อื้อ ปวดตื้ออยู่ข้างใน! แนะนำ “วิธีแก้อาการปวดหูอักเสบ” ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

อื้อ ปวดตื้ออยู่ข้างใน! แนะนำ “วิธีแก้อาการปวดหูอักเสบ” ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

เคยรู้สึก ปวดหูจี๊ด ๆ เป็นพัก ๆ หูอื้อ ได้ยินไม่ชัด หรือรู้สึกตื้อ ๆ เหมือนมีอะไรอุดอยู่ในหูบ้างไหม? อาการเหล่านี้อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เกิดขึ้นไม่นาน แต่ถ้าชะล่าใจปล่อยไว้ มีโอกาสลุกลามกลายเป็นหูชั้นกลางอักเสบ แก้วหูทะลุ มีหนองไหล หรือในกรณีรุนแรงถึงขั้นสูญเสียการได้ยินได้เลย 

ด้วยความห่วงใย บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จึงได้รวบรวมข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ วิธีแก้อาการปวดหูอักเสบ อย่างถูกหลักการแพทย์มาแนะนำ ตั้งแต่สาเหตุที่ทำให้หูอักเสบ วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ยาที่กินได้ ข้อห้ามเด็ดขาด และสัญญาณที่บอกว่า ถึงเวลาต้องพบแพทย์แล้ว มาฝากกัน 

 

หูอื้อเกิดจากอะไร? รู้จักต้นเหตุก่อนรักษา 

หลายคนสับสนระหว่างอาการหูอื้อทั่วไปกับหูอักเสบ แท้จริงแล้วหูอื้อเกิดจากอะไรนั้น มีได้หลายสาเหตุ ที่ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับการอักเสบทั้งหมด โดยสาเหตุที่พบบ่อย มีดังนี้ 

  1. ขี้หูอุดตัน: ขี้หูที่สะสมมากเกินไปจนอุดช่องหู ทำให้รู้สึกอื้อและได้ยินไม่ชัด 
  2. น้ำขังในหู: เกิดจากการว่ายน้ำ อาบน้ำ หรือของเหลวจากการเป็นหวัดที่ขังอยู่ในหูชั้นกลาง 
  3. ความดันอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน: เช่น ขึ้นเครื่องบิน ดำน้ำ หรือขับรถขึ้นภูเขา 
  4. การติดเชื้อในหูชั้นกลาง: มักเกิดตามหลังการเป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ทำให้เชื้อโรคเดินทางผ่านท่อยูสเตเชียนเข้าสู่หูชั้นกลาง 
  5. หูชั้นในผิดปกติ: เช่น น้ำในหูไม่สมดุล หรือประสาทหูเสื่อมตามวัย 

ข้อสังเกต: หากมีอาการหูอื้อข้างเดียวหลายวัน ที่ไม่ได้เกิดจากน้ำขังหรือขี้หูอุดตัน และไม่มีท่าทีดีขึ้น ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจบ่งบอกถึงการอักเสบหรือความผิดปกติที่ต้องรักษาเฉพาะทาง 

 

หูอักเสบมีกี่แบบ? แยกให้ออกก่อนรักษาแบบถูกต้อง 

 

ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเอามือกดหูตัวเอง หลังจากรู้สึกมีอาการปวด

 

หูอักเสบแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามตำแหน่งที่เกิดการอักเสบ ซึ่งมีสาเหตุและวิธีดูแลที่แตกต่างกัน  

1. หูชั้นนอกอักเสบ (Otitis Externa)

มักเรียกกันว่าหูนักว่ายน้ำ เกิดจากแบคทีเรียหรือเชื้อราที่เจริญเติบโตในช่องหูที่มีความชื้นสูง สาเหตุหลักได้แก่ น้ำขังในช่องหูนาน ๆ หลังว่ายน้ำหรืออาบน้ำ การแคะหูแรงเกินไปจนทำให้ผิวหนังในช่องหูเป็นแผล หรือการใช้สำลีก้านกดและดันขี้หูลึกเข้าไป 

อาการเด่น: ปวดมากเมื่อดึงใบหูหรือกดตรงก้านหู ช่องหูบวมแดง อาจมีของเหลวใสหรือหนองไหลออก 

 

2. หูชั้นกลางอักเสบ (Otitis Media)

พบบ่อยในเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็เป็นได้เช่นกัน มักเกิดตามหลังการเป็นหวัด หรือการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนบน เนื่องจากเชื้อโรคสามารถเดินทางผ่านท่อยูสเตเชียนขึ้นไปยังหูชั้นกลางได้  

นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากหูชั้นกลางอักเสบชนิดเรื้อรัง (Chronic Otitis Media) ที่มีการอักเสบนานเกินกว่า 3 เดือน และมีเยื่อแก้วหูทะลุ ผู้ป่วยบางรายมีของเหลวหรือหนองไหลจากหูชั้นกลางเมื่อมีการติดเชื้อ 

อาการเด่น: ปวดลึกข้างใน หูอื้อ ได้ยินเสียงลดลง อาจมีไข้ร่วมด้วย 

 

หูอักเสบ กี่วันหาย และหายเองได้ไหม? 

หลายคนที่สงสัยว่าหูอักเสบหายเองได้ไหม ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและประเภทที่เป็น โดยในบางกรณีอาการสามารถดีขึ้นจนหายเองได้ แบบที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยา  

แต่หากต้องการรู้แน่ชัดว่าหูอักเสบ กี่วันหาย ก็ต้องสังเกตจากอาการที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะระยะเวลาการฟื้นตัวจะแตกต่างไปตามตำแหน่งที่อักเสบ หรือความรุนแรงของอาการ  

สำหรับหูชั้นกลางอักเสบ กี่วันหาย ตามปกติแล้วการติดเชื้อในหูชั้นกลางมักจะดีขึ้นเองภายใน 7 วัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ 

ในเบื้องต้นเราสามารถสรุปอาการหูอักเสบได้ตามสถานการณ์ต่าง ๆ ว่าในแต่ละช่วง ควรตัดสินใจดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง ดังตารางต่อไปนี้ 

สถานการณ์ ควรทำอะไร
อาการไม่รุนแรง ปวดน้อย ไม่มีไข้ ดูแลตัวเองเบื้องต้น รอดูอาการ 2–3 วัน
อาการไม่ดีขึ้นหลัง 3 วัน ควรพบแพทย์หรือปรึกษาเภสัชกร
มีไข้ หนองไหล ปวดรุนแรง พบแพทย์ทันที ไม่ควรรอ
เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี พบแพทย์ทันที

 

4 วิธีแก้อาการปวดหูอักเสบเบื้องต้นที่ทำได้เองที่บ้าน

 

ผู้หญิงเอเชียคนหนึ่งที่กำลังถือแก้วน้ำเต็มแก้ว กำลังจะเตรียมพร้อมดื่ม

 

เมื่อมีอาการปวดหูไม่รุนแรงและยังไม่มีสัญญาณอันตราย สามารถใช้วิธีแก้อาการปวดหูอักเสบ เพื่อดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ด้วยวิธีเหล่านี้ 

  1. ประคบอุ่น: ใช้ผ้าขนหนูอุ่น ๆ หรือถุงน้ำร้อนที่ห่อผ้าแล้ว วางบริเวณใบหูข้างที่ปวด ช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการบวมได้ 
  2. นอนหมอนสูง: ยกศีรษะให้สูงกว่าระดับปกติเล็กน้อย ช่วยให้ของเหลวในหูชั้นกลางระบายได้ดีขึ้น 
  3. ดื่มน้ำมาก ๆ: โดยเฉพาะหากมีอาการหวัดร่วมด้วย เพื่อช่วยให้เยื่อบุในท่อยูสเตเชียนชุ่มชื้น 
  4. หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ: เพราะแรงดันอาจดันเชื้อโรคเข้าไปในหูชั้นกลางเพิ่มเติมได้ 

 

วิธีแก้อาการปวดหูอักเสบ กินยาอะไรถึงจะดีขึ้น?

 

ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหยิบยาเม็ดสีขาวเตรียมพร้อมทานเพื่อบรรเทาอาการป่วยของตนเอง

 

วิธีแก้อาการปวดหูอักเสบด้วยยาแก้ปวดที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ อย่างพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหูได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ 

แต่หากต้องการแบบเฉพาะเจาะจงว่า หูอักเสบกินยาอะไรถึงจะหายดี อาจพิจารณายาอีกชนิดที่ใช้ได้คือ ยาหยอดหูที่ช่วยลดการอักเสบและฆ่าเชื้อ แต่ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนเลือกใช้ เพราะยาหยอดหูบางชนิด ห้ามใช้ หากแก้วหูทะลุอยู่ 

ส่วนทางด้านยาปฏิชีวนะควรใช้เฉพาะเมื่อได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เท่านั้น โดยแพทย์อาจพิจารณาสั่งยาปฏิชีวนะ หากหูอักเสบไม่เริ่มดีขึ้นหลัง 3 วัน หรือมีของเหลวไหลออกจากหู และไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง นอกจากจะทำให้เชื้อดื้อยาแล้ว ยังเสี่ยงอาการแย่ลงในระยะยาวด้วย 

 

หูอักเสบ ห้ามกินอะไร และห้ามทำอะไรเด็ดขาด? 

เรื่องอาหารนั้นไม่มีอาหารที่ห้ามกินโดยตรง สำหรับผู้ป่วยหูอักเสบ แต่แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นการอักเสบ เช่น อาหารทอด อาหารรสจัด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ สำหรับข้อห้ามที่ต้องรู้ มีดังนี้ 

1. ห้ามแคะหู 

ไม่ควรใช้นิ้ว สำลีก้าน หรือของแข็งสอดเข้าไปในช่องหู อาจทำให้ผิวช่องหูเกิดแผลและอักเสบ รวมถึงเสี่ยงกระทบเยื่อแก้วหูได้ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการหูอักเสบอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการรบกวนภายในช่องหูเพิ่มเติม 

2. ห้ามให้น้ำเข้าหู 

ขณะมีอาการหูอักเสบควรหลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ ระวังไม่ให้น้ำหรือแชมพูเข้าช่องหูขณะอาบน้ำ เนื่องจากความชื้นและน้ำเข้าหู สามารถสัมพันธ์กับการเกิดหูชั้นนอกอักเสบ รวมถึงอาจไปกระตุ้นอาการในผู้ที่มีหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังได้ 

3. ห้ามใช้เทียนหูหรืออุปกรณ์อบควัน 

ไม่ควรใช้วิธีการจุดเทียนบริเวณหู เพื่อหวังรักษาอาการหรือกำจัดขี้หู เพราะปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าการใช้เทียนหูหรืออุปกรณ์อบควัน สามารถรักษาภาวะเกี่ยวกับหูได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

4. ห้ามกดหรือบีบบริเวณหูแรง ๆ 

ควรหลีกเลี่ยงการกด บีบ ดึง หรือโยกใบหูแรง ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีหูชั้นนอกอักเสบ การกระทำเหล่านั้นมีโอกาสทำให้บริเวณดังกล่าว มีอาการบวมและไวต่อการสัมผัส จนกลายเป็นอาการปวดชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม 

 

8 สัญญาณอันตราย ปวดหูอักเสบแบบไหนต้องรีบพบแพทย์?

 

แพทย์ที่กำลังทำการตรวจหูของผู้ป่วยด้วยอุปกรณ์ตรวจสอบเบื้องต้น

 

ไม่ใช่ทุกอาการที่รอดูเองได้ กรณีที่ทำตามวิธีแก้อาการปวดหูแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการด้านล่างนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที 

  1. ปวดหูอักเสบรุนแรงจนนอนไม่หลับหรือทำกิจกรรมปกติไม่ได้ 
  2. มีไข้สูงร่วมกับอาการปวด 
  3. มีของเหลวหรือหนองไหลออกจากหู 
  4. บวมแดงรอบ ๆ ใบหูหรือบริเวณหลังหู 
  5. หูอื้อข้างเดียว หลายวัน ที่ไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงเรื่อย ๆ 
  6. การได้ยินลดลงอย่างชัดเจนอย่างกะทันหัน 
  7. มีสิ่งแปลกปลอมติดค้างในหู 
  8. เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีที่มีอาการปวดหู ควรพบแพทย์ทันทีโดยไม่รอดูอาการ 

 

ปรึกษาเภสัชกรก่อน สิทธิบัตรทองช่วยได้ เมื่อปวดหูไม่รุนแรง 

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหูระดับเบาถึงปานกลาง ยังไม่มีสัญญาณอันตราย และต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีแก้อาการปวดหูอักเสบเบื้องต้น สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรง ผ่านโครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ภายใต้สิทธิบัตรทอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โครงการนี้ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ ซึ่งรวมถึงอาการปวดหูที่ไม่รุนแรง โดยมีเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษาและจ่ายยาที่จำเป็นให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่] โดยร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง 

ทั้งนี้ หากต้องการปรึกษาอาการเจ็บป่วยเพื่อให้เภสัชกรประเมินสุขภาพก่อนการรับยา ก็สามารถใช้บริการ Telepharmacy ได้เลย ผ่านฟีเจอร์ ALL PharmaSee ปรึกษาเภสัชจัดส่งยา บนแอปพลิเคชัน 7-Eleven 

 

ใช้บริการ Telepharmacy คลิกเลย!

คำถามพบบ่อย เกี่ยวกับ วิธีแก้อาการปวดหูอักเสบ 

Q: เด็กเล็กกับผู้ใหญ่ อาการหูอักเสบต่างกันอย่างไร และสังเกตได้จากอะไร? 

A: ผู้ใหญ่และเด็กโตมักบอกอาการปวดหูหรือหูอื้อได้ ส่วนเด็กเล็กอาจดึงหู ร้องโยเย กินได้น้อย มีไข้ หรือไม่ตอบสนองต่อเสียงตามปกติ หากสงสัยว่าเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีมีหูอักเสบ ควรพาไปพบแพทย์ 

Q: ว่ายน้ำบ่อย ๆ เสี่ยงหูอักเสบมากแค่ไหน และป้องกันได้อย่างไร? 

A: การว่ายน้ำบ่อยเพิ่มความเสี่ยงหูชั้นนอกอักเสบ เพราะความชื้นในช่องหูเอื้อต่อเชื้อโรค ควรป้องกันน้ำเข้าหู เช็ดหูด้านนอกให้แห้งหลังว่ายน้ำ และไม่ใช้สำลีก้านแคะในช่องหู 

Q: หูอักเสบซ้ำบ่อย หมายความว่าอะไร และควรทำอย่างไร? 

A: หูอักเสบที่เป็นซ้ำบ่อยหรือเรื้อรังอาจสัมพันธ์กับปัญหาหูชั้นกลาง และบางรายอาจมีของเหลวหรือหนองไหลจากหู ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและป้องกันผลกระทบต่อการได้ยินในระยะยาว 

Q: ใส่หูฟังนาน ๆ ทำให้หูอักเสบได้ไหม และควรใช้อย่างไรให้ปลอดภัย? 

A: หูฟังแบบ in-ear ที่ใส่นานอาจทำให้ช่องหูอับชื้นและเพิ่มความเสี่ยงการอักเสบ ควรพักการใช้งานเป็นระยะ ทำความสะอาดหูฟัง และหยุดใช้หากมีอาการคัน แสบ หรือปวดหู 

Q: น้ำเข้าหูแล้วหูอื้อ ทำอย่างไรดี? 

A: เอียงศีรษะไปด้านที่หูอื้อแล้วกระโดดเบา ๆ เพื่อให้น้ำไหลออก หรือใช้ไดร์เป่าผมที่ความร้อนต่ำเป่าห่างจากหูประมาณ 30 เซนติเมตร หากอาการยังไม่ดีขึ้นหลัง 1–2 วัน ควรพบแพทย์หรือเภสัชกร 

 

สรุป 

อาการปวดหูอักเสบ ไม่ว่าจะเป็น ปวดหูจี๊ด ๆ เป็นพัก ๆ หูอื้อ ได้ยินไม่ชัด หรือมีของเหลวไหล ล้วนเป็นสัญญาณที่ควรใส่ใจและดูแลอย่างถูกวิธี โดยเบื้องต้นสามารถทำตามวิธีแก้อาการปวดหูอักเสบเบื้องต้นที่แนะนำไว้ได้เลย เช่น การประคบอุ่น กินยาแก้ปวดที่เหมาะสม และงดพฤติกรรมที่ทำให้อาการแย่ลง 

นอกเหนือจากนั้นต้องคอยสังเกตอาการตัวเอง ว่าเมื่อไหร่ที่ทำตามวิธีแก้อาการปวดหูอักเสบแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรงกว่าเดิม ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะหากปล่อยให้หูอักเสบลุกลาม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น กรณีที่ยังไม่แน่ใจสามาถปรึกษาเภสัชกรได้เสมอ 

 

ที่มา 

การรับมืออาการหูอื้อ จาก รามาแชนแนล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 

หูชั้นกลางอักเสบ หรือหูน้ำหนวกชนิดเรื้อรัง จากโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ 

ข้อมูลสุขภาพเรื่องหูอักเสบ จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

Earache – causes and treatments จาก Healthdirect Australia 

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน ALL PharmaSee บน 7App พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก