แพ้ยา หรือเป็นอาการข้างเคียงของยา

allergy VS side effect-sm-01

 

แพ้ยา

การแพ้ยา คือ ความผิดปกติของร่างกายที่มีต่อยาที่ใช้ ไม่ว่าจะจากการกิน ฉีด ทา หยอด สูด ดมอาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้แก่ ผื่นแดง ปากบวม ตาบวม หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นเป็นความผิดปกติที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่เกิดกับบางคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไวต่อยามากผิดปกติ

 

อาการข้างเคียงของยา

อาการข้างเคียงของยา หมายถึง ผลที่ไม่ใช่ผลการรักษาของยา ซึ่งจะเกิดขึ้นกับทุกคนที่ได้รับยา อาการจะมากน้อยแตกต่างกันไปตามการรับรู้ของแต่ละคน

ตัวอย่างเช่น ยาแก้แพ้ลดน้ำมูกคลอร์เฟนิรามีน(chlorpheniramine) ทำให้เกิดอาการข้างเคียงคือง่วงนอน อาการนี้จะเกิดขึ้นกับทุกคนที่ทานยาลดน้ำมูก แต่บางคนง่วงนอนมากจนไม่สามารถขับรถหรือทำงานได้ ขณะที่บางคนง่วงนอนเพียงเล็กน้อย ยังสามารถขับรถหรือทำงานได้ตามปกติ

ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการแยกแยะให้ได้ว่าผลไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการใช้ยานั้น คือการแพ้ยาหรือไม่ เนื่องจากวิธีการปฏิบัติต่ออาการแพ้ยาและอาการข้างเคียงของยานั้นจะแตกต่างกัน

 

การปฏิบัติต่ออาการแพ้ยาและอาการข้างเคียงของยา

กรณี แพ้ยา

แพทย์จะมุ่งรักษาอาการแพ้ยา พร้อมหายาที่เป็นสาเหตุของอาการแพ้ ซึ่งจะเป็นต้องหลีกเลี่ยงและป้องกันไม่ให้แพ้ยาซ้ำอีก ผู้ที่แพ้ควรจดจำชื่อยาที่แพ้ให้ได้ โดยการพกบัตรแพ้ยาติดตัว ซึ่งออกโดยเภสัชกรผู้ทำการประเมินหายาที่เป็นสาเหตุของการแพ้

 

กรณี อาการข้างเคียงของยา

แพทย์จะประเมินความรุนแรงของอาการข้างเคียงนั้น เพื่อดูว่ามีความจำเป็นต้องใช้ยาต่อไปมากเพียงใด เพื่อมีคำแนะนำหรือวิธีช่วยลดอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น

เช่น ยาที่ทำให้ง่วงนอนมาก อาจเปลี่ยนจากการทานตอนเช้าเป็นก่อนนอน หรือยาที่ทำให้คลื่นไส้ อาจเปลี่ยนจากการทานตอนท้องว่างเป็นทานพร้อมอาหาร เป็นต้น

เนื่องจากยาบางชนิดมีความจำเป็นต้องใช้ และอาจจะไม่มียาอื่นที่สามารถทดแทนได้อย่างเหมาะสม การหยุดใช้ยานั้นจากความเข้าใจผิดว่าเป็นการแพ้ยา อาจทำให้เสียโอกาสในการรับยาที่ดีและเหมาะสมในการรักษาได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

พบข้อมูลสุขภาพดีๆ ได้ทุกวันที่ extahealth&beauty