Home > Healthcare center > สุขภาพแต่ละช่วงวัย > โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya)

โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya)

by ภญ. ชนิดา จินดาสุข  reference -



โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya)

โรคชิคุนกุนยา หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา ที่ระบาดในหลายทวีปทั่วโลกทั้งทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และแอฟริกา พาหะนำโรคคือยุงลาย คำว่าชิคุนกุนยาเป็นคำจากภาษา Kimakonde ที่ใช้อย่างแพร่หลายทางตอนใต้ของประเทศแทนซาเนีย ทวีปแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นแหล่งที่พบการติดเชื้อชิคุนกุนยาเป็นที่แรก ในปี ค.ศ. 1952 โดยมีคำแปลว่าทำให้บิดเบี้ยวไป ซึ่งเป็นคำอธิบายอาการของผู้ป่วยที่ติดเชื้อว่ามักจะมีอาการปวด บวม และอักเสบของข้อ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ จะมีอาการคล้ายกับการติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกและไวรัสซิก้า ซึ่งมีพาหะนำโรคเป็นยุงลายเช่นกัน

ความแตกต่างระหว่างโรคชิกุนคุนยา และโรคไข้เลือดออก คือผู้ป่วยที่ติดเชื้อชิคุนกุนยา จะมีไข้สูงเฉียบพลันแต่ระยะเวลาสั้นประมาณ 2 วัน ในขณะที่ไข้เลือดออกใช้เวลานานประมาณ 4 วันจนกว่าไข้จะลด ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาจะมีผื่นแดงเป็นปื้น ตาแดง และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมากกว่าโรคไข้เลือดออก เพียงแต่ไวรัสชิคุนกุนยา ไม่ทำให้พลาสมารั่วออกนอกเส้นเลือดเหมือนไข้เลือดออก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงไม่เกิดอาการช๊อค

อาการของโรคชิคุนกุนยา จะแสดงหลังจากถูกกัดโดยยุงลายที่เป็นพาหะนำโรค ภายใน 3-7 วัน โดยมีอาการแสดง ได้แก่

  • ไข้สูงฉับพลัน โดยอุณหูมิสูงกว่า 39 องศาเซลเซียส อาการไข้จะลดลงภายใน 2-3 วัน
  • ปวดข้อ ข้ออักเสบ โดยอาาการจะดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ แต่ในผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการยาวนานเป็นเดือน เหรือเป็นปี ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบ หรือรูมาตอยด์ อาจมีอาการกำเริบหลังจากติดเชื้อชิคุนกุนยาได้
  • อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ผื่นแดงเป็นปื้นตามลำตัว ตาแดง

โรคชิคุนกุนยา สามารถหายได้เอง มักไม่ค่อยก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ยกเว้นในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาบางกลุ่มที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่ ทารกแรกเกิด ผู้สูงวัยอายุมากกว่า 65 ปี และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดเช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ

ในปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อชิคุนกุนยา และไม่มีการรักษาที่เฉพาะเจาะจงกับโรค แนวทางการปฏิบัติตัว สำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อชิคุนกุนยา ได้แก่

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำปริมาณมาก รวมถึงจิบเกลือแร่ เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ
  • รับประทานยาพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการไข้ ปวดข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ โดยห้ามรับประทานยาพาราเซตามอลเกินวันละ 4 กรัม และห้ามใช้ยาติดต่อกันเกิน 5 วันเพื่อป้องกันการเป็นพิษต่อตับ
  • หลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกของการติดเชื้อชิคุนกุนยา เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปสู่คนอื่น

 

การป้องกันการติดเชื้อชิคุนกุนยา

  • สวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด เช่นเสื้อแขนยาว ขายาว รวมถึงทายากันยุงที่มีส่วนผสมของสารกันยุง จำพวก DEET, IR3535, Icaridin เมื่อออกไปในแหล่งที่ยุงชุม
  • ติดมุ้งลวด หรือนอนในมุ้ง เพื่อป้องกันยุง
  • พ่นยากันยุง เพื่อกำจัดยุงเป็นประจำ
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยการเก็บบ้านให้สะอาด ป้องกันไม่ให้มีมุมอับทึบ, ระวังไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง
TAG เรื่องสุขภาพ

รับสุขภาพดี ๆ จากเรา

Last post

Admin

นอนกรนแบบไหนเข้าข่ายเสี่ยงอันตราย ต้องรีบมาหาหมอ

สำหรับใครที่รู้ตัวว่าตัวเองนอนกรน รวมถึงมีคนรอบข้างที่นอนกรนอยู่เป็นประจำ ลองตรวจเช็กสัญญาณเหล่านี้ไปพร้อมกัน ว่ากำลังเข้าข่ายอันตราย มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยหรือไม่

read more

Admin

เลือกผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมยังไงให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

ใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมไปฝากคุณพ่อคุณแม่ วันนี้เรามีวิธีเลือกซื้อมาฝากกันค่ะ แต่ก่อนอื่นต้องทำความใจก่อนว่าร่างกายของผู้สูงวัยตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ต้องการแคลเซียมวันละ 1,000 - 1,500 มิลลิกรัม เทียบเท่าได้กับการดื่มนมสดวันละ 5 แก้ว (1 แก้ว 250 ซีซี มีแคลเซียม 200 มิลลิกรัม)

read more

ภญ. ชนิดา จินดาสุข

ประโยชน์ของน้ำเกลือ ที่คุณอาจยังไม่รู้

ทำความสะอาดดวงตา

read more

ภญ.สิริญา อภิวงศ์

ดีท็อกซ์เพื่ออะไรกันแน่??

ดีท็อกซ์ ที่เรารู้จักกันย่อมาจากคำว่า Detoxification ซึ่งเป็นกระบวนการเอาสารพิษออกจากร่างกาย

read more

ภญ. รุ่งนภา ดวงเอ้ย

4 วิธีการล้างหน้าให้ หน้าใส ไกลสิว

หน้าใส ไกลสิว

read more

ภญ. ชนิดา จินดาสุข

โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya)

ความแตกต่างระหว่างโรคชิกุนคุนยา และโรคไข้เลือดออก

read more