ยาแก้เมาเรือ หรือ ยาแก้เมารถ อาจเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามในตอนจัดกระเป๋า แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อวินาทีที่คลื่นลมเริ่มแรง หรือรถเริ่มเหวี่ยงไปตามทางโค้งเขา “ยาเม็ดเล็กๆ” นี้จะมีค่าดั่งทองคำทันที
เพราะช่วงเทศกาลท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น วันหยุดยาวหรือพักร้อน หลายคนวางแผนเดินทางไกล ทั้งล่องเรือดำน้ำดูปะการัง นั่งสปีดโบตข้ามเกาะ หรือนั่งรถตู้ขึ้นดอย แต่ปัญหาคลาสสิกที่ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวมานักต่อนักคืออาการ “คลื่นไส้ อาเจียน และวิงเวียนศีรษะ”
ซึ่งการรู้วิธีรับมือและการใช้ ยาแก้เมาเรือ หรือ เมารถอย่างถูกวิธี จึงถือเป็นเรื่องสำคัญมาก บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้รวบรวมข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ เช็กให้ชัวร์? ยาแก้เมารถ เมาเรือ ควรทานตอนไหนถึงจะได้ผล เพื่อให้ทริปนี้มีแต่ความสนุก ไม่ต้องกอดถุงพลาสติกตลอดทาง มาฝากกัน
ทำไมคนเราถึงมี อาการเมารถ และอาการเมาเรือ?
อาการเมาจากการเคลื่อนไหว (Motion Sickness) เกิดจากความ “ขัดแย้ง” ของระบบประสาทสัมผัสในร่างกายเรา ซึ่งโดยปกติสมองจะรับรู้ตำแหน่งและการเคลื่อนไหวผ่าน 3 ช่องทางหลัก คือ
- ดวงตา มองเห็นภาพรอบตัว
- ระบบน้ำในหูชั้นใน (Vestibular System) รับรู้การทรงตัว การเอียง และแรงเหวี่ยง
- ระบบรับความรู้สึกจากกล้ามเนื้อและข้อต่อ รับรู้แรงกดและการสัมผัส
ซึ่งอาการมึนหัวตลอดเวลา การเดินทาง จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ สมองทั้ง 3 ช่องทางนี้ ได้รับข้อมูลที่ไม่ตรงกัน (Sensory Conflict) ยกตัวอย่างเช่น
กรณีเมาเรือ หากผู้โดยสารนั่งอยู่ในห้องเรือ ตา จะมองเห็นกำแพงห้องนิ่ง ๆ เหมือนคุณอยู่กับที่ แต่หูชั้นในของคนเราจะกลับรับรู้ถึงแรงโคลงเคลงจากคลื่นทะเล ซึ่งนั่นจะทำให้สมองจะเกิดความสับสนและตีความผิดพลาดว่า “ร่างกายอาจได้รับสารพิษ” จึงสั่งการให้กระเพาะอาหารขับสารพิษออกด้วยการ “อาเจียน” นั่นเอง
อาการเมาเรือ ทำไมถึงทรมานมากกว่า อาการเมารถ?

การนั่งรถมักจะมีแรงเหวี่ยงแค่ซ้าย-ขวา หรือ เบรก-เร่ง แต่การนั่งเรือ ร่างกายจะเจอกับแรงเหวี่ยงแบบ 3 มิติ นั่นคือ
- การโคลงเคลงซ้ายขวา (Roll)
- หน้าเชิดหลังกระดก (Pitch)
- และการส่ายหัวเรือ (Yaw)
ซึ่งความซับซ้อนนี้ ก็จะทำให้ระบบประสาททำงานหนักกว่า และจำเป็นต้องใช้ ยาแก้เมาเรือ ที่มีประสิทธิภาพมากกว่านั่นเอง
ยาแก้เมาเรือ ยาแก้เมารถ คืออะไร มีกี่ประเภท?
สำหรับตัวยากินแก้เมาที่ใช้ป้องกันอาการเหล่านี้ ส่วนใหญ่ มักจะจัดอยู่ในกลุ่มยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) ซึ่งไม่ได้ไปเคลือบกระเพาะ แต่ไปออกฤทธิ์ที่ “สมองและระบบประสาท” เพื่อลดความไวของหูชั้นใน และระงับสัญญาณคลื่นไส้
ซึ่งในท้องตลาดปัจจุบัน ยาแก้เมาเรือ และยาแก้เมารถ จะถูกแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ๆ ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ดังนี้
- ยาเม็ด เป็นรูปแบบที่นิยมที่สุด หาซื้อง่ายตามร้านขายยาและร้านสะดวกซื้อ
- ยาแผ่นแปะหลังหู นิยมสำหรับคนที่เดินทางยาวนาน หรือไม่ชอบทานยา
- ยาน้ำ มักใช้ในเด็กเล็กที่ยังกลืนยาเม็ดไม่ได้
ดังนั้น การเลือกใช้ยาแต่ละประเภท จะขึ้นอยู่กับลักษณะการเดินทาง และปฏิกิริยาของร่างกายแต่ละคน
ยาแก้เมารถ ยาแก้เมาเรือ ควรทานตอนไหนถึงจะได้ผลดีที่สุด?

แน่นอนว่าการรับประทานยาดังกล่าว จุดที่คนส่วนใหญ่มักจะ “พลาด” มากที่สุดคือ การทานผิดเวลา ซึ่งหลักการใช้ยาแก้เมาเรือ และ ยาแก้เมารถ คือ
กฎเหล็ก 30-60 นาที ทาน “ก่อน” เท่านั้น
หัวใจสำคัญของการใช้ยาแก้เมา คือ “การป้องกัน (Prevention)” ไม่ใช่การรักษาเมื่อเป็นแล้ว ดังนั้น ผู้เดินทางจึงต้องทานยา ก่อนออกเดินทาง หรือ ก่อนขึ้นเรืออย่างน้อย 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวยาได้มีเวลาในการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และเดินทางไปออกฤทธิ์กดระบบประสาทที่สมอง
กรณีลืมทานยาทำอย่างไร?
หากรถออกไปแล้วหรือเรือออกจากฝั่งไปแล้ว และเริ่มรู้สึกพะอืดพะอม ให้ปฏิบัติดังนี้
- รีบทานทันทีที่นึกได้: ถ้าร่างกายยังปกติดีอยู่
- ถ้าเริ่มมึนแล้ว: ห้ามดื่มน้ำตามเยอะ ให้จิบน้ำเพียงเล็กน้อย แล้วพยายาม หลับตา หรือนอนเอนเบาะให้ราบที่สุด เพื่อลดการรับรู้การเคลื่อนไหว รอจนกว่ายาจะเริ่มออกฤทธิ์ (ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่าปกติ)
ยาแก้เมาเรือ และ ยาแก้เมารถ เลือกแบบไหนดีให้เหมาะสม?
สำหรับวิธีแก้อาการเมาเรือ หรือ เมารถ แม้จะเป็นยาประเภทเดียวกัน แต่ระดับความแรงและผลข้างเคียงก็ต่างกัน ดังนั้น นักเดินทางควรเลือกให้เหมาะสมกับทริป และไลฟ์สไตล์การเที่ยว
1. ยาสามัญประจำบ้าน ไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate)
หนึ่งในตัวยาสามัญประจำบ้านที่นิยมใช้ และคุ้นเคยที่สุด โดยลักษณะมักจะเห็นเป็นเม็ดสีเหลือง สีส้ม หรือเม็ดรี ๆ สีขาวซึ่งจัดเป็นยาต้านฮิสตามีนที่ออกฤทธิ์ค่อนข้างแรงและเร็ว เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นถึงระยะกลาง
ข้อควรระวัง อาจทำให้รู้สึกง่วงนอนมาก ซึ่งเป็นผลข้างเคียงหลัก ดังนั้น ห้ามคนขับรถทานเด็ดขาด อีกทั้ง ยาชนิดนี้ ไม่ควรใช้ต่อเนื่องหลายวัน เพราะอาจเกิดการสะสมและทำให้เกิดอาการง่วงซึมเรื้อรัง
2. ยาเม็ดซินนาริซีน(Cinnarizine) ทางเลือกสำหรับคนไม่อยากง่วง
เป็นยาเมาเรือแบบไม่ง่วง ซึ่งอาจทำให้ “ง่วงน้อยกว่า” Dimenhydrinate มาก แต่บางคนอาจยังรู้สึกซึม ๆ ได้บ้าง จึงแนะนำให้ทานอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงก่อนเดินทางจะดีที่สุด
3. แผ่นแปะแก้เมาเรือ (Scopolamine Patch)
สำหรับยาชนิดนี้ จะเป็นการออกฤทธิ์ของตัวยา Scopolamine ที่จะค่อย ๆ ซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งนักเดินทางสามารถใช้แปะที่ผิวหนังได้บริเวณ “หลังใบหู” โดยต้องแปะล่วงหน้าอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ก่อนลงเรือ หรือเดินทาง
ข้อควรระวัง ห้ามใช้มือที่สัมผัสแผ่นแปะไปขยี้ตา เด็ดขาด เพราะจะทำให้รูม่านตาขยายและตาพร่ามัวได้ ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัส
ขนาดยาที่เหมาะสมในแต่ละวัย ทานอย่างไรให้ปลอดภัย
การใช้ ยาแก้เมาเรือ หรือยาแก้เมารถ ประเภท Dimenhydrinate ต้องคำนึงถึงปริมาณที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยต่อการเดินทาง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
| กลุ่มผู้ใช้งาน | ปริมาณยาที่แนะนำ | ความถี่ในการทานซ้ำ |
| ผู้ใหญ่ | 1 เม็ด (50 มิลลิกรัม) | ทุก 4 – 6 ชั่วโมง (ไม่เกิน 8 เม็ด/วัน) |
| เด็ก (6-12 ปี) | ครึ่งเม็ด – 1 เม็ด | ทุก 6 – 8 ชั่วโมง (ไม่เกิน 3 เม็ด/วัน) |
| เด็ก (2-6 ปี) | ¼ เม็ด – ครึ่งเม็ด | ทุก 6 – 8 ชั่วโมง (ไม่เกิน 1.5 เม็ด/วัน) |
| เด็กเล็ก (< 2 ปี) | ไม่แนะนำให้ซื้อทานเอง | ต้องปรึกษาแพทย์เท่านั้น |
หมายเหตุ: สำหรับยา Cinnarizine และยาแผ่นแปะ
โปรดอ่านฉลากเอกสารกำกับยาอย่างเคร่งครัด เนื่องจากขนาดยาต่างกัน
ข้อควรระวังเพิ่มเติม
- หญิงตั้งครรภ์ ที่ต้องเดินทางทางเรือ ห้ามซื้อยาทานเองเด็ดขาด เพราะถึงแม้ยาแก้เวียนหัวบางชนิดอาจปลอดภัย แต่บางชนิดอาจมีผลต่อทารก ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อจัดยาที่ปลอดภัยที่สุดให้
- ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับยาแก้เมาเรือ เพราะแอลกอฮอล์จะไปเสริมฤทธิ์กดประสาทของยา ทำให้ง่วงซึมรุนแรง ขาดสติ หรือกดการหายใจได้
- การขับขี่ยานพาหนะ คนขับรถ ห้ามทานยาแก้เมา โดยเฉพาะกลุ่ม Dimenhydrinate เพราะความง่วงจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก หากเป็นคนขับและเมารถ แนะนำให้เปลี่ยนคนขับ หรือใช้วิธีธรรมชาติแทน
- ยาไดเมนไฮดริเนต ควรใช้เฉพาะช่วงที่มีการเดินทาง และไม่ควรใช้ติดต่อกันหลายวันหรือใช้ระยะยาวโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้มีอาการง่วง ซึม หรือมึนงงมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
- ยาแก้เมาเรือสำหรับเด็ก ควรใช้ยาน้ำหรือยาสำหรับเด็กที่ระบุขนาดชัดเจน ไม่ควรหักแบ่งเม็ดยาผู้ใหญ่เอง และในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง ห้ามซื้อใช้เอง
- ผู้สูงอายุควรใช้ขนาดยาเริ่มต้นต่ำกว่าปกติ และหลีกเลี่ยงการใช้บ่อยหรือหลายวันต่อเนื่อง หากมีอาการเวียนศีรษะหรือคลื่นไส้บ่อย ๆ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุแทนการพึ่งยาแก้เมาตลอดเวลา
5 เทคนิคป้องกันเมาเรือ เมารถ “แบบไม่ง้อยา”
นอกจากการพึ่ง ยาแก้เมาเรือ หรือ ยาเมารถแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็จะช่วยให้นักท่องเที่ยวลดโอกาสในการพึ่งพายาแก้เมาได้ เช่น
1. เลือกที่นั่งให้เป็น (Center of Gravity)
บนเรือ: ตำแหน่งที่นิ่งที่สุดคือ “กลางลำเรือ” และ “ชั้นล่าง” (ใกล้ผิวน้ำ) หลีกเลี่ยงหัวเรือเพราะจะกระแทกแรง และหลีกเลี่ยงชั้นดาดฟ้าสูง ๆ เพราะจะเหวี่ยงแรง
บนรถ: นั่งเบาะหน้าคู่คนขับ หรือแถวหน้าสุดที่มองเห็นถนนชัดเจน
2. สายตาจับจ้องที่”เส้นขอบฟ้า” (Horizon)
เมื่อรู้สึกเวียนหัว ให้มองออกไปไกล ๆ ที่เส้นขอบฟ้า เนื่องจากรอยต่อระหว่างน้ำทะเลกับท้องฟ้า หรือเส้นขอบฟ้าจะเป็นจุดอ้างอิงที่นิ่ง ซึ่งจะช่วยให้สมองปรับจูนการทรงตัวได้ว่าเรากำลังเอียงไปทางไหน ห้ามมองคลื่นที่ซัดไปมาใกล้ ๆ เรือ
3. งดเล่นมือถือและอ่านหนังสือเด็ดขาด:
การก้มหน้ามองวัตถุนิ่ง ๆ จอโทรศัพท์ ในขณะที่ตัวโยกไปมา จะทำให้เกิด Sensory Conflict รุนแรงที่สุด และทำให้มีอาการเมาทันที
4. ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างก่อนออกเดินทาง
เพราะกรดในกระเพาะจะทำให้คลื่นไส้ รวมถึงอย่ากินอิ่มจนเกินไป และ เลี่ยงของมัน ของทอด นม เนย ก่อนลงเรือ เพราะย่อยยากและกระตุ้นให้อาเจียนง่าย ซึ่งแนะนำให้ทานอาหารอ่อน ๆ พออิ่มก่อนเดินทาง 1 ชั่วโมง
การใช้สิทธิบัตรทองสำหรับผู้มีอาการเมารถ เมาเรือ
สำหรับผู้ที่มีอาการเมารถ เมาเรือ จากการเดินทางไปท่องเที่ยว และต้องการปรึกษาเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการรักษาอย่างตรงจุด ก็สามารถใช้สิทธิบัตรทอง เพื่อรับบริการที่ร้านยาที่เข้าร่วม “โครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ” ได้ ซึ่งจะมีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษา และจ่ายยาที่จำเป็นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โดยสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่] โดยร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง พร้อมให้บริการ Delivery จัดส่งยาและสินค้าสุขภาพถึงบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน ALL PharmaSee
ใช้บริการ Delivery คลิกเลย!
คำถามพบบ่อย เกี่ยวกับ ยาแก้เมาเรือ เมารถ
Q: กินยาแก้แพ้อากาศ แทนยา แก้เมาเรือได้ไหม?
A: ได้บ้าง แต่อาจไม่ดีเท่า เพราะถึงแม้ยาแก้แพ้ มีฤทธิ์ข้างเคียงที่ทำให้ง่วง และอาจช่วยลดอาการได้บ้างในทางอ้อม แต่ประสิทธิภาพในการระงับสัญญาณเมาเรือ อาจสู้ยาแก้เมาโดยตรงอย่าง Dimenhydrinate) ไม่ได้
Q: ถ้าอาเจียนยาออกมาแล้ว ต้องกินซ้ำไหม?
A: หากอาเจียนทันทีหลังกินยา ไม่เกิน 15-30 นาที แนะนำให้กินซ้ำได้ แต่ถ้านานกว่านั้น ยาอาจดูดซึมไปบางส่วนแล้ว การกินซ้ำอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด ควรใช้วิธีดมยาดม หรือนอนพักแทน
Q: กินยาแก้เมาเรือแล้ว ขับรถต่อได้ไหม?
A: ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะถึงแม้ตัวคนขับจะรู้สึกว่าไหว แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายจะช้าลง การตัดสินใจจะแย่ลง ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุร้ายแรง ดังนั้น จึงแนะนำให้ผู้โดยสารทานเท่านั้น
สรุป
ไม่ว่าจุดหมายปลายทางในฝัน จะเป็นยอดดอยสูงเสียดฟ้า หรือเกาะสวรรค์กลางทะเล การเตรียมความพร้อมรับมือกับอาการเมารถและเมาเรือถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
โดยมีกุญแจสำคัญอยู่ที่ ‘การบริหารเวลา’ เพราะ ยาแก้เมาเรือ และยาแก้เมารถ จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อรับประทาน ‘ก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 30 นาที’ เท่านั้น
ดังนั้น เพื่อไม่ให้อาการวิงเวียนมาทำลายบรรยากาศแห่งความสุขในวันหยุด การเลือกใช้ยาให้ถูกประเภท การทานยาให้ถูกเวลา และการนำเทคนิคการเลือกที่นั่งไปปรับใช้ จะช่วยให้คุณพร้อมออกเดินทางลุยทุกเส้นทาง ทั้งทางบกและทางน้ำ ได้อย่างสนุกราบรื่นและปลอดภัย
ที่มา
ทำความรู้จักยาแก้เวียนหัว ยาแก้เมารถ เมาเรือ จาก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
Motion Sickness จาก Centers for Disease Control and Prevention (CDC)
Dimenhydrinate จาก WebMD
Dimenhydrinate How should this medicine be used? จาก Medline Plus
อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่
หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน Application ALL PharmaSee ได้ แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง

