การมีระดับไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรทั่วโลก ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยบางรายแพทย์จึงมักจะจ่าย ยาลดไขมัน เพื่อควบคุมระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
แต่อย่างไรก็ตาม การใช้ยาไขมันอย่างต่อเนื่องอาจก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับ ผลข้างเคียงยาลดไขมัน ว่ามีผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว และควรใช้หรือปฏิบัติตัวอย่างไรหากพบอาการผิดปกติ
ด้วยความห่วงใยจาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส บทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ สรุปชัด! ผลข้างเคียงยาลดไขมัน กับอาการที่พบบ่อยและการดูแลตัวเอง มาฝากกัน
รู้จักกับ ยาลดไขมันกลุ่ม Statins และกลไกการรักษา

ในปัจจุบันยาที่ใช้ในการลดระดับไขมันในเลือดมีหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มสแตติน, กลุ่มไฟเบรต, กลุ่มจับน้ำดี, กลุ่มไนอะซิน และอื่น ๆ เป็นต้น
แต่กลุ่มที่ได้รับความนิยมและมีผลการศึกษาทางการแพทย์รองรับมากที่สุดนั่นคือ ยาลดไขมัน Statins ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ในตับที่ใช้สร้างคอเลสเตอรอล เพื่อทำให้ระดับไขมันเลว (LDL) ในกระแสเลือดลดลง
อย่างไรก็ตาม หลายคนมักเรียกยากลุ่มนี้ว่า ยาละลายไขมันในเลือด หรือ ยาลดคอเลสเตอรอล ซึ่งในความเป็นจริง ยาชนิดดังกล่าวจะทำหน้าที่ควบคุมการผลิตและช่วยให้ผนังหลอดเลือดมีความเสถียรมากขึ้น ไม่ได้เป็นการ “ละลาย” ไขมันที่อุดตันอยู่เดิมให้หายไปทันที แต่เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตันเพิ่มขึ้นนั่นเอง
ประโยชน์ของยาลดไขมันกลุ่ม Statins ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
ก่อนที่จะพิจารณาถึงผลข้างเคียง สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจถึงประโยชน์มหาศาลที่ทำให้ยากลุ่มนี้เป็นมาตรฐานการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการปรับสมดุลของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น
- ลดระดับไขมันชนิดเลว (LDL) อย่างมีประสิทธิภาพ: เป็นกลไกหลักที่ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไหลเวียนในกระแสเลือด ป้องกันการสะสมตัวเป็นคราบตะกรัน (Plaque)
- เพิ่มความเสถียรของคราบไขมัน (Plaque Stabilization): ยาช่วยทำให้คราบไขมันที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดมีความแข็งแรงและเสถียรมากขึ้น ลดโอกาสการปริแตก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลัน
- ลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง: การศึกษาทางการแพทย์ยืนยันว่าการใช้ยาอย่างต่อเนื่องสามารถลดอัตราการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Heart Attack) และโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic Stroke) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ลดการอักเสบของหลอดเลือด: ยามีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่ผนังหลอดเลือด ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของหลอดเลือดทั่วร่างกาย
- ปรับสมดุลไขมันชนิดอื่น: มีส่วนช่วยในการเพิ่มระดับไขมันชนิดดี (HDL) และลดระดับไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ได้ในระดับหนึ่ง
เช็กเลย! อาการผิดปกติยาลดไขมันในเลือดผลข้างเคียง ที่ควรสังเกต

แม้ว่ายากลุ่มนี้จะมีความปลอดภัยสูง แต่ผู้ป่วยบางรายอาจพบยาลดไขมันในเลือดผลข้างเคียงซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มอาการหลัก ๆ ได้ดังนี้
1. อาการทางกล้ามเนื้อจากผลข้างเคียงยาลดไขมัน
อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนแรง หรือเป็นตะคริว เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด มักเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ เช่น ต้นขา น่อง หรือหลัง อาการมักเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์หรือเดือนแรกหลังเริ่มใช้ยา หรือหลังจากมีการปรับเพิ่มขนาดรักษา
2. ผลต่อการทำงานของตับ
ยาลดไขมันในเส้นเลือด อาจส่งผลให้ค่าเอนไซม์ตับ (AST/ALT) เพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยในผู้ป่วยบางราย ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงและค่าจะกลับสู่ปกติเมื่อมีการปรับขนาดยา แพทย์จึงมักนัดเจาะเลือดเพื่อติดตามผลการทำงานของตับเป็นระยะ
3. อาการทางระบบทางเดินอาหารและอื่นๆ
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการท้องอืด ท้องผูก หรือคลื่นไส้ในช่วงแรกของการใช้ยา นอกจากนี้ยังมีการศึกษาถึงผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ถ้าหยุดกินยาลดไขมัน จะเกิดอะไรขึ้น?

สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าการพบผลข้างเคียง คือการที่ผู้ป่วยตัดสินใจ “หยุดยาเอง” เมื่อรู้สึกว่ามีอาการปวดเมื่อยหรือไม่สบายตัว การตั้งข้อสงสัยว่า ถ้าหยุดกินยาลดไขมัน แล้วจะปลอดภัยกว่าไม่นั้น ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
เพราะเมื่อมีการหยุดใช้ยาอย่างกะทันหัน ร่างกายของเราจะขาดกลไกในการยับยั้งการสร้างไขมัน ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้คราบไขมันในหลอดเลือดเกิดการปริแตกและเกิดลิ่มเลือดอุดตัน นำไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือหลอดเลือดสมองตีบได้ทันที
ดังนั้น การคงระดับยาในกระแสเลือดให้สม่ำเสมอจึงถือเป็นหัวใจสำคัญหลักในการรักษาด้วยยาไขมันในเลือดสูงให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย
ข้อควรระวังสำคัญ ยาลดไขมัน ห้ามกินคู่ กับยาอะไร?
เพราะประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของยาอาจเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา (Drug Interaction) ดังนั้นการระมัดระวังในการใช้ยา จึงถือเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยไม่ควรละเลย ซึ่งตัวอย่างยาและอาหารที่ควรระวัง ได้แก่
- ยากลุ่มยาปฏิชีวนะบางชนิด: เช่น กลุ่ม Erythromycin หรือ Clarithromycin เพราะอาจไปยับยั้งการขับยาออกจากร่างกาย
- ยารักษาเชื้อรา: เช่น กลุ่มของ Itraconazole หรือ Ketoconazole
- น้ำเกรปฟรุต: เนื่องจากมีสารที่ส่งผลต่อการสลายยาในตับ ทำให้ระดับยาในเลือดสูงจนเกิดพิษ
- ยาคุมกำเนิดหรือยาบางกลุ่ม: ควรปรึกษาเภสัชกรทุกครั้งเมื่อต้องรับประทานยาใหม่ร่วมกับยาเดิม
แนวทางการจัดการเมื่อพบผลข้างเคียงจากยาลดไขมัน

หากผู้ป่วยมีอาการผิดปกติที่สงสัยว่าเป็นผลจากยา ควรปฏิบัติดังนี้
- จดบันทึกอาการ: ระบุลักษณะความปวด ตำแหน่งที่เป็น และช่วงเวลาที่เริ่มมีอาการ
- ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: แจ้งรายละเอียดอาการเพื่อให้แพทย์ประเมินว่าเกี่ยวข้องกับยาหรือไม่ แพทย์อาจพิจารณาปรับลดขนาดยา เปลี่ยนประเภทยาในกลุ่มเดียวกัน หรือเปลี่ยนไปใช้ยาลดไขมันกลุ่มอื่นที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ผ่านกลไกเดียวกับ Statins
- ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด: เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการป้องกันโรคหลอดเลือด
| ประเภทอาการ | ลักษณะอาการ | แนวทางการปฏิบัติ |
| อาการทั่วไป (พบได้บ่อย) |
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเล็กน้อย, ท้องอืด, อ่อนเพลีย | สังเกตอาการและแจ้งแพทย์ในการนัดครั้งถัดไป |
| อาการรุนแรง (พบได้น้อยมาก) |
ปัสสาวะมีสีเข้มคล้ายน้ำปลา, กล้ามเนื้อสลายตัว, ตัวเหลือง ตาเหลือง | หยุดยาและพบแพทย์ทันที |
ตารางเปรียบเทียบอาการทั่วไป vs อาการรุนแรง
5 วิธีการใช้ยาลดไขมันกลุ่ม Statins อย่างถูกต้อง
การรับประทานยาอย่างถูกวิธีเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การควบคุมระดับคอเลสเตอรอลมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดโอกาสการเกิด ยาลดไขมันในเลือดผลข้างเคียง ลงได้ แนวทางปฏิบัติที่แนะนำมีดังนี้
- รับประทานยาให้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ: กลไกของตับจะสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในปริมาณสูงช่วงเวลากลางคืน แพทย์จึงมักแนะนำให้รับประทานยากลุ่ม Statins ที่มีระยะเวลาการออกฤทธิ์สั้นในช่วงก่อนนอนหรือหลังอาหารเย็น สำหรับยาที่มีการออกฤทธิ์ยาวสามารถรับประทานเวลาใดก็ได้ แต่ควรเป็นเวลาเดียวกันของทุกวันเพื่อรักษาระดับยาในกระแสเลือดให้คงที่
- รับประทานพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้: ยาส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้สามารถรับประทานร่วมกับมื้ออาหารหรือขณะท้องว่างได้โดยไม่ส่งผลต่อการดูดซึมของตัวยา แต่ควรดื่มน้ำสะอาดตามในปริมาณที่เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีปฏิกิริยากับยา: ควรงดเว้นการดื่มน้ำเกรปฟรุต (Grapefruit juice) ในช่วงที่ใช้ยา เนื่องจากมีผลต่อการทำงานของเอนไซม์ในตับ ส่งผลให้ร่างกายกำจัดยาได้ช้าลงและระดับยาในเลือดพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงทางกล้ามเนื้อ
- แจ้งรายการยาทุกชนิดต่อแพทย์และเภสัชกร: เมื่อต้องเข้ารับการรักษาโรคอื่น หรือต้องการซื้อยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร รวมถึงอาหารเสริมมารับประทานเพิ่มเติม จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้เชี่ยวชาญทราบเสมอว่ากำลังใช้ ยาลดไขมัน อยู่ เพื่อป้องกันปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเป็นอันตราย
- ยึดถือขนาดยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด: ห้ามเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่าเพื่อชดเชยมื้อที่ลืมทาน และห้ามลดขนาดยาหรือหยุดยาเองเมื่อระดับไขมันกลับมาเป็นปกติ การปรับเปลี่ยนแผนการรักษาทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การประเมินและการตัดสินใจของแพทย์เท่านั้น
การใช้สิทธิบัตรทองสำหรับผู้มีอาการผลข้างเคียงยาลดไขมัน
สำหรับผู้มีอาการเวียนศีรษะ ปวดข้อ ปวดเมื่อยหลังจากใช้ยาลดไขมัน ฯลฯ และต้องการปรึกษาเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องยาประจำตัว หรือยาที่ใช้อยู่ เพื่อทำการรับคำแนะนำและหาวิธีบรรเทาอาการอย่างตรงจุด ก็สามารถใช้สิทธิบัตรทอง เพื่อรับบริการที่ร้านยาที่เข้าร่วม “โครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ” ได้ ซึ่งจะมีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษา และจ่ายยาที่จำเป็นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โดยสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่] โดยร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง พร้อมให้บริการ Delivery จัดส่งยาและสินค้าสุขภาพถึงบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน ALL PharmaSee
ใช้บริการ Delivery คลิกเลย!
คำถามพบบ่อย เกี่ยวกับ ผลข้างเคียงยาลดไขมัน
Q: ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง ต้องทานยาตลอดชีวิตหรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยงรายบุคคล หากสามารถปรับพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกายจนระดับไขมันคงที่ในระยะยาว แพทย์อาจพิจารณาลดขนาดยาลง อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือเคยเป็นโรคหัวใจ มักจำเป็นต้องทานยาต่อเนื่องเพื่อการป้องกัน
Q: กรณีลืมทานยาลดไขมัน เราควรทำอย่างไร?
A: หากนึกได้ให้ทานทันที แต่ถ้าใกล้ถึงเวลามื้อถัดไป ให้ข้ามมื้อที่ลืมไปและทานมื้อถัดไปตามปกติ ห้ามเพิ่มขนาดเป็นสองเท่า
Q: ผลข้างเคียงยาลดไขมัน ถ้ามีอาการปวดกล้ามเนื้อ ควรหยุดยาเองทันทีหรือไม่?
A: ไม่ควรหยุดยาเองทันที เนื่องจากความเสี่ยงจากการที่ระดับไขมันพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อหลอดเลือดหัวใจได้มากกว่าอาการปวดเมื่อย แนะนำให้จดบันทึกตำแหน่งและระดับความรุนแรงของอาการ แล้วเข้าพบแพทย์เพื่อพิจารณาปรับขนาดของยา
Q: การทานยาลดไขมันติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลเสียต่อตับหรือไตหรือไม่?
A: โดยทั่วไปยาลดไขมันมีความปลอดภัยสูงหากใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ แม้จะมีโอกาสพบค่าเอนไซม์ตับสูงขึ้นในผู้ป่วยบางรายแต่พบได้ในสัดส่วนที่น้อยมาก
แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อติดตามการทำงานของตับและไตเป็นระยะเพื่อความปลอดภัย หากพบความผิดปกติที่เกี่ยวเนื่องจากยา แพทย์จะปรับแผนการรักษาอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายถาวรต่ออวัยวะ
สรุป
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ผลข้างเคียงยาลด ไขมัน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความตระหนก แต่เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเฝ้าระวังอาการของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทานยาอย่างสม่ำเสมอภายใต้การดูแลของแพทย์ ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงและเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ยาสามารถปรึกษาเภสัชกรร้านขายยา เอ็กซ์ต้า พลัส ใกล้คุณ เพื่อรับคำแนะนำอย่างตรงจุดใกล้คุณได้แล้ววันนี้
ที่มา
Statins – Side effects จาก NHS
Statins: Are these cholesterol-lowering drugs right for you? จาก Mayo Clinic
ผลข้างเคียงของยา Atorvastatin ผู้ป่วยไขมันในเลือดสูงควรรู้ จาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่
หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน Application ALL PharmaSee ได้ แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง

