หน้าหลัก > มุมสุขภาพ > สุขภาพแต่ละช่วงวัย > ความดันโลหิตสูง เราป้องกันได้

ความดันโลหิตสูง เราป้องกันได้

โดย Admin  ที่มา vachiraphuket



ความดันโลหิต (blood pressure) หมายถึง ความดันภายในหลอดเลือดแดง ซึ่งเกิดจากการบีบตัวของหัวใจ เพื่อปั๊มเลือดเพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ความดันภายในหลอดเลือดนี้จะมีอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ขณะที่หัวใจกำลังคลายตัวก็ตาม เพราะการไหลเวียนของเลือดต้องมีอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นความดันในหลอดเลือดจึงมีอยู่ตลอดเวลา

หน้าที่หลักของหัวใจ คือคอยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย เมื่อเลือดไหลเวียนดี ความดันก็จะดีด้วย แต่หากหัวใจบีบตัวไม่ดี ค่าของความดันก็จะไม่ดี ส่งผลต่อสุขภาพและความดันในหลอดเลือดยังขึ้นกับสภาพของหลอดเลือดด้วย หากหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดี จะปรับความดันได้ดีไม่ให้สูงเกินไป แต่หากหลอดเลือดเสียความยืดหยุ่น หรือแข็งตัว ก็จะทำให้ความดันเปลี่ยนแปลงไปด้วย

เทคนิกการวัดความดันโลหิต

1.ใช้เครื่องวัดความดันที่ได้มาตราฐาน และมีการบำรุงรักษาให้พร้อมใช้งานได้เสมอ 

2.การจัดท่าทางการวัด อาจจะป็นท่านอนหรือนั่ง โดยตำแหน่งของเส้นเลือดที่วัดความดันโลหิตควรอยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ การใส่ผ้าพันแขนควรวางเหนือข้อพับของศอกข้างที่ต้องการวัด ไม่รัดผ้าพันแขนแน่นหรือหลวมจนเกินไป

3.ไม่ควรวัดหลังจากที่ทำกิจกรรมมาใหม่ๆ เช่นวิ่ง เดิน เป็นต้น ควรพักให้หายเหนื่อยโดยประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงค่อยทำการวัด

4.ความดันโลหิตที่วัดครั้งแรกมักจะสูงกว่าความเป็นจริง จากการศึกษาวิจัยพบว่าค่าความดันโลหิตที่ได้จากการวัดครั้งที่ 3 มีความแม่นยำถูกต้องมากที่สุด

หน่วยวัดความดันโลหิต

      ค่าความดันโลหิต หน่วยเป็นมิลลิเมตรปรอท และจะบอกค่าเป็น 2 ตัวเลขเสมอ ความดันตัวบน (systolic pressure) จะเป็นความดันโลหิตขณะที่หัวใจบีบตัว และความดันตัวล่าง (diastolic pressure) จะเป็นความดันโลหิตขณะที่หัวใจคลายตัว

 

ค่าความดันปกติ

1.ค่าความดันโลหิตปกติของผู้ใหญ่โดยทั่วไป ถือว่าค่าความดันตัวบนไม่เกิน 140 มิลลิเมตรปรอทและค่าความดันตัวล่าง

ไม่เกิน 90 มิลลิเมตรปรอท

2.ความดันโลหิตที่ “อยู่ในเกณฑ์ปกติ” คือ ต่ำกว่า 130/85 มม.ปรอท ความดันโลหิตสูงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ 130-139/85-89 มม.ปรอท และจะเรียกได้ว่ามีความดันโลหิตสูงเมื่อ ความดันโลหิตตัวบนมากกว่า (หรือเท่ากับ) 140 และตัวล่างมากกว่า (หรือเท่ากับ) 90 มม.ปรอท

3.ความดันโลหิตสูง หากวัดความดันโลหิตแล้วอยู่ในช่วงที่สูงกว่าค่าปกติเพียงครั้งเดียว จะยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่หากมีการวัดความดันโลหิต 3 ครั้ง ในโอกาสที่แตกต่างกันแล้วยังได้ค่าที่สูงกว่าปกติทั้ง 3 ครั้ง ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาต่อไป


หมายเหตุ : หากมีปัญหาเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด เช่น มีภาวะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน อาจจะต้องใช้เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด ด้วยตนเองชนิดพกพาร่วมด้วย

 

การอ่านค่าน้ำตาลในเลือด

  • ค่าปกติอยู่ระหว่าง 70 -100 mg/dL
  • ค่าระหว่าง 100–125 mg/dL ถือว่าเสี่ยงเกิดโรคเบาหวาน
  • ค่ามากกว่า 126 mg/dL วินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน

 

 หากเราสามารถดูแลตนเองหรือคนในครอบครัวได้อย่างมีคุณภาพ  ก็จะมีสุขภาพดี ห่างไกลโรคหรือภาวะแทรกซ้อนได้



ที่มา  :  http://www.vachiraphuket.go.th/index.php?name=knowledge&file=readknowledge&id=9

TAG เครื่องวัดความดัน อุปกรณ์ตรวจน้ำตาลในเลือด

รับสุขภาพดี ๆ จากเรา

โพสต์ล่าสุด

สินค้าแนะนำสำหรับคุณ

สำหรับเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดรุ่น ไกด์
สำหรับเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดรุ่น ไกด์
สารสกัดจากผลส้มแขก
สำหรับเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดรุ่น แอคทีฟ