อาการหูดับ อย่าปล่อยไว้จนสายเกินแก้ รีบสังเกตตัวเองด่วน!

อาการหูดับ อย่าปล่อยไว้จนสายเกินแก้ รีบสังเกตตัวเองด่วน!

จู่ ๆ เสียงรอบตัวก็เบาลง หรือบางครั้งหายไปข้างหนึ่งแบบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่อาการหูอื้อชั่วคราว เดี๋ยวก็หายไปเอง แต่รู้หรือไม่ว่าความเข้าใจผิดแบบนี้ อาจทำให้คุณพลาดช่วงเวลาทองในการรักษา จนต้องสูญเสียการได้ยินไปอย่างไม่มีวันกลับคืน จากอาการหูดับที่กำลังเกิดขึ้น 

ซึ่งในบทความนี้ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส จะพาทุกคนไปเจาะลึกสัญญาณเตือนของอาการหูดับ วิธีการสังเกตตนเอง และขั้นตอนการรับมืออย่างทันท่วงที เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียการได้ยินอย่างถาวร มาฝากกัน 

 

อาการหูดับ คืออะไร เกิดขึ้นได้กี่รูปแบบ? 

 

ผู้ชายสูงวัยที่กำลังเอามือป้องหูหลังจากเกิดอาการแปลก ๆ ขึ้นกับระบบการได้ยินของตัวเอง

 

อาการหูดับ หรือภาวะสูญเสียการได้ยินเฉียบพลัน สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การติดเชื้อไวรัส การอยู่ในที่เสียงดังเป็นเวลานาน ไปจนถึงสาเหตุที่อันตรายถึงชีวิตอย่างโรคไข้หูดับจากการกินหมูดิบที่มีเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตค็อกคัส ซูอิส 

ซึ่งอาการหูดับในทางการแพทย์สามารถแบ่งออกได้เป็น กลุ่มหลักใหญ่ ๆ ที่มีสาเหตุแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่จะมีจุดร่วมที่เหมือนกัน คือความเร่งด่วนในการรักษา โดยรายละเอียดมีดังนี้ 

 

กลุ่มที่ หูดับเฉียบพลันจากประสาทรับเสียงบกพร่อง (Sudden Sensorineural Hearing Loss) 

ภาวะนี้คือการสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทรับฟังเสียงบกพร่อง ที่เกิดขึ้นทันทีทันใด พบได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย โดยมักพบในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุน้อยและวัยกลางคน  

ปัจจุบันแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส การอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหูชั้นใน การบวมน้ำของหูชั้นใน รวมถึงการมีรูรั่วของท่อหูชั้นใน 

กลุ่มที่ ไข้หูดับจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (Streptococcus suis) 

อีกหนึ่งสาเหตุที่อันตรายถึงชีวิตและพบได้บ่อยในประเทศไทย คือโรคไข้หูดับที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis ซึ่งเป็นเชื้อประจำถิ่นที่พบได้บ่อยในทางเดินหายใจของสุกร   

โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายคนได้ ผ่านการบริโภคหมูดิบหรือหมูที่ปรุงไม่สุก เช่น ลาบหมูดิบ ก้อยสด แหนมดิบ ไส้อั่วดิบ หรือเลือดหมูดิบ รวมถึงการสัมผัสเชื้อโดยตรงผ่านบาดแผลในผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับหมู 

ความน่ากลัวของไข้หูดับ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นในมุมที่เชื้อเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง จนเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และลุกลามมายังหูชั้นใน มีโอกาสทำให้เกิดภาวะหูหนวกถาวรทั้งสองข้าง รวมถึงเสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่อันตรายถึงชีวิตได้ 

 

สัญญาณเตือนภัยของอาการหูดับที่ควรสังเกต

 

ผู้หญิงเอเชียที่กำลังใช้นิ้วกดเข้าไปในหู ด้วยสีหน้าที่กำลังบ่งบอกถึงอาการเจ็บปวด

 

การรู้เท่าทันและสังเกตความผิดปกติของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับอาการหูดับทั้ง รูปแบบได้ทันท่วงที โดยอาการจะแตกต่างกันบางส่วน ดังนี้ 

1. สัญญาณเตือนของหูดับเฉียบพลัน (Sudden Sensorineural Hearing Loss)

  1. สูญเสียการได้ยินอย่างเฉียบพลัน: มักเป็นในหูข้างเดียว หรือเกิดหูดับข้างเดียว 
  2. มีอาการเสียงดังรบกวนในหูข้างนั้น: เป็นเสียงอื้อ ๆ ก้อง ๆ ที่เกิดขึ้นเองโดยไม่มีเสียงจากภายนอก 
  3. รู้สึกเหมือนมีอะไรแน่น ๆ ติดขัดในหู: ความสามารถในการได้ยินลดลง ต้องคอยฟังซ้ำหรือเปิดทีวีเสียงดังขึ้น 
  4. อาจมีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วย 

ข้อสังเกตสำคัญ

ภาวะนี้จะยังไม่มีอาการปวดร่วมด้วย และเกิดอาการหูอื้อหลายวัน จนไม่สามารถหายได้ภายใน วันแบบหูอื้อทั่วไป รวมถึงยังมีอาการคงอยู่ไปเรื่อย ๆ 

2. สัญญาณเตือนของไข้หูดับจากเชื้อStreptococcus suis 

ไข้หูดับอาการเริ่มต้นมักปรากฏภายใน 3-5 วันหลังได้รับเชื้อ (แต่ยังมีกรณีที่สั้นสุด 18 ชั่วโมง หรือนานสุด 14 วัน) และมีความรุนแรงกว่าหูดับเฉียบพลันชนิดแรกมาก เนื่องจากเป็นการติดเชื้อในกระแสเลือด 

  • ไข้สูงเฉียบพลัน: หนาวสั่นอย่างรุนแรง 
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง: อาจร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน และคอแข็ง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ 
  • หูอื้อ หรือการได้ยินลดลงอย่างฉับพลัน: ซึ่งเป็นอาการจำเพาะที่ทำให้โรคนี้ได้ชื่อว่าไข้หูดับ 
  • อาการทางระบบประสาท: เช่น สับสน ซึมลง ชัก หรือหมดสติ 
  • เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis): ในรายที่มีอาการรุนแรง จนทำให้ความดันโลหิตตก ตัวเย็น และอวัยวะภายในล้มเหลว 

ข้อสังเกตสำคัญ

หากเป็นไข้แล้วหูอื้อหรือมีปัญหาการได้ยินที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากมีประวัติกินหมูดิบหรือสัมผัสหมูในช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการ 

 

ทำไมการรักษาอาการหูดับ ต้องจัดการโดเร็ว 

อาการหูดับเฉียบพลันและไข้หูดับ มีจุดร่วมสำคัญที่เหมือนกันคือ ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งมีโอกาสฟื้นตัวสูง 

 

คุณหมอกำลังอธิบายการทำงานของระบบการได้ยินผ่านแบบจำลอง

 

1. การรักษาสำหรับหูดับเฉียบพลันจากประสาทรับเสียงบกพร่อง 

ผู้ป่วยบางรายสามารถได้รับการได้ยินกลับคืนมาเหมือนปกติ หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ในระยะแรกที่เริ่มมีอาการ โดยแพทย์จะให้ยารับประทาน เช่น ยาลดการอักเสบ ยาขยายหลอดเลือด วิตามิน หรือยาบรรเทาอาการเวียนศีรษะ ร่วมกับการให้ผู้ป่วยพักผ่อนอย่างเพียงพอ 

2. การรักษาไข้หูดับจากเชื้อแบคทีเรีย 

ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลทันที โดยแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ เช่น เพนิซิลลิน หรือเซฟตาโซดิม เพื่อยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อ การได้รับยาที่ถูกต้องและรวดเร็วจะช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนถาวรได้อย่างมีนัยสำคัญ 

ในทางตรงข้าม หากไม่ได้รับการรักษาโดยเร็ว แล้วปล่อยให้อาการล่วงเลยไปนาน ๆ ทั้งสองภาวะนี้อาจนำไปสู่การสูญเสียการได้ยินอย่างถาวร ซึ่งในกรณีของไข้หูดับ อาจถึงขั้นหูหนวกทั้งสองข้างและไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้เลย 

 

เปรียบเทียบ หูดับเฉียบพลัน vs ไข้หูดับจากหมูดิบ 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทั้งสองภาวะนี้แตกต่างกันอย่างไร และควรสังเกตตัวเองอย่างไรให้ถูกจุด ข้อมูลจากตารางด้านล่างนี้จะช่วยให้แยกแยะได้ง่ายขึ้น 

หัวข้อเปรียบเทียบ หูดับเฉียบพลัน ไข้หูดับจากเชื้อ
สาเหตุ ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดในผู้ป่วยส่วนใหญ่
คาดว่าเกี่ยวกับไวรัสหรือหลอดเลือด
ติดเชื้อแบคทีเรียจากการกินหมูดิบ
หรือสัมผัสหมูที่ติดเชื้อ
อาการร่วม ไม่มีไข้ ไม่มีอาการปวด
มักมีเสียงอื้อในหูและเวียนศีรษะ
มีไข้สูง หนาวสั่น
ปวดศีรษะรุนแรง อาจมีคอแข็ง
ความเร่งด่วน ควรพบแพทย์เร็วที่สุด
เพื่อเพิ่มโอกาสฟื้นฟูการได้ยิน
ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์
ต้องเข้าโรงพยาบาลทันที
ความเสี่ยงรุนแรง สูญเสียการได้ยินถาวรในหูข้างที่เป็น หูหนวกถาวรทั้งสองข้าง
หรือเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือด
การป้องกัน ยังไม่มีวิธีป้องกันที่แน่ชัด
เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุ
ป้องกันได้ง่ายด้วยการงดกินหมูดิบ
และปรุงหมูให้สุกทั่วถึง

 

ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่ออาการหูดับ? 

นอกจากการสังเกตอาการแล้ว การรู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการป้องกันตัวเองล่วงหน้า 

1. กลุ่มเสี่ยงต่อหูดับเฉียบพลัน 

  • ผู้ที่มีอายุน้อยถึงวัยกลางคน  
  • คนที่ต้องทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีเครื่องจักรเสียงดัง  
  • คนที่ฟังเพลงด้วยหูฟังในระดับเสียงสูงเป็นประจำ  

ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าว มีโอกาสที่สภาพแวดล้อมหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้อง จะทำให้เซลล์ประสาทรับเสียงในหูชั้นในเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ 

2. กลุ่มเสี่ยงต่อไข้หูดับจากเชื้อStreptococcus suis 

  1. ผู้ที่ชอบกินหมูดิบหรืออาหารแปรรูปจากหมูที่ไม่สุก: เช่น ลาบดิบ ก้อยสด หรือแหนมดิบ 
  2. ผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับหมู: เช่น เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู คนงานโรงฆ่าสัตว์ หรือพ่อค้าแม่ค้าเนื้อหมูสด 
  3. ผู้ที่มีบาดแผลเปิดแล้วสัมผัสกับหมูดิบ: โดยไม่ได้มีการป้องกันหรือทำความสะอาดอย่างถูกวิธี 
  4. ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคตับแข็ง โรคไต หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ซึ่งกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะมีอาการรุนแรงหากติดเชื้อ 

 

4 วิธีป้องกันอาการหูดับเบื้องต้น จากหมูดิบ

 

เนื้อหมูดิบที่หากไม่ทานแบบปรุงสุกอาจเป็นต้นเหตุของโรคไข้หูดับได้

 

แม้หูดับเฉียบพลันจากประสาทรับเสียงบกพร่อง จะยังไม่มีวิธีป้องกันที่แน่ชัด แต่สำหรับการป้องกันโรคไข้หูดับจากหมูดิบนั้น สามารถป้องกันได้ง่ายมากด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย 

  1. งดหมูดิบทุกชนิดอย่างเด็ดขาด: หลีกเลี่ยงลาบดิบ ก้อยสด เลือดดิบ แหนมดิบ หรืออาหารใดๆ ที่ใช้หมูดิบหรือปรุงไม่สุก 
  2. ปรุงหมูให้สุกทั่วถึงทุกครั้ง: สังเกตว่าเนื้อหมูเปลี่ยนเป็นสีขาว ไม่มีสีแดงอมชมพูเหลืออยู่ และไม่มีเลือดซึมออกมา 
  3. เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่เชื่อถือได้: ที่มีใบรับรองมาตรฐานและมีตู้แช่เย็นเก็บรักษาอย่างถูกสุขลักษณะ 
  4. สวมถุงมือขณะชำแหละหรือสัมผัสหมูดิบ: โดยเฉพาะหากมีบาดแผลหรือรอยถลอกบนผิวหนัง 

 

การใช้สิทธิบัตรทองสำหรับผู้มีอาการหูอื้อ หูดับ 

สำหรับผู้ที่มีอาการหูอื้อ หรือสงสัยว่าตนเองอาจกำลังเผชิญกับอาการหูดับในระยะเริ่มต้น และต้องการปรึกษาเภสัชกร เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นว่าควรรีบไปพบแพทย์หรือไม่ สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านโครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ ซึ่งมีเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษาและจ่ายยาที่จำเป็นให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณอันตรายอย่างไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีประวัติกินหมูดิบมาก่อน ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เนื่องจากร้านยาไม่สามารถให้การรักษาภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ได้ 

ส่วนผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการที่ร้านยา สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่] โดยร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง พร้อมให้บริการ Delivery จัดส่งยาและสินค้าสุขภาพถึงบ้าน ผ่าน ALL PharmaSee บนแอปพลิเคชัน 7-Eleven

 

ใช้บริการ Delivery คลิกเลย!

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ อาการหูดับ 

Q: หูดับเฉียบพลัน กับ หูอื้อธรรมดา ต่างกันอย่างไร?  

A: หูอื้อธรรมดามักหายได้เองภายใน วันและไม่รุนแรง แต่หูดับเฉียบพลันจะไม่มีอาการปวดร่วมด้วย ไม่หายเองภายใน วัน และอาการจะคงอยู่หรือแย่ลงหากไม่ได้รับการรักษา  

Q: กินหมูสุกแล้วแต่ยังเสี่ยงไข้หูดับได้ไหม?  

A: หากปรุงหมูสุกทั่วถึงจริง ความเสี่ยงจะลดลงมาก แต่ยังต้องระวังเรื่องการสัมผัสเชื้อผ่านบาดแผลขณะชำแหละหรือสัมผัสหมูดิบก่อนปรุง รวมถึงการใช้เขียงหรือมีดร่วมกันระหว่างอาหารดิบและสุก 

Q: หูดับเฉียบพลันรักษาให้หายขาดได้ไหม?  

A: ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการรักษา ผู้ป่วยบางรายที่ได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรกมีโอกาสได้การได้ยินกลับคืนมาเหมือนปกติ แต่หากปล่อยไว้นานเกินไป การได้ยินอาจไม่กลับมาเป็นปกติ หรือสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรในหูข้างที่เป็น 

Q: อาการหูดับจากไข้หูดับ ต้องรอดูอาการกี่วันก่อนไปหาหมอ?  

A: ไม่ควรรอเลย เพราะไข้หูดับเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาการสามารถลุกลามรุนแรงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน  

หากมีไข้สูงร่วมกับอาการหูอื้อหรือการได้ยินลดลง โดยเฉพาะถ้ามีประวัติกินหมูดิบในช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ควรไปโรงพยาบาลทันที 

Q: เด็กและผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่ออาการหูดับมากกว่าคนทั่วไปหรือไม่?  

A: สำหรับไข้หูดับ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือโรคตับแข็ง มีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะมีอาการรุนแรงหากติดเชื้อ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่วนหูดับเฉียบพลันสามารถเกิดได้กับทุกวัย แต่มักพบในกลุ่มอายุน้อยถึงวัยกลางคนมากกว่า 

 

สรุป อาการหูดับ สังเกตตัวเองให้ไวและรีบตรวจเพื่อรับการรักษา 

อาการหูดับไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่านหรือรอดูอาการ ไม่ว่าจะเป็น หูดับเฉียบพลันจากประสาทรับเสียงบกพร่องที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด หรือไข้หูดับจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis ที่มาจากการกินหมูดิบ   

ทั้งสองภาวะนี้ถ้าเรายิ่งรักษาเร็ว ยิ่งมีโอกาสรักษาการได้ยินไว้ได้มากกว่า การหมั่นสังเกตสัญญาณเตือน เช่น การได้ยินที่ลดลงอย่างเฉียบพลัน เสียงอื้อในหู หรือไข้สูงร่วมกับปัญหาการได้ยิน ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก ที่จะช่วยให้คุณรับมือกับอาการหูดับได้ทันท่วงที ก่อนที่สายเกินแก้ 

 

ที่มา 

หูดับ หรือหูตึงเฉียบพลัน จาก  โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ 

กินหมูดิบ เสี่ยง ! โรคหูดับ จริงหรือ ? จาก  คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี  

กินหมูสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงโรคไข้หูดับ จาก โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ 

“หูดับ ประสาทหูเสื่อม เสียงรบกวนในหู” สารพัดปัญหาโรคหูที่ต้องฟัง จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน ALL PharmaSee บน 7App พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก