |
| ระดับความรุนแรง | พักผ่อนและดื่มน้ำ อาการจะดีขึ้น | อันตรายวิกฤต ต้องส่งโรงพยาบาลทันที |
โดยสาเหตุคนที่หมดแรงเพราะเพลียแดด ส่วนใหญ่เกิดจากการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในปริมาณมากผ่านเหงื่อ ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองและกล้ามเนื้อไม่เพียงพอ ส่งผลให้รู้สึก อากาศร้อนเพลีย จนแทบทรงตัวไม่ไหว
ปัจจัยเสี่ยงที่หลายคนมองข้าม “ยา” และ “โรคประจำตัว”
นอกจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุแล้ว สาเหตุที่ทำให้บางคนเกิดสภาวะลมแดด หรือ Heat Stroke ได้ง่ายกว่าคนอื่น มักมาจากปัจจัยภายในร่างกายที่บางครั้งเราเองก็คาดไม่ถึง เช่น
1. กลุ่มยาที่ต้องเฝ้าระวัง
ยาบางกลุ่มมีผลโดยตรงต่อการปรับตัวของร่างกาย เช่น ยาขับปัสสาวะ ที่ทำให้ร่างกายเสียน้ำง่ายขึ้น, ยาแก้แพ้ หรือ ยาลดน้ำมูก บางชนิดที่ส่งผลให้ร่างกายหลั่งเหงื่อลดลงจนระบายความร้อนไม่ได้ รวมถึงยาทางจิตเวชและยาลดความดันบางประเภท ซึ่งหากคุณต้องรับประทานยาเหล่านี้เป็นประจำในช่วงหน้าร้อน ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
2. ผลกระทบจากแอลกอฮอล์
การดื่มเครื่องดื่มมึนเมาในช่วงอากาศร้อนจัดเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะทำให้ร่างกายขาดน้ำรุนแรงขึ้น อีกทั้งยังส่งผลต่อระบบควบคุมอุณหภูมิในสมอง ทำให้ร่างกายไม่รู้ตัวว่าความร้อนพุ่งสูงเกินขีดจำกัด จนมีอาการปวดหัว คลื่นไส้ได้
3. ความเปราะบางตามช่วงวัย
เด็กเล็กที่กลไกการขับเหงื่อยังพัฒนาไม่เต็มที่ และผู้สูงอายุที่มีสภาพร่างกายเสื่อมถอยตามวัย รวมถึงมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ หรือโรคความดันโลหิตสูง ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่มีความเสี่ยงต่อภาวะ ฮีทส โตรกเสียชีวิต ได้มากกว่าคนทั่วไป
ฮีทสโตรกวิธีรักษาอาการ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เมื่อพบเห็นคนรอบข้างเริ่มแสดง อาการฮีทสโตรก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “เวลา” เพราะทุกนาทีที่อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงส่งผลต่อการทำงานของสมองและอวัยวะภายในโดยตรง ซึ่งหากสงสัยว่าใครบางคนกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตนี้ ให้ตั้งสติและรีบดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
- เคลื่อนย้ายเข้าสู่ที่ร่มทันที พยายามพาผู้ป่วยออกจากพื้นที่แดดจัดไปยังจุดที่อากาศถ่ายเทสะดวก หรือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ หากเป็นไปได้ควรให้ผู้ป่วยนอนหามราบและยกเท้าสูงเล็กน้อยเพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น
- รีบติดต่อสายด่วน 1669 อย่างที่ทราบกันว่า ฮีทสโตรกคือ ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นการโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพให้เร็วที่สุดจึงเป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่ไปกับการปฐมพยาบาล
- การลดอุณหภูมิร่างกายแบบเร่งด่วน เช่น
-
- ถอดเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นออก หรือคลายกระดุมให้หลวมที่สุดเพื่อช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้เร็วขึ้น
- ใช้ความเย็นเข้าช่วย นำผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่จุดที่มีเส้นเลือดใหญ่อยู่ใกล้ผิวหนัง เช่น ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ เพราะจะช่วยดึงความร้อนออกจากแกนกลางร่างกายได้ดีที่สุด
- ตัวช่วยระเหยความร้อน หากมีพัดลมในบริเวณนั้น ให้เปิดเป่าไปยังตัวผู้ป่วยขณะที่ยังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว วิธีนี้จะช่วยจำลองการทำงานของเหงื่อที่ระเหยและพัดพาความร้อนออกไปจากผิวหนังได้รวดเร็วขึ้น
ข้อควรระวังเรื่องการดื่มน้ำ
หากผู้ป่วยหมดสติ “ห้าม” กรอกน้ำเข้าปากเด็ดขาด เพราะจะทำให้สำลักลงปอดและเกิดอันตรายรุนแรงได้ แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดี ให้ค่อย ๆ จิบน้ำเปล่าทีละน้อย
หรือหากเป็นกรณีที่ อากาศร้อนเพลีย ทั่วไป การจิบน้ำเกลือแร่ (Electrolytes) จะช่วยฟื้นฟูสมดุลแร่ธาตุที่เสียไปกับเหงื่อ และช่วยตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้อาการลุกลามจนกลายเป็นฮีทสโตรกได้
วิธีป้องกันฮีทสโตรก และอาการเพลียแดด โดยไม่ต้องรอให้ป่วย

การเตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นความร้อนในปี 2569 นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการหลบแดด แต่คือการดูแลร่างกาย เพื่อป้องกันภาวะเสี่ยงเป็นฮีทสโตรก ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ ดังนี้
- เติมน้ำให้ร่างกายสม่ำเสมอ อย่ารอจนกว่าจะรู้สึกกระหายน้ำ เพราะนั่นคือสัญญาณว่าร่างกายเริ่มขาดน้ำแล้ว ควรจิบน้ำสะอาดตลอดทั้งวันเพื่อให้ร่างกายมีวัตถุดิบในการผลิตเหงื่อมาช่วยระบายความร้อน
- เลือกเครื่องแต่งกายให้เหมาะสม เลือกสวมเสื้อผ้าโทนสีอ่อนเพื่อลดการดูดซับรังสีความร้อน และควรเป็นผ้าที่บางเบา ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าคอตตอนหรือผ้าลินิน
- เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงวิกฤต ช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น. คือช่วงที่รังสียูวีและความร้อนพุ่งสูงสุด หากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหมวกปีกกว้าง กางร่ม และหมั่นหาที่ร่มพักผ่อนเป็นระยะ
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญใกล้บ้าน หากคุณมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาต่อเนื่อง หรือเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ เช่น โดนแดดแล้วปวดหัว บ่อยขึ้น หรือรู้สึกว่าตัวเองตากแดดแล้วปวดหัวคลื่นไส้ ง่ายกว่าปกติ อย่าปล่อยทิ้งไว้จนอาการหนัก
ซึ่งหากท่านไหนมีข้อสงสัย และกำลังมองหา ร้านขายยา ใกล้ฉัน เพื่อพูดคุยปรึกษากับเภสัชกร ก็สามารถติดต่อได้ที่ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ หรือจะใช้ช่องทางผ่านแอปพลิเคชัน ALL PharmaSee เพื่อขอคำแนะนำเรื่องการเลือกรับประทานเกลือแร่ที่เหมาะสมได้ตลอด 24 ชม.
การใช้สิทธิบัตรทองสำหรับผู้มี อาการเวียนศีรษะ ปวดหัว จากแสงแดด
สำหรับผู้ที่มีอาการ อาการเวียนศีรษะ ปวดหัว และต้องการปรึกษาเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการรักษาและหาวิธีบรรเทาอาการอย่างตรงจุด ก็สามารถใช้สิทธิบัตรทอง เพื่อรับบริการที่ร้านยาที่เข้าร่วม “โครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ” ได้ ซึ่งจะมีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษา และจ่ายยาที่จำเป็นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โดยสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่] โดยร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง พร้อมให้บริการ Delivery จัดส่งยาและสินค้าสุขภาพถึงบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน ALL PharmaSee
ใช้บริการ Delivery คลิกเลย!
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ ฮีทสโตรก และ อาการเพลียแดด
Q: หากอยู่ในที่ร่ม ยังมีโอกาสเป็นฮีทสโตรกหรือไม่?
A: มีโอกาส หากอยู่ในห้องที่ปิดทึบ ไม่มีอากาศถ่ายเท และอากาศภายนอกร้อนจัดจนอุณหภูมิในห้องพุ่งสูงเกินขีดจำกัด
Q: ทำไมบางคนแค่ โดนแดด แล้วปวดหัว แต่บางคนถึงขั้นเป็นฮีทสโตรก?
A: ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกาย สภาพอากาศ และความชื้นในอากาศด้วย หากความชื้นสูง เหงื่อจะระเหยยาก ทำให้ความร้อนสะสมในร่างกายสูงกว่าปกติ
Q: หากเริ่มรู้สึก ร้อนแล้วเพลียแดด เวียนหัว ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก?
A: หยุดกิจกรรมทุกอย่างทันที เข้าที่ร่ม คลายเสื้อผ้า ดื่มน้ำหรือเกลือแร่ และใช้ผ้าชุบน้ำเย็นลูบหน้าลูบตัว
Q: หากพบคนเกิด ฮีทโสตรก และมีอาการหมดสต สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร?
A: เมื่อพบผู้ป่วยลมแดด ควรรีบย้ายผู้ป่วยเข้าที่ร่มที่เย็นที่สุด และโทรแจ้ง 1669 ทันที พร้อมเริ่มขั้นตอนการลดอุณหภูมิร่างกายระหว่างรอเจ้าหน้าที่
Q: ถ้าเป็นแค่ “เพลียแดด” ควรทำอย่างไร?
A: ถ้าเริ่มรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ ตัวร้อน แต่ยังมีเหงื่อออกเยอะ ควรหยุดกิจกรรมทันที และเข้าหาที่ร่มหรือห้องแอร์ จากนั้นคลายเสื้อผ้าให้อากาศผ่านตัว ดื่มน้ำหรือเกลือแร่ทีละน้อย และพักจนกว่าอาการจะดีขึ้น
สรุป
การรู้เท่าทัน ฮีทสโตรก และความแตกต่างจากอาการเพลียแดดคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในช่วงหน้าร้อนปี 2569 นี้ หากเริ่มรู้สึกว่า อากาศร้อนแล้วเวียนหัว หรือมีสัญญาณของตากแดดแล้วปวดหัวคลื่นไส้ ให้รีบหยุดพักและดูแลตัวเองทันที เพื่อไม่ให้สภาวะอากาศร้อนเพลียทั่วไปกลายเป็นภัยอันตรายที่ย้อนกลับมาทำร้ายชีวิต
ด้วยความห่วงใยจาก เอ็กซ์ต้า พลัส ร้านยาใกล้บ้านที่พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดเรื่องสุขภาพให้กับคุณในทุกฤดูกาล
ที่มา
ฮีทสโตรก อันตรายจากอากาศร้อนที่ไม่ควรมองข้าม จาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
Heat and health จาก WHO
WMO issue new report and guidance to protect workers from increasing heat stress จาก WMO
Heat exhaustion and heatstroke จาก NHS
Guideline for the Treatment of Heat Stroke จาก Society of Critical Care Medicine
อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่
หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน Application ALL PharmaSee ได้ แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง

