อยู่เป็นไม่เท่าไหร่ อยู่ไฟสิสำคัญ ?

ทำไมคนโบราณต้องอยู่ไฟหลังคลอด ?

การอยู่ไฟหรือการใช้ความร้อนอบตัวหลังคลอดลูกนั้นเป็นความเชื่อของคนไทยสมัยโบราณว่าจะช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนดี มดลูกหดตัวและช่วยขับน้ำคาวปลาให้แห้งเร็วขึ้น น้ำคาวปลาที่เกิดขึ้นหลังคุณแม่คลอดลูกนั้นมีลักษณะเป็นของเหลวที่ไหลออกจากช่องคลอด น้ำคาวปลาประกอบไปด้วยเลือด น้ำเหลือง น้ำคร่ำ เยื่อบุโพรงมดลูก เพราะหลังคลอดจะมีแผลเกิดขึ้นที่โพรงมดลูก คุณแม่หลังคลอดจึงต้องทำให้ร่างกายโดยเฉพาะหน้าท้องให้อยู่กับความร้อนติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน

การอยู่ไฟในปัจจุบันยังจำเป็นอยู่ไหม ?

ในปัจจุบันนี้การอยู่ไฟไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นอีกต่อไปเพราะคุณแม่ส่วนใหญ่มักจะได้รับการฉีดยา “ออกซิโทซิน” ก่อนคลอดเพื่อเร่งคลอดอยู่แล้ว ยาตัวนี้มีผลทำให้มดลูกบีบและหดตัวหลังคลอด จึงมีประสิทธิภาพที่ช่วยให้มดลูกเข้าอู่และทำให้น้ำคาวปลาหมดเร็วขึ้น

ถึงการอยู่ไฟจะไม่จำเป็นสำหรับปัจจุบันนี้แล้ว แต่ก็มีคุณแม่ไม่น้อยที่เลือกอยู่ไฟหรืออบสมุนไพรหลังคลอดตามแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ได้ตัดสินใจกัน สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก็คือการทิ้งระยะห่างที่เหมาะสมหลังคลอด สำหรับผู้ที่คลอดธรรมชาติสามารถอยู่ไฟได้หลังการคลอดไปแล้ว 7 วัน ส่วนผู้ที่ผ่าคลอดสามารถอยู่ไฟได้หลังจากคลอดไปแล้ว 1 เดือน แต่ไม่ว่าจะเป็นการคลอดแบบไหน การอยู่ไฟในปัจจุบันก็ไม่ควรอยู่นานติดต่อกันเกิน 2-3 สัปดาห์ และแนะนำให้อยู่ไฟแบบกระโจมที่มีลักษณะคลุมอบเฉพาะร่างกายเว้นศีรษะไว้ให้หายใจสะดวก จะได้ไม่ต้องรับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการสูดดม รวมถึงต้องระวังการอยู่ไฟในที่ที่มิดชิด ไม่มีอากาศถ่ายเทเพราะอาจทำให้ร่างกายขาด ออกซิเจนก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้