ฤดูฝนและแอ่งน้ำขังมักพา “ยุงลาย” พาหะนำโรคร้ายมาด้วย เมื่อมีไข้สูงฉับพลัน หลายคนอาจนึกถึงแค่ไข้เลือดออก แต่อีกหนึ่งโรคที่อันตรายและสร้างความทรมานไม่แพ้กันคือ ชิคุนกุนยา (Chikungunya) ที่มาพร้อมสัญญาณเตือน “ไข้สูงฉับพลันและปวดข้ออย่างรุนแรง”
ความน่ากลัวของโรคนี้ไม่ได้มีแค่อาการปวดข้อที่อาจเรื้อรังเป็นเดือน แต่ยังรวมถึงความเข้าใจผิดในการดูแลตัวเอง หากซื้อยาผิดประเภท เช่น ยากลุ่มแอสไพรินมากินเพื่อลดไข้ อาจเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกผิดปกติในระบบทางเดินอาหารที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
บทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จะพาไปเจาะลึกว่า โรคชิคุนกุนยา คืออะไร มีวิธีสังเกตสัญญาณเตือนเบื้องต้นอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีบรรเทาอาการและข้อควรระวังในการใช้ยา เพื่อให้คุณรับมือและดูแลตัวเองได้อย่างปลอดภัยและทันท่วงที
โรคชิคุนกุนยา คืออะไร?

โรคชิคุนกุนยา คือ โรคติดเชื้อไวรัส (Chikungunya virus) ที่มียุงลายบ้านและยุงลายสวนเป็นพาหะนำโรค ซึ่งเป็นยุงชนิดเดียวกับที่นำโรคไข้เลือดออกและไวรัสซิกา
โดยคำว่า Chikungunya มีรากศัพท์มาจากภาษามาคอนดี (Makonde) ในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีความหมายว่า “โค้งงอ” หรือ “บิดเบี้ยว” สาเหตุที่ได้ชื่อนี้มาก็เพราะลักษณะอาการเด่นของผู้ป่วยโรคนี้ จะมีอาการปวดตามข้อต่าง ๆ ของร่างกายอย่างรุนแรงมาก จนทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเดินยืดตัวตรงได้ตามปกติ
แม้ว่าในอดีตโรคนี้จะพบมากในทวีปแอฟริกาและเอเชียใต้ แต่ในปัจจุบันด้วยสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้โรคนี้เกิดการระบาดในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่พบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี
สังเกตด่วน! ไข้ชิคุนกุนยา อาการเป็นอย่างไร?

ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ 3-7 วัน (นานสุด 12 วัน) หลังถูกยุงกัด จากนั้นจะแสดงอาการเฉียบพลันคล้ายไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออก การสังเกต ไข้ชิคุนกุนยา อาการ อย่างใกล้ชิดจึงสำคัญมาก โดย ชิคุนกุนยา อาการ ที่เป็นสัญญาณเตือนหลัก มีดังนี้
- ไข้สูงฉับพลัน: ผู้ป่วยจะมีไข้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอุณหภูมิร่างกายอาจสูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส และไข้มักจะลอยอยู่ประมาณ 2-4 วันก่อนจะค่อย ๆ ลดลง
- ปวดข้ออย่างรุนแรง: นี่คืออาการเอกลักษณ์ของโรคนี้ ผู้ป่วยจะปวดตามข้อต่าง ๆ โดยมักเกิดกับข้อขนาดเล็ก เช่น ข้อมือ ข้อนิ้วมือ ข้อเท้า ข้อต่อบริเวณเท้า แต่บางรายก็อาจปวดข้อใหญ่ ๆ อย่างหัวเข่าและหัวไหล่ได้
- ผื่นแดงตามร่างกาย: หลังจากมีไข้ประมาณ 2-3 วัน ผู้ป่วยมักจะมีผื่นแดงไข้เลือดออก คล้ายผื่นแพ้ หรือจุดเลือดออกเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นตามลำตัว แขน ขา และอาจมีอาการคันร่วมด้วย
- ตาแดง อ่อนเพลีย และปวดกล้ามเนื้อ: ผู้ป่วยหลายรายมีอาการตาแดง (แต่ไม่มีขี้ตา) ปวดกระบอกตา ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ และรู้สึกอ่อนเพลียหมดแรงอย่างเห็นได้ชัด
- ต่อมน้ำเหลืองโต: ในบางกรณีอาจคลำพบต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณคอ หรือบริเวณอื่น ๆ
ข้อควรระวัง: แม้ไข้ลดลงแล้ว แต่อาการปวดข้ออาจเรื้อรังนานหลายสัปดาห์ หรือยาวนานเป็นปีในผู้สูงอายุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก
ชิคุนกุนยา แตกต่างจาก ไข้เลือดออกอย่างไร?
สำหรับโรคชิคุนกุนยา หลายคนมักเรียกโรคนี้ว่า ไข้ปวดข้อยุงลาย เนื่องจากมีอาการเด่นที่ข้อและมียุงลายเป็นพาหะ ซึ่งพาหะตัวเดียวกันนี้ก็เป็นตัวการของโรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) ด้วยเช่นกัน
ทำให้ในช่วงแรกที่มีไข้ แพทย์มักจะต้องวินิจฉัยแยกโรคทั้งสองนี้ออกจากกันอย่างระมัดระวัง แม้จะมีความคล้ายคลึงกัน แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญดังนี้
- ชิคุนกุนยา: เด่นที่อาการ “ปวดข้อและข้ออักเสบรุนแรง” ผื่นแดงขึ้นเร็วตั้งแต่วันแรก ๆ เกล็ดเลือดไม่ต่ำจนเป็นอันตราย และ แทบไม่พบภาวะช็อก
- ไข้เลือดออก: ปวดข้อน้อยกว่า แต่เด่นที่อาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระบอกตา มีจุดเลือดออก และอันตรายกว่าด้วยความเสี่ยงจาก ภาวะน้ำเลือดรั่ว เกล็ดเลือดต่ำรุนแรง และอาจช็อกเสียชีวิตได้
ตารางเปรียบเทียบ ชิคุนกุนยา VS ไข้เลือดออก
| อาการที่แสดงออก | โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) | โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) |
| ลักษณะไข้ | ไข้สูงฉับพลัน (39-40°C) ไข้ลดลงเร็วกว่า |
ไข้สูงลอย 2-7 วัน (หน้าแดง ตาแดง) |
| อาการปวดข้อ | รุนแรงมาก ขยับตัวลำบาก อาจปวดเรื้อรัง |
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูก ปวดข้อน้อยกว่า |
| ผื่นตามร่างกาย | ผื่นแดงหรือจุดสีแดง มักขึ้นพร้อมไข้ มีอาการคัน | จุดเลือดออกใต้ผิวหนัง มักขึ้นตอนไข้เริ่มลด |
| ภาวะเกล็ดเลือด | ปกติ หรือต่ำลงเพียงเล็กน้อย | ต่ำลงมากอย่างเห็นได้ชัด เสี่ยงต่อเลือดออกง่าย |
| ภาวะช็อก/ความรุนแรง | ไม่ค่อยพบภาวะช็อก หรือเสียชีวิต | มีความเสี่ยงสูง ที่จะช็อกและเสียชีวิตได้ |
ชิคุนกุนยา มักจะระบาดช่วงไหน และใครบ้างที่เสี่ยง?
โรคนี้สามารถพบได้ตลอดทั้งปีในประเทศไทย แต่จะ ระบาดหนักที่สุดในช่วงฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม) เนื่องจากมีฝนตกชุก ทำให้เกิดแอ่งน้ำขังตามภาชนะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ยางรถยนต์เก่า กระถางต้นไม้ จานรองกระถาง แจกัน หรือเศษขยะที่รองรับน้ำได้ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของลูกน้ำยุงลาย
กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
แม้ทุกคนทุกเพศทุกวัยที่ถูกยุงลายที่มีเชื้อกัดจะสามารถป่วยเป็นโรคนี้ได้ แต่กลุ่มคนต่อไปนี้หากติดเชื้อ อาจมีอาการที่รุนแรงและใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าปกติ:
- ผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป): มีความเสี่ยงสูงมากที่อาการปวดข้อจะเรื้อรังยาวนานเป็นปี หรืออาจรุนแรงจนส่งผลต่อการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน
- เด็กทารกแรกเกิด: หากมารดาติดเชื้อในช่วงใกล้คลอด ทารกอาจได้รับเชื้อและมีอาการรุนแรงได้
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง: เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือผู้ที่มีประวัติเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มาก่อน อาจทำให้โรคกำเริบหรือจัดการกับอาการปวดได้ยากขึ้น
ชิคุนกุนยา รักษายังไง? พร้อมวิธีดูแลตัวเองให้ปลอดภัย

หากคุณมีอาการต้องสงสัย คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ ชิคุนกุนยารักษา ยังไง? ความจริงทางการแพทย์ในปัจจุบันคือ ยังไม่มียาต้านไวรัสชิคุนกุนยาโดยเฉพาะ และยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
ดังนั้น แนวทางการรักษาจึงเป็นการ “รักษาแบบประคับประคองตามอาการ (Symptomatic Treatment) เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมากำจัดไวรัสเอง โดยมีวิธีดูแลตัวเองดังนี้
- การใช้ยาบรรเทาอาการ: แพทย์จะประเมินอาการ และจ่ายยาในกลุ่มบรรเทาอาการปวดและลดไข้ ซึ่งยาที่ปลอดภัยที่สุดคือ พาราเซตามอล (Paracetamol) หากอาการปวดข้อรุนแรงมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ยาแก้ปวดระดับที่สูงขึ้น แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
- การพักผ่อนอย่างเต็มที่: ผู้ป่วยควรงดการออกแรงหนัก นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ: เนื่องจากไข้สูงจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ การดื่มน้ำเปล่า น้ำเกลือแร่ หรือน้ำผลไม้ จะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้ไข้ลดลงเร็วขึ้น
- เช็ดตัวลดไข้: ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น เช็ดย้อนรูขุมขนตามข้อพับต่าง ๆ เพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกาย
3 ข้อควรระวังขั้นวิกฤต! ไข้ชิคุนกุนยา ห้ามกินอะไร?
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดที่ผู้ป่วยและคนดูแลต้องจำให้ขึ้นใจ! เมื่อมีไข้สูงเฉียบพลัน หลายคนมักจะไปร้านขายยาเพื่อซื้อยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์แรงมากินเอง แต่สำหรับคำถามที่ว่า ไข้ชิคุนกุนยา ห้ามกินอะไร สิ่งที่ต้อง ห้ามทำเด็ดขาดเลย คือ
- ห้ามกินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และแอสไพรินเด็ดขาด: เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), ไดโคลฟีแนค (Diclofenac) หรือยาแอสไพริน เพราะหากแยกไม่ออกว่าเป็นชิคุนกุนยาหรือไข้เลือดออก ยาเหล่านี้จะไปรบกวนเกล็ดเลือด ทำให้เกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร เลือดออกไม่หยุด ช็อกและเสียชีวิตได้
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด: แอลกอฮอล์จะยิ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำและเพิ่มภาระให้กับตับในการขับสารพิษ
- งดอาหารรสจัดและของทอด: ในช่วงที่มีไข้ ระบบย่อยอาหารจะทำงานได้ไม่ดี ควรเน้นอาหารอ่อน ๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุป ที่ย่อยง่ายและให้พลังงาน
เน้นย้ำอีกครั้ง: หากมีไข้สูง ปวดข้อ ให้รับประทานได้แค่ “ยาพาราเซตามอล” ตามน้ำหนักตัว และรีบไปพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง ห้ามซื้อยากินเองโดยเด็ดขาด
3 วิธีรับมือและแนวทางป้องกันโรคชิคุนกุนยา

เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน การดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคือการตัดวงจรโรคตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการป้องกันไม่ให้ยุงกัดและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ โดยสามารถนำมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ของกระทรวงสาธารณสุขมาปรับใช้ได้ ดังนี้
- เก็บบ้านให้สะอาด: โดยจัดเก็บบ้านให้โปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก แสงแดดส่องถึง เพื่อไม่ให้มีมุมอับทึบซึ่งเป็นที่เกาะพักของยุงลาย
- เก็บขยะและเศษภาชนะ: บริเวณรอบ ๆ บ้านไม่ควรมีขยะ หรือเศษภาชนะที่สามารถขังน้ำฝนได้ เช่น ยางรถยนต์เก่า กล่องโฟม แก้วน้ำพลาสติก เพื่อทำลายแหล่งวางไข่ของยุง
- เก็บน้ำให้มิดชิด: ปิดฝาภาชนะใส่น้ำอุปโภคบริโภคให้สนิท ส่วนแจกันหรือจานรองกระถางควรเปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน หรือใส่ทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย
แนวทางวิธีป้องกันตัวเองไม่ให้โดนยุงกัด
- ทายากันยุง หรือสเปรย์กันยุง (ที่มีส่วนผสมของ DEET หรือสารสกัดธรรมชาติอย่างตะไคร้หอม) เมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ที่มียุงชุกชุม
- สวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว สีอ่อน (ยุงลายมักชอบสีเข้ม)
- นอนในมุ้ง หรือ ติดมุ้งลวดที่ประตูหน้าต่างบ้าน
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณมุมอับ หรือป่ารกชื้น โดยเฉพาะในช่วงกลางวันซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยุงลายออกหากิน
การใช้สิทธิบัตรทอง สำหรับผู้ที่มีอาการไข้ ไอเจ็บคอ และผื่นต่าง ๆ
สำหรับผู้ที่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับ โรคชิคุนกุนยา หลังจากมีประวัติเดินป่า เช่น ไข้สูง ปวดข้อต่อ หรือ ตาแดง และต้องการคำแนะนำเบื้องต้นว่าควรพบแพทย์หรือไม่ สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านโครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ ซึ่งมีเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษาและจ่ายยาที่จำเป็นให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณอันตราย เช่น ปวดศีรษะ และข้อต่อนานหลายสัปดาห์ ที่อาจสัมพันธ์กับชิคุนกุนยาควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เนื่องจากร้านยาไม่สามารถให้การรักษาภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ได้
ส่วนผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่]
ทั้งนี้ หากต้องการปรึกษาอาการเจ็บป่วย เพื่อให้เภสัชกรประเมินสุขภาพก่อนการรับยา ก็สามารถใช้บริการ Telepharmacy ได้เลย ผ่านฟีเจอร์ ALL PharmaSee ปรึกษาเภสัชจัดส่งยา บนแอปพลิเคชัน 7-Eleven
ใช้บริการ Telepharmacy คลิกเลย!
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับโรค ชิคุนกุนยา
Q: เป็นชิคุนกุนยาแล้ว สามารถติดเชื้อซ้ำได้อีกหรือไม่?
A: ข่าวดีคือ โดยส่วนใหญ่แล้ว หากคุณเคยป่วยเป็นโรคชิคุนกุนยาแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสชนิดนี้ขึ้นมา ซึ่งมักจะสามารถป้องกันการติดเชื้อซ้ำได้ตลอดชีวิต (Lifelong immunity) โอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำมีน้อยมากๆ
Q: อาการปวดข้อจากชิคุนกุนยา จะหายในกี่วัน?
A: สำหรับผู้ป่วยที่อายุน้อยและมีสุขภาพแข็งแรง อาการปวดข้อมักจะทุเลาลงและหายไปภายใน 1-3 สัปดาห์
แต่ในผู้ป่วยสูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคข้ออยู่เดิม อาการปวดอาจรุนแรงและกลายเป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง ซึ่งอาจกินระยะเวลานานหลายเดือน หรือบางรายอาจนานเป็นปี ๆ จำเป็นต้องทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย
Q: โรคนี้สามารถติดต่อจากคนสู่คนโดยตรงได้หรือไม่?
A: ไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัส ไอ จาม หรือการใช้ของร่วมกันได้ โรคนี้ติดต่อผ่านช่องทางเดียวคือ “ถูกยุงลายที่มีเชื้อมากัด” เท่านั้น ดังนั้นการกางมุ้งให้ผู้ป่วยจึงสำคัญมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงมากัดผู้ป่วยแล้วนำเชื้อไปแพร่ให้คนอื่นในบ้าน
สรุป
ชิคุนกุนยา อาจไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วเหมือนไข้เลือดออก แต่ความทรมานจากอาการไข้สูงฉับพลันและอาการปวดข้ออย่างแสนสาหัส ก็สามารถทำลายคุณภาพชีวิตของคุณไปได้นานหลายเดือน
ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือ “สติและความรู้ที่ถูกต้อง” เมื่อสังเกตเห็นสัญญาณเตือน ให้เริ่มต้นด้วยการเช็ดตัวและรับประทานยาพาราเซตามอล งดเว้นการใช้ยาแอสไพรินและยากลุ่ม NSAIDs โดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดเมื่อมีไข้สูงในช่วงหน้าฝน หรือมีอาการคล้ายจะเป็นโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดและรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง การป้องกันตนเองและครอบครัวด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายรอบบ้านอย่างสม่ำเสมอ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคร้ายนี้ได้
ที่มา
ไข้ปวดข้อยุงลาย หรือชิคุนกุนยา (Chikungunya) จาก กรมควบคุมโรค
โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (CHIKUNGUNYA VIRUS DISEASE) จาก สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย
อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่
หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน ALL PharmaSee บน 7App พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง

