ค้นหาสาขาใกล้บ้านคุณ
หน้าหลัก > รวมบทความ > บทความจากของเรา > รับมืออย่างไร เมื่อผู้ใหญ่วัยเกษียณเปลี่ยนไป

รับมืออย่างไร เมื่อผู้ใหญ่วัยเกษียณเปลี่ยนไป

โดย eXta ที่มา health.com - 2 สัปดาห์ที่แล้ว

คุณพ่อคุณแม่ของใครที่อยู่ในวัยเกษียณหรือมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปของพวกท่านให้ดี มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นมีอะไรบ้าง แล้วเราจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร

 

1. ความทรงจำที่เคยดีกลับกลายเป็นสั้น

อาการหลงลืม ความจำสั้นลง หรือคิดช้าลงเป็นอาการทั่วไปที่เจอได้ในผู้ใหญ่ เพราะระบบการทำงานของสมองเริ่มเสื่อมถอยลง แต่อาการนี้จะน่าเป็นห่วงก็ต่อเมื่อผู้ใหญ่เริ่มมีการเรียนรู้หรือจดจำสิ่งใหม่ๆ ลำบาก เริ่มพูดซ้ำถามซ้ำ ทำสิ่งที่ซับซ้อนได้ยาก เริ่มหลงลืมทิศทางในที่ที่คุ้นเคย เริ่มไม่อยากเข้าสังคมหรือพูดคุยน้อยลง อารมณ์หรือนิสัยเปลี่ยนแปลงไป เพราะนั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าท่านอาจจะมีอาการสมองเสื่อม

วิธีการรับมือ

เมื่อสังเกตเห็นว่าผู้ใหญ่ในบ้านเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านความคิด ความจำ จนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

แม้ว่าภาวะความจำเสื่อมจะไม่ใช่โรคที่รักษาให้หายขาดได้ แต่ก็มีวิธีที่ช่วยชะลออาการของโรคได้ เช่น การทำกิจกรรมกระตุ้นสมอง ไม่ว่าจะเป็นงานบ้าน กิจกรรมทางสังคมกับครอบครัวและเพื่อนๆ อ่านหนังสือ เล่นเกม ออกกำลังกาย เป็นต้น

 

2. เดินเหินเริ่มไม่ค่อยสะดวก

อายุเยอะขึ้น จะเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกายก็จะลำบากขึ้น สาเหตุหลักๆ ของปัญหานี้มักมาจาก ‘ภาวะกระดูกพรุน’ หรืออาการของเนื้อกระดูกที่บางลง ทำให้กระดูกเปราะและหักได้ง่าย เป็นภาวะที่พบมากในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนและผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 70 ปี นับเป็นภัยเงียบสำหรับผู้สูงวัย เนื่องจากไม่มีอาการที่ชัดเจน ทำให้ผู้ใหญ่เองก็ไม่รู้ตัวว่าเป็น มารู้ตัวอีกทีก็ตอนล้มกระดูกหักแล้ว

วิธีการรับมือ

พาคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ใหญ่ในบ้านโดยเฉพาะหญิงอายุมากกว่า 55 ปีและชายอายุมากกว่า 70 ปี ไปตรวจความหนาแน่นมวลกระดูก (bone mineral density หรือ BMD) เพื่อให้ได้ทราบความหนาบางของมวลกระดูก รวมถึงควรตรวจระดับวิตามินดีในเลือดร่วมด้วย เนื่องจากวิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียมที่รับประทาน หากพบว่ามีระดับที่ต่ำก็ควรจะรับประทานวิตามินดีเสริม สิ่งสำคัญก็คือในแต่ละวันควรจัดเตรียมอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมให้ผู้ใหญ่ทานอย่างน้อยวันละ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

หากได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะกระดูกพรุน ควรรับการรักษาเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกแตกหรือหักต่อไป

 

3. ทุกอย่างในร่างกายหย่อนคล้อย ยกเว้นหู !

อาการหูอื้อหรือหูตึงเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มาพร้อมกับผู้สูงวัย เนื่องจากประสาทในส่วนของการได้ยินเสื่อมลง ทำให้ไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอาการเริ่มแรกคือไม่ค่อยได้ยินเสียงแหลมๆ หรือเสียงที่มีความถี่สูง เช่นเสียงผู้หญิง เสียงดนตรีคีย์สูงๆ หรือเมื่ออยู่ในสถานที่ซึ่งมีเสียงรบกวนก็มักจะฟังไม่เข้าใจ

 

วิธีการรับมือ

ลูกหลานต้องใจเย็นๆ พูดคุยปฏิบัติกับผู้สูงวัยด้วยความเข้าใจ พูดช้าๆ โดยใช้น้ำเสียงทุ้มที่ดังกว่าปกติ ใช้การสบตาช่วยในการสื่อสารด้วย เลือกยืนหรือนั่งพูดคุยในตำแหน่งที่ผู้สูงอายุสามารถเห็นปากเราได้อย่างชัดเจน และพยายามเลือกสถานที่พูดคุยที่ไม่มีเสียงรบกวน

ในกรณีที่มีปัญหาการได้ยินมากจนไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ ให้รีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพการได้ยินต่อไป

 

4. กลางคืนไม่นอน ตอนเช้ายังตื่นเร็ว

ผู้สูงวัยมักจะมีปัญหาเรื่องการนอนที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการนอนไม่หลับ นอนได้ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่น หลับยากขึ้น ตื่นบ่อย หลับไม่ลึก และตื่นมาไม่สดชื่น อาการเหล่านี้มักมีสาเหตุหลักมาจากสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงตามวัย รวมถึงอาจมีสาเหตุอื่นๆร่วมด้วย เช่น ภาวะซึมเศร้า ความเครียด ความวิตกกังวล อาการปวดต่างๆ หรือผลข้างเคียงจากยาเป็นต้น

สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือเมื่อผู้สูงวัยไม่ได้รับการนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว อาจจะทำให้เสี่ยงต่ออันตราย เช่น การหกล้มและนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่ตามมาได้

 

วิธีการรับมือ

ลูกหลานควรจัดห้องนอนผู้ใหญ่ให้มีบรรยากาศที่ช่วยให้หลับสบาย เช่น เงียบสงบ ใช้ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มที่มีสีไม่ฉูดฉาด พยายามให้ผู้สูงอายุเข้านอนในช่วงเวลา 3-4 ทุ่ม และตื่นตี 4-5 โดยระหว่างวันลองหากิจกรรมเบาๆ ให้ผู้ใหญ่ทำ เพื่อเลี่ยงการนอนกลางวัน แต่หากง่วงจริงๆ อาจงีบได้บ้าง แต่ไม่ควรงีบหลังบ่าย 3 โมงเพราะจะทำให้กลางคืนหลับยาก และควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุของการทานยาที่อาจทำให้นอนไม่หลับ และหาวิธีรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

 

 5. อาหารจานโปรดก็ไม่โปรดอีกต่อไป

‘ภาวะเบื่ออาหาร’ เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของผู้สูงวัย ภาวะนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปัญหาสุขภาพฟัน ภาวะกลืนลำบาก ผลข้างเคียงของยาทำให้ไม่อยากอาการ ประสาทการรับรสที่เสื่อมถอยลง ภาวะซึมเศร้าหรือหลงลืมทำให้ไม่ดูแลเรื่องอาหารการกินของตัวเอง เมื่อผู้ใหญ่เริ่มทานอาหารยาก ปัญหาหลักที่ตามมาก็คือร่างกายขาดสารอาหารและไม่ได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา เช่น การติดเชื้อ ภาวะกระดูกพรุน กล้ามเนื้อลีบลง และแขนขาอ่อนแรง

 

วิธีการรับมือ

ในแต่ละวันลองจัดมื้ออาหารให้ผู้ใหญ่ได้ทานพร้อมหน้าพร้อมตากันกับคนในครอบครัว โดยจัดเตรียมอาหารที่คำเล็ก ย่อยง่าย และมีความหลากหลายให้ครบโภชนาการ 5 หมู่ หรืออีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจก็คือ ให้ผู้ใหญ่ได้ลองทานอาหารเสริมทางการแพทย์ประเภทชงหรื่อพร้อมดื่ม ซึ่งปัจจุบันนี้มีอาหารสูตรครบถ้วนแล้ว นับเป็นตัวช่วยที่ทำให้ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารและพลังงานได้เพียงพอกับความต้องการในแต่ละวัน ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำก่อนการรับประทานอาหารเสริมด้วย

TAG วัยเกษียณ

โพสต์ล่าสุด

มื้อว่าง “สุขภาพ” วันทำงาน

มื้อว่าง “สุขภาพ” วันทำงาน

อ่านเพิ่มเติม

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้ยา

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้ยา

อ่านเพิ่มเติม

มาทานมะเขือเทศกัน

เทคนิคการทานมะเขือเทศสำหรับมือใหม่

อ่านเพิ่มเติม

ระวัง “โรงสมาร์ทโฟนเฟซ”

สาเหตุเกิดจากการที่เราก้ม

อ่านเพิ่มเติม

อัพเดทสุขภาพ แถบสีหลอดยาสีฟัน

ความจริงของแถบสีด้านล่างหลอด

อ่านเพิ่มเติม